Unseen Switzerland: เบิร์นที่ไม่เคยถูกลืม

หากพูดถึงประเทศที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) จะต้องติด 1 ใน 3 ที่ทุกคนนึกถึง…ภาพในห้วงความคิดคือเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมะ ความสวยงามของทุ่งดอกไม้ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม และเมื่อถามถึงเมืองท่องเที่ยวที่หลายคนรู้จักคงหนีไม่พ้นสถานที่ทัวร์นิยม ลูเซิร์น (Luzern)

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ภาพการโฆษณาที่บริษัททัวร์นิยมใช้มักเป็นภาพของ Kapellbrücke สะพานไม้และหอคอยกลางน้ำอันเป็นจุดเด่นและถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองแห่งนี้ กอปรกับลูเซิร์นเป็นเมืองที่มีแหล่งละลายทรัพย์ทำให้บริษัททัวร์จากทั่วโลกนิยมพาลูกทัวร์มาลงทำให้หลายคนรู้จักเมืองลูเซิร์นมากกว่าเมืองหลวงที่แท้จริงของสวิตเซอร์แลนด์

เมืองหลวงที่ถูกลืม เป็นคำที่หลายคนนิยามเมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะประเทศอันสวยงามและมีชื่อเสียงด้านสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกลับมีเมืองหลวงที่ขาดจุดเด่นนั้นไป นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้โดยไม่พึ่งพากรุ๊ปทัวร์ ต้นฉบับของการเดินทางถูกบอกต่อผ่านโซเชียลมีเดียด้วยคำที่คุ้นหูว่า “เมืองหลวงที่ถูกลืม” บันทึกเป็นเรื่องราวเหล่านั้นทำให้เมืองที่ถูกลืมกลับมีชื่อเสียงอีกครั้ง

Bern หรือ กรุงเบิร์น เมืองหลวงที่ถูกลืมของสวิตเซอร์แลนด์ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่แสวงหาเมืองเก่าแห่งยุโรป ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเขตเมืองเก่าที่ผ่านสงครามโลกมาทั้งสองครั้งถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) และสถาบัน ECA International ยังจัดอันดับให้เบิร์นเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในยุโรปคู่กับกรุงโคเปนเฮเกนในปี ค.ศ. 2019 – 2020 อีกด้วย

ประวัติของเมืองหลวงที่ถูกลืมเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย จากเมืองหลวงที่ถูกลืมอันเงียบสงบกลับกลายเป็นเมืองหลวงที่ไม่เคยถูกลืม เพราะความสวยงามของเมืองเก่าที่หลายคนพบเห็นยิ่งทำให้กรุงเบิร์นกลายเป็นหมุดหมายแห่งใหม่ที่บริษัททัวร์ต้องเพิ่มเมืองแห่งนี้ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในสวิตเซอร์แลนด์

Bär Graben

ภาพจำที่หลายคนมักเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ เมื่อไปเยือนเมืองหลวงที่ไม่เคยถูกลืมหนีไม่พ้นกับ บ่อหมี (Bär Graben) ที่อยู่คู่เมืองมาแต่เริ่ม (Bern พ้องมาจาก Bär ในภาษาเยอรมันที่แปลว่าหมี) ด้วยความที่เจ้าเมืองในอดีตประกาศว่าจะตั้งชื่อเมืองตามชื่อสัตว์สายพันธุ์แรกที่เจอ “หมี” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองไปโดยปริยาย

นอกจากบ่อหมีแล้ว กรุงเบิร์นยังมีจุดน่าสนใจอยู่หลายแห่ง รวมถึงจุด Unseen ที่หลายคนไม่คาดคิดซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่มีมนต์เสน่ห์แห่งอดีตสะท้อนผ่านอิฐของตัวอาคาร พื้นถนน และสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าที่ข้ามกาลเวลามาสู่ปัจจุบัน

