ป้ายกำกับ: อวัยวะเพศ

รสนิยมแบบ Fetish ความใคร่เฉพาะจุด

Fetish หรือที่แปลเป็นไทยว่า “ความใคร่เฉพาะจุด” หลายคนอาจเคยเห็นคำนี้ผ่านตามาบ้างจากการจัดหมวดหมู่ประเภทของหนังโป๊ แต่ความหมายของคำนี้ถูกแตกแขนงออกเป็นอีกหลายสายซึ่งมีความหมายย่อยที่แตกต่างกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

Fetishism ในทางการแพทย์หมายถึง กลุ่มคนที่มีความใคร่กับวัตถุ สิ่งของ ของเพศตรงข้าม การมีความสุขทางเพศกับส่วนหนึ่งของร่างกายหรือวัตถุ ประเภทของความสนใจในเรื่องสิ่งของ หรือชอบสะสมของของเพศตรงข้าม ซึ่งอาจเป็นการที่คุณชอบหน้าอกผู้หญิง หรือชอบซิกแพคของผู้ชายก็ได้ แต่ยังมีพฤติกรรมที่ถูกเรียกอีกหลายแบบแตกย่อยดังต่อไปนี้

• Armpit Fetish

Armpit แปลว่า รักแร้ Armpit Fetish คือผู้ที่เกิดอารมณ์ความใคร่กับ “รักแร้” โดยมีพฤติกรรมชื่นชอบการซุกหน้าลงไปยังรักแร้ของอีกฝ่ายอย่างคลั่งไคล้ และสูดดม บางคนอาจชื่นชอบวงแขนที่เรียบเนียนไม่มีขน บางคนอาจชื่นชอบวงแขนที่มีขนเป็นตอ ในขณะที่บางคนชอบให้มีกลิ่นอับหรือมีเหงื่อ

Photo by christian buehner on Unsplash

• Clothing Fetish

Clothing Fetish คือผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น การแต่งชุดหมอหรือพยาบาล การใส่ชุดเครื่องแบบต่างๆ รวมไปถึงการสวมบทบาทเพื่อใช้ทักษะพิเศษของบทบาทนั้นๆ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

• Food Play

กลุ่มที่ชื่นชอบการนำอาหารหรือของกินมาราดบนตัวของอีกฝ่าย หรือหั่นของกินเป็นชิ้นแล้ววางไว้ตามตัว หรือให้ผู้อื่นมากินของที่อยู่บนตัวเอง นอกจากนี้อาหารและสมุนไพรบางชนิดมีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความตื่นตัวทางเพศในตัวเอง

• Foot Fetish

Foot Fetish คือผู้ที่มีความใคร่กับการได้เห็นตั้งแต่ขาอ่อนไปจนถึงปลายเท้า โดยเฉพาะผู้ที่มีเท้าสวย บางคนอาจชื่นชอบการทำกิจกรรมทางเพศด้วยเท้า เช่น เล้าโลมหรือเลียเท้า ไปจนถึงการใช้เท้าในการถูไถจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้ Foot Fetish ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายประเภทดังนี้

  • Revving คือผู้ที่เกิดอารมณ์ทางเพศกับผู้หญิงที่สวมรองเท้ามีส้น และต้องกำลังเหยียบคันเร่งของรถด้วย
  • Stocking Fetish คือผู้ที่คลั่งไคล้ถุงน่อง หรือผู้ที่สวมใส่ถุงน่อง ชื่นชอบการร่วมเพศขณะตนเองหรือคู่สวมใส่ถุงน่อง
  • Shoes Fetish คือผู้ที่คลั่งไคล้รองเท้า เกิดอารมณ์กับผู้ที่สวมใส่รองเท้า ชื่นชอบการร่วมเพศขณะ ตนเองหรือคู่สวมรองเท้า

• Glasses Fetish

แว่นตา เป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดความใคร่ให้กับคนกลุ่มนี้ และยังชื่นชอบให้อีกฝ่ายสวมแว่นตา แว่นกันแดด รวมถึงคอนแทคเลนส์อีกด้วย ทั้งนี้ในประเทศญี่ปุ่นมีศัพท์เรียกสาวแว่นว่า Meganeko และเรียกหนุ่มแว่นว่า Meganedanshi

• Tickling Fetish

Tickling หรือการจั๊กจี้ เป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างความสุขอย่างไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดอารมณ์ใคร่ตามมา

• Looners หรือ Balloon Fetish

เป็นคำเรียกในผู้ที่ชื่นชอบลูกโป่งอย่างมาก และนำลูกโป่งเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องของเซ็กส์ เช่น นำมาใช้ประกอบกิจกรรมทางเพศ หรือบางคนก็เกิดอารมณ์กับการมองลูกโป่งแตก

