ป้ายกำกับ: อิตาลี

มหาวิหารดูโอโม่ แห่งเมืองมิลาน

มิลาน (Milan) เมืองแห่งแฟชั่น และสถาปัตยกรรมที่สวยงามซึ่งหนึ่งในนั้นคือ มหาวิหาร Duomo di Milano มหาวิหารดูโอโม่แห่งเมืองมิลาน ถือเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามติดเป็นอันดับที่สามของโลก

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

Duomo di Milano มหาวิหารดูโอโม่ สถาปัตยกรรมที่งดงามและถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลานตั้งอยู่กลางจตุรัสของเมือง เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่มีความสวยงาม ก่อสร้างในปี 1386 โดยหนึ่งในสถาปนิกผู้คุมการก่อสร้างคือ “Leonardo Davinci” แต่ด้วยประสบปัญหาทางการเมืองและการเงิน ทำให้การก่อสร้างกินระยะเวลา 579 ปี มีการเปลี่ยนคนงานก่อสร้างและสถาปนิกหลายชั่วอายุคน ทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อปี 1965 ที่ผ่านมา

จุดเด่นของมหาวิหารดูโอโม่อยู่ที่ปลายยอดแหล่มจำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างให้มีจำนวน 135 ยอด และได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น” โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ทั้งด้านในโบสถ์ (แต่จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะผู้ที่จองล่วงหน้า และจำกัดผู้เข้าชมต่อวัน) และด้านบนหลังคา โดยจะต้องต่อคิวเพื่อตรวจหาสิ่งต้องห้าม อาหารและเครื่องดื่ม จากนั้นทยอยขึ้นลิฟท์ครั้งละไม่ถึง 10 คน และเดินตามทางเดินแคบ ๆ ที่นำไปสู่ระเบียงทางเดินอันสวยงามบริเวณปลายแหลม

ปลายทางของระเบียงคือหลังคาของมหาวิหารที่มีพระรูปแม่มาดอนนิน่า (Madonnina) พระแม่ผู้ปกปักษ์รักษาเมืองมิลานที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์มีความสูง 4 เมตร นอกจากนี้ภายในและภายนอกมหาวิหารยังมีรูปปั้นของนักบุญและเรื่องราวจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลกว่า 3,200 รูป ภาพวาด ภาพเขียนอีกหลายชิ้นที่ประดับตกแต่งไปทั่วบริเวณมหาวิหารแห่งนี้อีกด้วย

สำหรับมหาวิทหารแห่งนี้เข้าชมฟรี แต่!!! หากต้องการขึ้นไปชมบนระเบียงเพดานจะเสียค่าขึ้นบันได 5 ยูโร หรือหากใครไม่อยากเดิน (ซึ่งไม่ควรเดิน…เตือนแล้วนะ) ก็สามารถซื้อตั๋วเพื่อต่อคิวขึ้นลิฟท์ได้ในราคา 8 ยูโร อย่างไรก็ตามหากซื้อตั๋วจากสถานีรถไฟจะได้ราคาที่ถูกกว่า

วิธีการเดินทางมายังมหาวิหารแห่งนี้สามารถนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่สถานี Duomo ได้เลย เมื่อขึ้นมาบนพื้นดินแล้วคุณจะเห็นป้ายบอกทางมายังมหาวิหารซึ่งจะเห็นเด่นเป็นตระหง่านอยู่ไม่ไกล

เสน่ห์ของมหาวิหารดูโอโม่ถือเป็นโบสถ์ที่มีมนต์สะกดทุกสายตา เป็นความสวยงามที่ข้ามยุคสมัย ดูตระกาลตาและสง่างาม สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาเยือน โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินที่ควรไปเมื่อแวะเวียนไปที่ประเทศอิตาลีด้วยนะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