Bundeshaus

Unseen สถานที่แรกอยู่ที่ อาคารรัฐสภาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Bundeshaus) เพราะอาคารแห่งนี้เป็นที่ทำการระดับประเทศ แต่กลับเปิดให้ผู้คนสามารถเดินเข้าไปในบริเวณโดยรอบได้ รวมถึงมีม้านั่งและจุดพักผ่อนให้กับผู้คนที่เข้ามาได้ผ่อนคลาย เปรียบเสมือนสวนสาธารณะขนาดย่อมที่หลายคนไม่คาดคิด เพราะอาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินสูงทำให้สามารถมองเห็นวิวของเมืองเก่าได้อย่างชัดเจน จึงถือเป็นสถานที่ Unseen ที่อาจจะไม่อยู่ในลิสต์ทัวร์นิยม 

ด้านหน้าของอาคารรัฐสภาฯ เป็นจัตุรัสกว้างและลานน้ำพุที่เรียกว่า Bundesplatz อีกฟากฝั่งเป็น ที่ทำการธนาคารแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Schweizerische Nationalbank) เป็นอีกจุดที่มีสวยงามและมีความสำคัญ เพราะนอกจากลานน้ำพุแล้วในวันหยุดจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นตลาดดอกไม้ที่กลางลานจตุรัส จึงทำให้ลานแห่งนี้กลายเป็นอีกจุดที่หลายคนควรแวะเวียนมาบันทึกการเดินทางก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายถัดไป

Käfigturm

เดินเข้ามายังส่วนเมืองเก่าถัดจากถนนเส้นหลักควรเริ่มต้นที่ Prison Tower หรือในภาษาเยอรมันเรียกว่า Käfigturm ในอดีตใช้สำหรับคุมขังอาชญากร แต่ในปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมกับองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย

Käfigturm ขึ้นชื่อว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้ เพราะประวัติการก่อสร้างที่ยาวนานและการบูรณาการหลายต่อหลายครั้ง การเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง รวมถึงใช้เป็นจุดรวมพลกรณีมีเหตุการด่วน ในปัจจุบันทางเดินลอดหอหอยมีรางสำหรับรถรางให้ผ่านด้านล่าง เกิดเป็นอีกภาพที่สวยงาม ผสานอาคารในอดีตและเทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกันถือเป็นจุดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเบิร์น

Zytglogge

นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน Käfigturm ยังมีนาฬิกาดาราศาสตร์ Zytglogge เป็นจุดเด่น เพราะทุก ๆ ต้นชั่วโมงจะมีการแสดงเต้นระบำโดยตุ๊กตาที่อยู่ด้านข้าง ทำให้มีนักท่องเที่ยวนิยมมายืนรอรับชมโชว์น่ารัก ๆ นี้ โดยนาฬิกาจะเริ่มเต้นระบำเป็นวงกลม 4 นาทีก่อนถึงชั่วโมงถัดไป ใครที่อยากเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวสามารถ คลิก เพื่อชมคลิปได้เลย

Kindlifressenbrunnen

ตรอกด้านข้างบริเวณใกล้ ๆ กับ Käfigturm จะพบกับจุด Unseen ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองแห่งนี้คือ Kindlifressenbrunnen หรือน้ำพุยักษ์กินเด็ก เมืองแห่งนี้มีน้ำพุสาธารณะกระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ แต่ในจุดนี้มีรูปปั้นที่โด่งดังประดับอยู่ทำให้กลายเป็นอีกจุดพิเศษที่ผู้คนแวะเวียนกันมาถ่ายภาพ

รูปปั้นบนยอดน้ำพุแห่งนี้แรกเริ่มมีชื่อว่า Platzbrunnen แต่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น Kindlifressen ที่แปลว่า ตัวกินเด็ก สื่อถึงยักษ์ที่อยู่ปลายยอดของน้ำพุที่กำลังจับเด็กกิน เพื่อต้องการให้เด็กรู้ว่าหากไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่จะมียักษ์มาจับไปกิน คล้ายกับในนิทานหลอกเด็กนั่นเอง

Einstein-Haus

กลับมาบนถนนเส้นเดียวกับ Käfigturm มีบ้านพักชั่วคราวของนักฟิสิกส์ชื่อก้องโลก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือที่เรียกว่า Einstein-Haus เคยเป็นสถานที่พักพิงในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ (1903-1905) และในปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานที่นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาเพื่อเข้าชม เพราะสถานที่มีภาพถ่ายและผลงานบางส่วนของเขา โดยค่าเข้าชมจะอยู่ที่ 6 ฟรังก์ (CHF.) ประมาณ 180 บาท สามารถตรวจสอบตารางวันเวลาเปิดเข้าชมได้ที่ einstein-bern.ch