• Navel Fetish

ผู้ที่มีความชื่นชอบกับรูปทรงของสะดือ โดยกลิ่นหรือรูปร่าง รูปทรง ความลึกโบ๋เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

shirtless man lay on bed
Man

สรุป

รสนิยมทางเพศของแต่ละคนแตกต่างกัน ทุกคนมีความชอบเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามเซ็กส์เป็นกิจกรรมของทั้งสองฝ่าย แต่รสนิยมทางเพศของคนเราที่มีความหลากหลายและยิบย่อย Fetish จึงเป็นคำอธิบายความหลากหลายนั้น

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


ช่วยตัวเองให้ไกลมะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในเพศชาย เฉลี่ยคือ ผู้ชาย 1 ใน 8 จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และยังเป็นมะเร็งที่อันตรายที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเพศชายอีกด้วย การป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งจึงเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพของตนเอง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ผู้ชายทุกคนย่อมล้วนเคยช่วยตัวเองด้วยการใช้มือ หรือที่เรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “ชักว่าว” แม้ว่าการหมกมุ่นทางเพศที่มากเกินไปอาจมีผลเสียต่อร่างกาย แต่จากผลการวิจัยพบว่า การช่วยตัวเองเดือนละ 21 ครั้งสามารถช่วยเลี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่เผยแพร่ผลการวิจัยบนนิตยสาร European Urology พบว่า ผู้ชายที่สำเร็จความใคร่ 21 ครั้งต่อเดือน สามารถลดอัตราการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมายได้ 33%

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเพศชายจำนวน 31,925 ผ่านการตรวจสอบมะเร็งต่อมลูกหมากและการตรวจชิ้นเนื้อ พบว่า กลุ่มผู้ชายที่สำเร็จความใคร่บ่อยๆ และกลุ่มคนที่มีแอนติเจนต่อมลูกหมาก น้อยกว่าคนทั่วไปแสดงถึงอัตราความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

เกร็ดความรู้
แอนติเจนต่อมลูกหมาก หรือ Prostate-Specific Antigen(PSA) เป็นโปรตีนที่สร้างจากเซลล์ในต่อมลูกหมาก (ทั้งเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง) PSA ส่วนใหญ่จะพบในน้ำอสุจิ แต่มีจำนวนน้อยในเลือด ผู้ชายส่วนใหญ่มีระดับต่ำกว่า 4 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร (ng / มิลลิลิตร) ในเลือด

เมื่อนักวิจัยทำการเฉลี่ยจำนวนครั้งของผู้ชายที่มีค่า PSA ต่ำที่สุด พวกเขาพบว่าชายเหล่านั้นเฉลี่ยแล้วทำการช่วยตัวเองจนถึงจุดสุดยอด 21 ครั้งต่อเดือน

สรุป

อย่างไรก็ตามน้ำหนักตัวที่มาก กิจกรรมทางกาย และอาหารที่รับประทาน ก็ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เนื้อปลา ผักและผลไม้ รวมไปถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอสามารถช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้

บทความนี้เผยแพร่เพียงผลของการวิจัย ไม่ได้สนับสนุนให้ช่วยตัวเองจนมากเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก : – europeanurology.comnews.com.aumayoclinic.org

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers

ปัญหาไซส์ใหญ่ ที่คนไซส์เล็กไม่เข้าใจ

สิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ไม่รู้ว่ามีปัญหาคือไซส์ของอวัยวะเพศที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป จนทำให้หลายครั้งสร้างปัญหาแก่เจ้าของ ซึ่งหากไม่เผชิญกับตัวก็คงไม่เข้าใจ

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีไซส์เล็ก ปรภ ขอเตือนว่า การฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศนั้น เสี่ยงอันตราย ไม่ว่าจะการติดเชื้อ เป็นหนอง ติดเชื้อไวรัสจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และอาจลุกลามจนเกิดเป็นมะเร็ง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
carrot corn cucumber

ผู้ชายหลายคนมีความปรารถนาที่จะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่ามันช่วยสร้างความสุขให้อีกฝ่ายได้ และยังเป็นเครื่องยืนยันอำนาจและความภาคภูมิของความเป็นชาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พบกับปัญหาเมื่อตนเองมีน้องชายที่ใหญ่จนเกินไป

จากการสำรวจในเว็บไซต์ Reddictors พบว่ามีหลายคนที่ไม่พอใจในขนาดใหญ่ของตัวเอง และต้องการลดขนาดให้เล็กลง แต่ก็ทำไม่ได้ วันนี้ ปรภ จึงรวบรวมปัญหาของผู้ที่มีไซส์ใหญ่มาแบ่งกัน เพราะเชื่อว่าไซส์เล็กที่อยากจะขยายร่างอาจจะไม่เข้าใจ ดังนี้

1. การคุกคามทางเพศ

ผู้ชายไซส์ใหญ่มีโอกาสถูกคนรอบข้างคุกคามทางเพศได้ง่าย เพราะการซ่อนขนาดของน้องชายเป็นเรื่องที่ยาก การคุกคามทางสายตาจึงเป็นสิ่งที่พบเจอเป็นประจำ และนี่คือเรื่องที่มีผู้มาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง

…..การถูกคุกคามทางเพศเป็นปัญหาที่แย่ที่สุด ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่นึกไม่ออกว่าการกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสมบ้าง…..