Milan เมืองแห่งอดีต และอนาคต

มิลาน (Milan) เมืองที่มีความโดดเด่นแถวหน้าของโลกในประเทศอิตาลี เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในแง่มุมของศิลปะ วัฒนธรรมอันโดดเด่นที่ส่งต่อมาจากยุคอดีต และยังเป็นเมืองแห่งแฟชั่นไม่ต่างอะไรจากปารีส จึงเรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งอดีตและอนาคตในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวปักหมุดในมิลานที่โดดเด่นมีดังต่อไปนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

Sforzesco ปราสาทที่มีอายุหลายร้อยปีเป็นสถานที่ปักหมุดของนักท่องเที่ยวแห่งมิลาน นั่นเพราะว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดรวมแกลลอรี่และพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากมาย ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ใจกลางเมืองมิลาน เพื่อให้เป็นป้อมปราการและที่อยู่อาศัยของตระกูล Visconti จากนั้นก็เปลี่ยนผู้ครอบครองจนถึงศตวรรษที่ 19 และปรับให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมดังเช่นในปัจจุบัน

จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือหอคอยที่สูงกว่า 70 เมตร และได้รับการยอมรับว่าเป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปจึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้ามาไม่ขาดสาย สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมและศึกษาประวัติตามโซนต่างๆ ที่แยกกันอย่างชัดเจน โดยสามารถเข้าชมได้ฟรียกเว้นในส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จะมีค่าบำรุงในแต่ละจุด

Galleria Vittorio Emanuele อาคารศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ตั้งขนาบข้างกันสี่ชั้น จุดเด่นคือหลังคาทรงโค้งตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิลานด้านข้างกับมหาวิหารดูโอโม ก่อสร้างในปี 1865 – 1877 ปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

บนพื้นตรงกลางของรูปแปดเหลี่ยม มีงานโมเสก 4 ชิ้น ทำเป็นรูปตราอาร์มของเมืองหลวงทั้ง 3 แห่งของราชอาณาจักรอิตาลี (ตูริน, ฟลอเรนซ์, โรม) ส่วนชิ้นที่สี่นั้นก็คือตราอาร์มของเมืองมิลานที่ตั้งของกัลเลรีอาแห่งนี้ มีความเชื่อที่ว่าหากสามารถหมุนตัวด้วยส้นเท้าตรงอวัยวะเพศของวัวกระทิง (ในตราอาร์มของเมืองตูริน) ได้ 3 ครั้ง จะทำให้โชคดี จึงหาได้ไม่ยากนักเพราะมีบรรดานักท่องเที่ยวมายืนล้อมวงเพื่อหมุนตัวเองเป็นจุดเด่นให้เห็นชัด อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำให้ผลงานศิลปะชำรุด

Duomo di Milano มหาวิหารดูโอโม่ สถาปัตยกรรมที่งดงามและถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิลานตั้งอยู่กลางจตุรัสของเมือง เรียกได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่มีความสวยงามเป็นอันดับ 3 ของโลก ก่อสร้างในปี 1386 แต่เสร็จสิ้นสมบูรณ์เมื่อปี 1965 เรียกได้ว่ากินหลายชั่วอายุคน โดยหนึ่งในสถาปนิกที่คุมการก่อสร้างคือ “Leonardo Davinci”

มหาวิหารดูโอโม่ โดดเด่นที่ลักษณะของปลายยอดแหลมที่มีจำนวนถึง 135 ยอด จนได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น” บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปทำด้วยทองสัมฤทธิ์สูง 4 เมตร เรียกว่า พระแม่มาดูนีนา (Madunina) พระแม่ผู้ปกปักษ์คุ้มครองมิลานแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นกว่า 3,200 รูปอีกด้วย

สำหรับใครที่ไปเยือนเมืองมิลานอย่าลืมไปเยือนสามสถานที่ปักหมุดที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้ในเมืองมิลานยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นของ Leonardo Davinci และภาพวาดปูนเปียกบนผนังที่ชื่อว่า  “The Last Supper” ภาพวาดพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูและเป็นฉากที่บรรยาย ถึงขณะที่พระเยซูประกาศว่ามีสาวกหนึ่งในนั้นที่จะทรยศต่อพระเยซู โดยภาพวาดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้อีกด้วย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original