Berner Münster

เดินต่อไปบนถนนเดียวกันจะเจอเข้ากับมหาวิหารแห่งกรุงเบิร์น (Münster St. Vinzenz หรือ Berner Münster) ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ โดยสถานที่แห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและขึ้นไปยังระเบียงของหอคอยได้ โดยมีค่าเข้าอยู่ที่  5 ฟรังก์ (CHF.) ประมาณ 150 บาท

โบสถ์แห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างแค่ตัวโบสถ์ถึง 150 ปี และได้ถูกต่อเติมให้มีหอคอยอันเป็นจุดชมวิวแห่งกรุงเบิร์น โดยมีบันไดวนทั้งสิ้น 285 ขั้น เรียกได้ว่า เดินวนไปจนเวียนหัวเลยทีเดียว สำหรับทางขึ้นหอคอยจะเป็นลักษณะทางเดินที่แคบและชัน ทำให้การขึ้นไปชมค่อนข้างจะลำบากและใช้เวลานาน 

แม้ว่าการเดินขึ้นมาจะค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อได้มาเห็นวิวที่มองจากระเบียงหอคอยแล้วถือว่าคุ้มค่า เพราะวิวจากหอคอยเปรียบเสมือนภาพสะท้อนอีกมุมที่มองไปยังอาคารรัฐสภาฯ และสามารถเดินวนได้ 360 องศา แต่สำหรับระเบียงบนหอคอยแห่งนี้มีความกว้างเพียงพอสำหรับหนึ่งคนยืน ทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวความสูงเพราะจะต้องยืนชิดกับขอบระเบียงที่มีความสูงมาก ๆ เตือนแล้วนะ!!!

นอกเหนือจากสถานที่ข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหลายจุดที่คู่ควรแก่การไปเช็คอิน เพราะคุณค่าทางวัฒนธรรมไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นได้ การรักษาเมืองที่มีมาแต่โบราณให้อยู่เป็นเอกลักษณ์ทำให้กรุงเบิร์นเป็นเมืองหลวงที่คู่ควรแก่การรักษา หากท่านใดได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่าลืมตั้งให้กรุงเบิร์นเป็นเป้าหมายหลักของคุณด้วยนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองที่ไม่เคยถูกลืมนั้นมีกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์ครุกกรุ่นและเรียกร้องให้ผู้คนศึกษาอยู่

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

Prison Tower หรือในภาษาเยอรมัน Käfigturm สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ในอดีตใช้สำหรับคุมขังอาชญากรที่จะถูกสอบปากคำ และยังเป็นพื้นที่สำหรับใช้อภิปรายทางการเมือง ถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และถูกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมกับองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยหอคอยแห่งนี้ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญระดับชาติ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

Käfigturm ตั้งอยู่ที่ใกล้สถานีรถไฟประจำกรุงเบิร์น เมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) โดยถือเป็นหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก โดยมีนาฬิกาดาราศาสตร์ Zytglogge เป็นจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม

หอคอยแห่งนี้ผ่านการรื้อถอนและสร้างใหม่มาแล้ว ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ขึ้นชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานพลเมืองและเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองหลวงแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันหอคอยแห่งนี้มีจุดขายที่หอคอยนาฬิกาที่มีรถรางวิ่งผ่านด้านล่าง ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนกรุงเบิร์น

เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

ประวัติของ Prison Tower (Käfigturm)

Käfigturm สร้างขึ้นในปี 1256 เพื่อให้เป็นหอคอยป้องกันประจำประตูเมืองเบิร์น ต่อมาในปี 1405 หลังถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ ได้ถูกซ่อมแซมให้กลายเป็น Zytglogge (หอนาฬิกา) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของหอคอยโดยทำหน้าที่เป็นสถานที่ใช้กักขังผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรม คดีลักทรัพย์และเป็นที่สอบปากคำแก่นักโทษ นอกจากนี้เอกสารบันทึกคำสารภาพและคำตัดสินของศาลได้ถูกบันทึกเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ทำให้หลายครั้งถูกเรียกในชื่อ “Tower Books”

เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

สำหรับนาฬิกา Zytglogge ถูกสร้างขึ้นอย่างโดดเด่น และเป็นนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ออกแบบเป็นสัญลักษณ์ของดวงดาว แบ่งออกเป็นโซนเวลาต่าง ๆ สามโซนที่จะแบ่งเวลาของกลางวันและกลางคืนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลาของปี

ในปี 1641 หอคอยแห่งนี้ถูกรื้อและสร้างขึ้นใหม่ในจุดเดียวกันโดยเพิ่มพื้นที่ในการกักขังนักโทษและใช้เป็นคุกอีกกว่าสองศตวรรษ จนกระทั่งในปี 1897 นักโทษทั้งหมดถูกย้ายไปยังเรือนจำแห่งใหม่ที่ถูกสร้างขึ้น และหอคอยแห่งนี้กลายเป็นสถานที่เก็บของสำหรับกรุงเบิร์น

เปิดประวัติหอนาฬิกา Prison Tower ที่ไม่ใช่แค่บอกเวลา

ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา Käfigturm ถือเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย โดยใช้เป็นสถานที่จัดนิทรรศการและกิจกรรมในหัวข้อการเมืองต่าง ๆ จนกระทั่งในปี 2017 ได้จัดตั้งเป็นสถานที่สำหรับการอภิปรายทางการเมือง (Political Forum Bern) รวมถึงการประชุมทางศาสนาอีกด้วย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

ทิวเทือกเขาหิมะสีขาวโพลน ฝูงแกะท่ามกลางทุ่งหญ้า ดอกไม้สีสันหลากตา ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ คำเหล่านี้สามารถบัญญัติประเทศแห่งธรรมชาติได้เป็นอย่างดี แต่ใครจะคิดว่า สวิตเซอร์แลนด์จะมีน้ำตกที่สวยงามซ่อนอยู่ และถือเป็นอีกหนึ่ง Unseen นอกทัวร์ ที่หลายคนไม่เคยรู้

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls
• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ความงดงามของน้ำตกธรรมชาติในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ถูกซ่อนอยู่ท่ามกลางป่าและติดกับทะเลสาบ Brienzer ซึ่งถือเป็นสถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่มีต้นไม้สูงใหญ่ล้อมรอบ และยังมีโรงแรม Giessbach คอยให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำบรรยากาศแบบข้ามคืนอีกด้วย

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

น้ำตกแห่งนี้ชื่อว่า “Giessbach” อยู่ในเขตเมือง Interlaken การเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้สามารถนั่งเรือข้ามฟากไปแล้วต่อด้วยรถกระเช้าเพื่อขึ้นไปยังโรงแรม Giessbach จากนั้นเดินตามทางขึ้นเขาไปยังน้ำตกได้ หรือหากใครขับรถยนต์ส่วนตัวสามารถขับมาทางตะวันตกไปยัง Interlaken ใช้ทางออก 29/Brienz เลี้ยวซ้ายที่ถนน Bächlischwendi มุ่งหน้าขึ้นภูเขา โดยสามารถจอดรถได้ที่โรงแรม Giessbach

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

การเดินจากโรงแรม Giessbach ไปยังน้ำตกชื่อเดียวกันใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 นาที แต่น้ำตกแห่งนี้มีอยู่มากมายหลายชั้น การจะขึ้นไปพิชิตยอดน้ำตกจะมีระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตร

เส้นทางแห่งธรรมชาติที่ถูกมนุษย์แต่งเติมก็ทำให้รู้สึกร่มรื่นและเย็นสบาย อากาศอันบริสุทธิ์ถูกเติมเข้าปอดในทุกแรงหายใจ ทำให้ผู้เดินทางไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls
Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls
Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls
Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

ชั้นแรกของน้ำตก ถือเป็นจุดที่มีวิวสวยที่สุดเพราะสามารถมองขึ้นไปยังตอน้ำแหล่งกำเนิดได้ จากนั้นสามารถเดินตามทางขึ้นไปยังชั้นต่อไปได้เลย