…..ผมมีเทรนเนอร์ส่วนตัวที่เข้ากันในฐานะเพื่อนได้ดี แต่หลังจากนั้นผมเริ่มสังเกตเห็นการกระทำของเขา เขาเริ่มพูดถึงเป้าของผมที่ฟิตเนสไปจนถึงการจ้องมองและเล่าเรื่องรายละเอียดส่วนตัวกับผม ผมบอกว่าผมรู้สึกอึดอัดกับบทสนทนาเหล่านั้น แต่เขากลับบอกผมต้องทำตัวให้ชินกับการพูดคุยแบบนี้…..

…..สุดท้ายเขาบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าออกตอนที่เราอยู่ในห้องล๊อคเกอร์ และเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องลามกที่เขาอยากจะโชว์ของลับให้ผมดู ผมออกมาจากตรงนั้นและตัดขาดกับเขาทันที …..

2. ผู้ชายคนอื่นมักจะอิจฉาคุณ

หลายครั้งที่คนไซส์ใหญ่ไม่ได้อยากจะโชว์น้องชาย แม้กระทั่งในห้องน้ำที่โถปัสสาวะ จึงทำให้หลายคนเลือกเข้าไปนั่งที่ชักโครกแทน อย่างไรก็ตามมีพนักงานออฟฟิศรายหนึ่งยืนปัสสาวะที่โถ แล้วเพื่อนร่วมงานมายื่นข้าง ๆ และนี่คือประสบการณ์ของหนุ่มคนนั้น

Photo by HelpStay.com on Unsplash
ceramic urinal sinks

…..ผมมักจะเข้าห้องน้ำก่อนเข้าประชุมเสมอ โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปนั่งชักโครกแทนที่จะใช้โถ แต่วันนั้นห้องน้ำเต็ม และมีเพียงแค่โถฉี่เท่านั้นที่ว่างซึ่งที่กั้นระหว่างโถสูงเพียงหัวไหล่…..

…..ผมพยายามที่จะทำให้เร็วที่ แต่ผู้จัดการและเพื่อนร่วมงานสูง 190 ก็มาใช้โถข้าง ๆ…..

…..หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ทุกคนซุบซิบนินทาเรื่องน้องชายไซส์ยักษ์ของผม และผมกลายเป็นคนที่ทุกคนพูดถึง แม้ปกติแล้วผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องคนอื่นอิจฉาผมเท่าไหร่นัก แต่นี่มันเหมือนกลับไปอยู่มอปลายอีกครั้ง…..

3. เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบผู้ชายไซส์ใหญ่ เพราะนอกจากจะเจ็บแล้ว มันยังไม่สนุกอีกด้วย และนี่คือประสบการณ์เซ็กส์ของหนุ่มไซส์ยักษ์ที่มองบางคนมองว่ามันเป็นของขวัญ แต่บางคนก็มองว่ามันคือคำสาป

silhouette of man
silhouette of man

…..ตอนที่ผมยังโสดนั้นผมมีคนที่คุยด้วยเยอะมาก แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เดินจากไปเพราะเซ็กส์ที่ “งั้น ๆ” ยังไงซะผมก็โชคดีที่ตอนนี้มีคนที่ทั้งรักผมและเจ้าโลกของผมมากเท่าๆกัน…..

…..น้องชายผมไม่ค่อยจะยาว (6.75 นิ้ว) แต่มันค่อนข้างใหญ่ (เส้นรอบวงราว 6 นิ้ว) มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่จะรับผมได้ และมีหลายคนที่อยากจะอมของผมให้สำลัก แต่ผมก็ชอบนะ เลยไม่เป็นไร…..

…..ผมมีความสุขดีกับขนาดของตัวเอง แต่ผมเจอคนที่ยาว 10 นิ้วและใหญ่มาก ผมไม่เคยรู้มาจนกระทั่งเขาล้วงมันออกมา ผมคิดแค่ว่าจะไม่เอามันเข้าไปในตัวผมแน่นอน อย่างมากคงลองอมดู ซึ่งเขาบอกว่าคนส่วนมากอมได้แค่ส่วนหัวก็เต็มปากแล้ว ทำให้หลายครั้งเขาต้องยอมเป็นรับทั้งๆ ที่ปกติเป็นรุก เพื่อคบใครสักคน สุดท้ายผมกลายเป็นที่ปรึกษาให้เขาและไม่ได้มีอะไรกันอีก…..

4. การตื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผู้ชายทุกคนรู้จักการแข็งตัวโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่มันมักจะตื่นในช่วงเวลาที่เราไม่ต้องการ หลายคนจึงต้องใช้กระเป๋าหรือหนังสือเล่มใหญ่ปิดเอาไว้ เพราะมันจะนูนออกมาอย่างเด่นชัด สำหรับคนที่น้องชายใหญ่อยู่แล้ว นี่คือประสบการณ์ของเขา

Photo by jesse orrico on Unsplash
basketball court

…..ผมอยู่ในโรงยิมและสวมเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย แต่เพราะการสูบฉีดเลือดที่เพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกาย ทำให้เกิดอาการแข็งแบบ ‘3/4’ ซึ่งทำให้หัวของผมหลุดออกไปอยู่นอกกางเกงพร้อมกับเป้าที่ตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมต้องรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อรีบฉี่และจัดการมันให้เรียบร้อย…..

5. คนมองว่าคุณเป็นแค่เจ้าโลก

แม้ว่าไซส์ยักษ์จะไม่ใช่ขนาดที่ทุกคนชอบ แต่ก็มีกลุ่มคนที่ชอบน้องชายไซส์ยักษ์ แต่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะนั่นทำให้คนเข้าหาคุณเพียงเพราะน้องชายที่ใหญ่ และนี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจนัก

Man in red shadow
Shadow man

…..ในตอนแรกมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมาก ผมค่อนข้างจะหาคู่ได้ง่ายด้วยซ้ำตอนที่ยังโสด แต่ช่วงเวลานั้นได้จบลง เพราะคนที่ผมเคยคบเอาเรื่องไซส์ของผมไปพูดกับคนอื่นได้ และแฟนคนปัจจุบันสารภาพว่า สาเหตุที่เขาเริ่มคุยกับผมก็เพราะว่าได้ยินเรื่องนี้นั้นแหละ นั่นทำให้ผมรู้สึกแย่…..

สรุป

บางอย่างที่เราคิดว่าดี อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่น เช่นเดียวกับอวัยวะที่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปอาจทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก reddit.com

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


ผมถูกคุกคามทางเพศ

“…ผมสัมผัสได้ว่ามีอะไรมาโดนเป้ากางเกง แต่คิดว่าเป็นกระเป๋า จนกระทั่งสิ่งนั้นมันเสียดสีต่อเนื่อง เหมือนว่าโดนลูบเป้าอยู่ก็เลยเบี่ยงตัวหันข้าง แต่ด้วยสภาพแออัดบนเรือโดยสารเวลา 5 โมงเย็นหลังเลิกงาน ทำให้ขยับหนีไม่ได้มาก พอลงเรือก็ถูกเดินตามจนต้องรีบขึ้นรถกลับบ้านทันที ผมไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะผมเป็นผู้ชาย และอีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน…”

การคุกคามทางเพศในปัจจุบันไม่มีข้อจำกัดทางเพศ ไม่ว่าเพศไหนก็ถูกลวนลามหรือคุกคามได้ โดย 45% เกิดขึ้นบนขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ รถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า เรือโดยสาร เครื่องบิน ฯลฯ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Photo by Manki Kim on Unsplash
People in public transport

การคุกคามทางเพศ หรือที่เรียกว่า การลวนลามทางเพศ  หมายถึง การกระทำหรือแสดงออกในทางเพศ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านการใช้สายตา ท่าทาง เสียง คำพูด ร่างกาย หรือสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่ตกเป็นเป้ารู้สึกเดือดร้อน อึดอัด ไม่พอใจ และรู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้โดยสารหนาแน่น หรือช่วงที่ผู้โดยสารบางตา ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งอาจเกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์ ชานชาลา ท่ารถ ท่าเรือ สถานีขนส่ง หรือสนามบินได้ด้วย

การคุกคามทางเพศมีอะไรบ้าง

  1. การคุกคามด้วยสายตาหรือท่าทาง เช่น จ้องมองร่างกาย ใช้สายตาแทะโลม ทำท่าทางเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอวัยวะเพศ ความต้องการทางเพศ หรือการร่วมเพศ
  2. การคุกคามด้วยวาจา เช่น ผิวปากใส่ พูดแซว พูดเกี้ยวพาราสี พูดแบบหมาหยอกไก่ พูดสองแง่สองง่าม พูดตลกลามก หรือชวนพูดคุยในลักษณะที่ทำให้คนฟังอึดอัด เช่น ซักไซ้เรื่องส่วนตัว พูดพาดพิงถึงรูปร่างหน้าตาและการแต่งกาย ชวนพูดคุยเรื่องเพศทั้งที่พูดลอย ๆ ให้ได้ยิน หรือพูดกับผู้ที่ตกเป็นเป้าโดยตรง
  3. การคุกคามทางร่างกาย มีหลายระดับความรุนแรง ตั้งแต่การแตะเนื้อต้องตัว แต๊ะอั๋ง ลูบไล้ โอบกอด หอม ใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายสัมผัสถูไถ รวมทั้งการเดินตาม สะกดรอยตาม โชว์อวัยวะเพศ สำเร็จความใคร่ให้ผู้อื่นเห็น หรืออาจรุนแรงจนถึงขั้นพยายามข่มขืน หรือข่มขืน
  4. การคุกคามผ่านช่องทางการสื่อสาร หรือทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัดในเรื่องเพศ เช่น แอบถ่ายภาพผู้โดยสารคนอื่น ถ่ายภาพช้อนใต้กระโปรงหรือหน้าอก เปิดรูปภาพ คลิปวิดีโอ หรือภาพยนตร์ลามกอนาจารบนโทรศัพท์มือถือให้คนข้างๆ เห็น
Photo by Icons8 Team on Unsplash