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

เดินตามทางเดินมาประมาณ 150 เมตรจะเจอกับจุดแรกที่น้ำตกไหลลงมา

จากนั้นสามารถเดินต่อขึ้นไปอีกประมาณ 600 เมตร จะถึงกับสะพานอีกแห่ง และถือเป็นจุดเช็คอินแก่ผู้ผ่านไปมา เพราะเป็นจุดที่น้ำตกไหลผ่าน โดยสะพานที่เราก้าวเดินจะอยู่ใต้น้ำตกพอดี

Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls
Unseen Switzerland: รีวิว Giessbach Waterfalls

สายน้ำบริสุทธิ์ที่ร่วงมาจากความสูง 400 เมตรท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาทำให้น้ำตก Giessbach แห่งนี้เป็นหนึ่งใน Unseen ที่ควรมาเยือน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมผ่านศิลปะ กิจกรรม รวมถึงผลงานต่าง ๆ ที่รวบรวมมาจัดแสดงในหลากหลายรูปแบบ แต่พิพิธภัณฑ์ Ariana แห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานเซรามิกและแก้วสไตล์อิตาลีในสมัยปี 1877 – 1884 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

เจนีวา (Geneva) ถือเป็นเมืองที่หลายคนคุ้นหู เพราะเป็นหนึ่งในเมืองดังและแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนเมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าเมืองนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์รวมของสถาบันต่าง ๆ หนึ่งในสถานที่แห่งประวัติศาสตร์คงหนีไม่พ้นกับ Musee Ariana หรือ พิพิธภัณฑ์ Ariana

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามพิพิธภัณฑ์เซรามิกและแก้ว จัดแสดงวัตถุมากกว่า 25,000 ชิ้น กว่า 7 ศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคลือบดินเผา เซรามิกตะวันออกกลาง และเครื่องลายครามที่สร้างขึ้นเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างชาวยุโรปและตะวันออกกลาง

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์ Ariana หรือที่ Musée suisse de la céramique et du verre (พิพิธภัณฑ์เซรามิกและแก้วสวิส) เปรียบเสมือนสถานที่เก็บโบราณวัตถุประเภทเซรามิกและแก้วเพียงหนึ่งเดียว แม้ในอดีตจะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่สะสมสมบัติส่วนตัวของ  Gustave Revilliod นักสะสมศิลปะชาวสวิส

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

ต่อมาได้ส่งต่อให้กับเมืองเจนีวาเป็นผู้ดูแล และเก็บสะสมศิลปะทางประวัติศาสตร์ในปี 1934 โดยของสะสมอื่น ๆ ถูกส่งไปแสดงโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนที่ยังคงเหลือมีเพียงเซรามิกและแก้วเท่านั้น และในปี 1993 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

หลังจากเปิดอย่างเป็นทางการ ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของศิลปะในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป ด้วยความโอ่อ่าของพิพิธภัณฑ์เองที่ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ บวกกับห้องโถงน้อยใหญ่จำนวนมากทำให้สถานที่แห่งนี้มอบความอัศจรรย์ให้แก่ผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

Musee Ariana แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่งดงาม ผลงานทุกชิ้นมีประวัติบรรยายและถูกจัดเรียงเป็นหมวดหมู่แยกซอยเป็นห้องต่าง ๆ ตามแต่ละประเภท นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการพิเศษในแต่ละเดือนเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชม

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

แม้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะไม่ได้โปรโมทแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก แต่หากใครที่ต้องการมาเยี่ยมชมสามารถเดินไปแวะถ่ายรูปหน้าองค์การสหประชาชาติ และพิพิธภัณฑ์กาชาดบริเวณใกล้เคียง เรียกได้ว่ามาที่เดียว แต่เที่ยวได้สามที่กันเลย

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

Musee Ariana เปิดทุกวันอังคารถึงอาทิตย์ เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ค่าเข้าชมอยู่ที่ 8 CHF ต่อคน ผู้สูงอายุและนักศึกษา 6 CHF ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 เข้าชมฟรีทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original