ตัวอย่างเหตุการณ์

“…เคยมีผู้ชายเอาเป้ามาเบียดตอนนั่งบนรถเมล์ค่ะ…” คุณพี นามสมมติ เล่าถึงประการณ์ถูกคุกคามทางเพศบนรถเมล์ให้ฟังว่า ขณะที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนรถเมล์ รู้สึกแถวๆ ไหล่ตนมีอะไรบางอย่างมาถู เมื่อเงยหน้ามองก็เห็นผู้หญิงตรงหน้าส่งสัญญาณบอกด้วยสายตาว่ากำลังถูกลวนลาม จนกระทั่งผู้ชายคนดังกล่าวลงจากรถไป จึงได้รู้ว่าเขาเอาเป้ากางเกงมาถูที่ไหล่เพราะพบคราบขาวๆ เป็นจุดที่เสื้อของตน เหตุการณ์นั้นคุณพีไม่รู้ตัว จึงทำให้ไม่ได้มีท่าทีที่ตอบโต้แต่อย่างใด

อีกหนึ่งการถูกคุกคามบนรถไฟฟ้า คุณโรจ นามสมมติ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้าว่า ตนยืนติดกับประตูแล้วหันหน้าออกดูวิว หลังจากนั้นถูกเบียดจากด้านหลังและสัมผัสได้ว่าถูกใช้เป้าเบียดกับก้นของตนเอง สัมผัสได้เกิดการแข็งตัวในคู่กรณี บวกกับลมหายใจที่เริ่มแรงขึ้นจนได้ยิน “…ตอนนั้นตกใจทำอะไรไม่ถูก พอรถไฟฟ้าจอดจึงรีบลงมาตั้งสติ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องกับตัวเอง แม้ว่าจะรู้ว่าควรตะโกนขอความช่วยเหลือหรือบอกให้หยุด แต่พอเจอเข้าจริง ๆ สติมันไม่อยู่กับตัว…” คุณโรจเล่าให้ฟัง พร้อมบอกให้ทุกคนตั้งสติให้ดีเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้

Gay couple
Gay couple

แม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าควรทำอย่างไรเมื่อถูกคุกคาม แต่ด้วยความเขินอาย รวมถึงไม่มีหลักฐานชี้ชัด ทำให้ไม่กล้าที่จะกระทำการใด ๆ นอกจากนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงหลายคนมักจะไม่มีสติ ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร

5 วิธีเผือก เมื่อเจอเหตุการณ์คุกคามทางเพศ

  1. ใช้เสียง ด้วยการตะโกนออกมา ชักชวนให้คนรอบข้างเห็นและตั้งคำถามกับพฤติกรรม
  2. แจ้งเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานบนรถช่วยจัดการ
  3. เอาตัวเข้าแทรก ด้วยการเดินเข้าไปยืนแทรกกลาง เพื่อคั่นระหว่างผู้คุกคามและผู้ที่ถูกคุกคาม
  4. ทำเนียนว่ารู้จัก ด้วยการเข้าไปทักทายเหมือนว่าเป็นเพื่อน และชวนคุยจนผู้ที่คุกคามถอยห่าง
  5. ถ่ายคลิป เพื่อใช้เป็นหลักฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากประสบการณ์ข้างต้น หลายคนมักจะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร รวมถึงเมื่อเผชิญกับผู้คุกคามมักจะตกใจจนไม่มีสติจะรับมือจากภัยคุกคาม สำหรับวิธีเอาตัวรอดจากการถูกคุกคามทางเพศสามารถทำได้ดังนี้

วิธีป้องกันตัวจากการคุกคามทางเพศ

  1. ตั้งสติให้ดี และแสดงออกว่าคุณรู้ตัวและไม่ยินยอม
  2. ให้ลุกเดินหนีจากที่นั่ง
  3. ส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง

หากถูกผู้คุกคามใช้กำลัง ให้ใช้ไฟฉาย ปากกาหรือขวดน้ำเพื่อป้องกันตัวเอง โดยให้ใช้วิธีนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย และใช้ในกรณีที่ผู้กระทำใช้กำลังหรือถูกทำให้จนมุม

man using smartphone
man using smartphone

สรุป

ผู้ถูกกระทำหลายคนไม่กล้าเปิดปาก บางคนกลัวและอาย หรือไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร? จนที่สุดแล้วรู้สึกหวาดระแวงทุกครั้งเมื่อต้องใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งที่เราทุกคนมีสิทธิที่จะได้อยู่อาศัยในเมืองที่ปลอดภัย (Rights to the City) ซึ่งการเดินทางโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ก็ควรทำได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน มาร่วมกันผนึกพลังเพื่อสังคมที่น่าอยู่และปลอดภัย อย่าเงียบ อย่านิ่งเฉย เพราะการถูกคุกคามทางเพศอาจเกิดขึ้นกับตัวคุณก็ได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจากคู่มือเผือก โดย เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง
ให้สัมภาษณ์โดยผู้เคยถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Lifestyle

• • •

หลักจิตวิทยา สร้างคำตอบรับจากผู้ฟัง

• • •


เทคนิคเล่นว่าว ระดับโปรเพลย์เยอร์

ช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง นั่นรวมถึงการช่วยตัวเองหรือชักว่าวเพื่อสำเร็จความใคร่ ที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาและไม่ทำให้ใครท้อง นอกจากนั้นการช่วยตัวเองยังลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย

บทความนี้ ปรภ ขอนำเสนอ 5 ตัวช่วยที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นว่าวให้จากการเป็นผู้เล่นธรรมดากลายเป็นโปรเพลย์เยอร์กันเลย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
man in blue denim jeans with brown leather coat draped over shoulders
man in blue denim jeans

1. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

หากคุณอยากจะมีความสุขจากการช่วยตัวเองให้มากขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็คือการทำให้ช้าลง มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเร่งรีบ แต่มันเป็นเรื่องของการสร้างความสุขให้กับตัวเอง การปล่อยให้ตัวเองได้มีช่วงเวลาเงียบ ๆ อยู่ในจินตนาการ ดื่มด่ำกับกิจกรรมจะช่วยให้คุณเสร็จกิจได้อย่างมีความสุข

2. ทำความรู้จักร่างกายของตัวเอง

การช่วยตัวเองไม่ใช่แค่การชักขึ้นชักลงเท่านั้น แต่มันคือการทำความรู้จักร่างกายผ่านฝ่ามือ ลองลูบไล้เรือนร่างของคุณด้วยปลายฝ่ามือ หรือดึงไข่ตัวเองสักเล็กน้อย ไม่ต้องกลัวที่จะใช้มือทั้งสองข้าง อาจจะลองบีบหัวนมหรือใช้นิ้วแหย่ประตูหลังบ้างก็ได้เช่นกัน

shirtless man lay on bed
Man

3. ตัวช่วยหรรษา

ในโลกนี้มีของเล่นมากมายให้คุณได้ลอง การซื้อเซ็กส์ทอยมาสักชิ้นอาจจะช่วยเพิ่มสีสันในการช่วยตัวเองและพาคุณให้สำเร็จความใคร่ได้ไกลกว่าที่เคย หรือหากยังกังวลว่าการซื้อของเล่นอาจจะดูหมกมุ่นจนเกินไปลองเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแล้วหยิบเจลหล่อลื่นมาใช้ดูก็ไม่เสียหาย เพราะนอกจากจะทำให้คุณอึดขึ้น และยังทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับจินตนาการได้เป็นอย่างดี

4. จีสปอตของผู้ชาย

การช่วยตัวเองไม่ใช่เรื่องของอวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกทั้งหมด ผู้ชายก็มีจีสปอตเช่นเดียวกับผู้หญิง จุดดังกล่าวอยู่บริเวณที่เป็นต่อมลูกหมาก สามารถสัมผัสและกระตุ้นได้จากการโดนจุดดังกล่าวผ่านทางทวารหนักเข้าไป เพราะจุดสุดยอดจากการโดนกระทำทางทวารหนักแล้วจีสปอตโดนเสียดสีนั้น หลายต่อหลายคนบอกว่าสุดยอดกว่าการหลั่งออกมาเสียอีก นี่แหละคือความสุขของเกย์รับ

5. หาผู้ช่วย

เรื่องนี้หลายๆคนคงไม่แปลกใจ เพราะการช่วยตัวเองสนุกขึ้นหลายเท่าหากมีคนช่วยสักคน อย่าอายที่จะหาเพื่อนสักคน การช่วยกันเองในกลุ่มชายแท้เป็นอีกสิ่งที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี และอย่ากลัวว่าจะเปลี่ยนใจจากชายแท้เป็นเกย์ เพราะนั่นเป็นคนละเรื่องกัน

two man shirtless in the rain
gay couple

สรุป

สุดท้ายแล้วคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าจินตนาการ จงก้าวไปสัมผัสกับตัวเองให้มากขึ้น และไม่นานคุณก็จะก้าวมาเป็นโปรเพลย์เยอร์ด้านการช่วยตัวเองอย่างแน่นอน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Hornet และ Sanook

บทความน่าอ่านต่อ


<script data-ad-client="ca-pub-2367529442413944" async src="https://pagead2.googlesyndication.com/pagead/js/adsbygoogle.js"></script>

บทความล่าสุดในหมวด LGBT

• • •

• • •


ความบอบบางของหัวนมนักวิ่ง

ใครจะคิดว่าหนึ่งในปัญหาของนักวิ่งคืออาการบาดเจ็บที่หัวนม? มาทำความรู้จักความบอบบางของหัวนมและป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากการวิ่ง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Sport man
Sport man

เรื่องนี้ หมอบัว หรือ นายแพทย์วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ได้เล่าว่า ตนมีโอกาสรับหน้าที่กึ่งแพทย์สนามดูแลนักวิ่ง โดยมีคนมาถามหาพลาสเตอร์

“หมอรึเปล่าครับ มีพลาสเตอร์ไหมครับ”
“ใช่ครับผม มีครับ”

หมอบัวก้มหยิบพลาสเตอร์ในเป้ และมองไปนักวิ่งนั้น เงยหน้าขึ้นมาพบว่านักวิ่ง ไม่ได้เปิดข้อเท้าหรือหัวแม่โป้งเท้าแต่อย่างใด แต่กำลังเปิด … หัวนม … โดยเรียกอาการนี้ว่า #chafingnipple แปลว่า ถูเสียดสีจนร้อน หรือ #runnernipple ที่แปลตรง ๆ ว่าหัวนมนักวิ่ง หมอบัวจึงได้สรุป 10 ข้อต้องรู้ เกี่ยวกับหัวนมนักวิ่งเอาไว้ดังนี้

10 ข้อต้องรู้ หัวนมนักวิ่ง

1. กายวิภาคของหัวนมและลานนมต่างจากผิวหนังส่วนอื่น

ลานหัวนมจะมีต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และเส้นประสาทไวต่อความรู้สึกมากกว่า และยังมีส่วนของกล้ามเนื้อพิเศษ ทำให้ถูกกระตุ้นหดขยายได้ ส่วนปลายหัวนมนั้นเป็นที่รวมท่อน้ำนมแต่ไม่มีต่อมเหงื่อ

Man
Man

2. หัวนมนูนตั้งเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อลานหัวนมและหัวนม

การหัวนมนูนตั้งจะทำให้เกิดการเสียดสีกับเสื้อวิ่ง หรือเสื้อใน ยิ่งพอมีเหงื่อ ผิวหนังยิ่งชื้น ยิ่งอ่อนนุ่ม เสื้อชุ่มเหงื่อยิ่งหนักยิ่งรั้ง เสียดสีหัวนมมากขึ้น ยิ่งอากาศเย็นยิ่งพบบ่อยเพราะหัวนมยิ่งตั้งนะ (ซ้อมตอนเย็น ๆ อาจไม่ค่อยเจอ แต่มักจะชูชันตอนเช้าเพราะอากาศเย็นกว่า)

3. ไม่เกี่ยวกับขนาดเต้านม

อาการ chafing/runner nipple ส่วนใหญ่มักพบในผู้ชาย แม้ว่าหัวนมผู้ชายและเต้านมจะเล็กกว่าก็ตาม ผลจากการศึกษาบางเรื่องพบว่า คนที่วิ่งเกิน 50 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ถึง 1 ใน 3 ต้องเคยเป็น รวมทั้งนักปั่นก็มีรายงานในเรื่องนี้เช่นกัน

4. อาการเริ่มต้นมักจะแสบ ๆ คัน ๆ เสียว ๆ เจ็บ ๆ

อาการเริ่มต้นมักจะแสบ ๆ คัน ๆ เสียว ๆ เจ็บ ๆ จนสุดท้ายถลอก โดยแผลถลอกที่หัวนมโดนเหงื่อจะยิ่งเพิ่มความแสบความคัน หากปล่อยทิ้งไว้จนอาการหนักจะมีอาการเลือดออกจากหัวนม bleeding bloody nipple

shirtless man lay on bed
Man

5. การรักษาขณะวิ่ง

หากเกิดอาการดังกล่าวแนะนำให้นำพลาสเตอร์มาแปะหัวนมชั่วคราวเพื่อป้องกันการเสียดสี หรืออาจทาวาสลีน นอกจากนี้การถอดเสื้อวิ่งก็เป็นอีกตัวช่วย บางคนอาจใช้วิธีเจาะฉีกรูเสื้อตรงหัวนม แม้ว่านี่จะไม่ใช่การรักษาเยียวยา แต่มันคือการดูแลรักษาอาการไม่ให้แย่ลงขณะวิ่ง เพราะคุณคงไม่อยากหยุดวิ่งเพียงเพราะอาการเจ็บหัวนมหรอก จริงไหม?

6. การรักษาหลังวิ่งเสร็จ

ใครเคยเป็นจะรู้ว่า การอาบน้ำแบบทรมานหัวนมนั้นเป็นอย่างไร อาบไป ทั้งเจ็บ ทั้งแสบ ดังนั้นจึงควรอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น และใช้สบู่อ่อน ๆ แต่หากมีแผลตรงหัวนมควรปิดพลาสเตอร์แบบกัดน้ำ หรือทาครีมขี้ผึ้ง หรือใช้ปรึกษาการใช้ยาจากแพทย์ โดยจะต้องรักษาตามสภาพของอาการและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง โดยจะใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 วันนะกว่าผิวหนังใหม่จะสร้างและอาการแสบนมจะดีขึ้น แต่หากมีอาการแสบลึกอาจใช้เวลาพักฟื้นหัวนมเป็นสัปดาห์

shirtless man with tattoo
Nipple

7. กันหัวนมไว้ดีกว่าแก้

การป้องกันหัวนมไม่ให้บาดเจ็บมีด้วยกันหลายวิธี เพราะการลดขนาดของหัวนม หรือไม่ให้หัวนมตั้งจะเป็นไปได้ยาก การป้องกันจึงมีดังนี้

  • ทาวาสลีน หรือเจลหล่อลี่นก่อนวิ่ง
  • แปะพลาสเตอร์ หรือใช้ที่แปะหัวนมของผู้หญิง (nipple shield) แต่ข้อเสียคือ หากวิ่งในระยะทางนาน ๆ หรือเหงื่อออกเยอะจะทำให้หลุดออกได้
  • ทาแป้ง เพราะแป้งจะช่วยดูดซับความชื้น ไม่ควรใช้แป้งเย็น
  • เลือกเสื้อที่เหมาะสม ทั้งเนื้อผ้า ขนาด ทั้งนี้ควรซ้อมใส่ด้วยเสื้อตัวเดิมที่จะใช้ลงวิ่ง
  • สภาพอากาศ ความชื้นน้อย ระยะมาก ๆ ควรระวัง เนื่องจากมีผลการรายงานพบอาการเกิดกับผู้ที่วิ่งในระยะทางที่นาน และผู้ที่ใส่เสื้อผ้าหลวมเกินไป

8. แพทย์สนามควรพกกระปุกหรือหลอดวาสลีน

คอยช่วยเหลือและรักษาอาการเบื้องต้นกรณีพบผู้ที่มีอาการหัวนมนักวิ่ง

9. 18+ สำหรับนักวิ่งหญิง

กรณีผู้หญิงที่มีน้ำออกจากหัวนม ไม่ว่าจะด้วยการออกมาเองหรือจากการบีบ ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการของเนื้องอกในท่อน้ำนม หรือมะเร็งเต้านม นักวิ่งหญิงจึงควรตรวจเต้านมทุกเดือนเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้หากผู้หญิงที่เกิดแผลที่หัวนม (nipple fissure) หรือลานหัวนม (areola ulcer) หรือบริเวณผิวหนังเต้านม แม้จะไม่เจ็บอย่านิ่งนอนใจ อาจไม่ใช่เป็นแค่เชื้อราหรือ ผิวหนังอักเสบ ผื่นภูมิแพ้ความอับชื้นอย่างที่คิด แต่อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งเต้านม

สำหรับผู้ที่ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก สามารถวิ่งได้อย่างปกติ แต่ควรระมัดระวังขณะแกว่งแขน และแนะนำให้หยุดพักการวิ่งอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ โดยก่อนกลับมาวิ่งให้เดินเบา ๆ และค่อย ๆ เพิ่มระดับความเร็วขึ้น รวมทั้งการใส่ซัพพอร์ต หรือสปอร์ตบราที่กระชับพอดี

Man with Mask
Man with Mask

10. หัวนมนักวิ่ง แม้จะเล็กแต่ทำเรื่องใหญ่

แม้ว่าปัญหาของหัวนมจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ก็ทำให้นักวิ่ง DNF (Did Not Finish แปลตรงตัวว่า วิ่งไม่จบ) ดังนั้นจึงควรป้องกัน ทา หรือแปะหัวนม ใส่เสื้อที่ฟิตพอดีก่อนออกไปวิ่งหรือไปซ้อมอย่างมีความสุข ทั้งนี้นักวิ่งที่มีปัญหาเดียวกันบริเวณขาหนีบ ต้นขาใน สายบรา หรือรักแร้ ก็สามารถใช้หลักป้องกันและรักษาเดียวกันได้

รู้แบบนี้แล้ว นักวิ่งอย่าลืมดูแลหัวนมของตัวเองก่อนออกวิ่งนะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจากเฟซบุ๊ก เพื่อสองเต้าที่เท่ากัน by Dr Bua

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers

หัวนมผู้ชาย มากมายกว่าที่คิด

อวัยวะหนึ่งของร่างกายที่นูนขึ้นมาตรงหน้าอกของมนุษย์คือเต้านม แต่สิ่งที่มักจะชูชันและโผล่ทะลุเสื้อออกมาคือส่วนของหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพศชายที่ไม่มีเสื้อซับในคอยปกปิดทำให้บางคนมักจะพบปัญหาที่หัวนมเกิดลักษณะนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนหลายคนรู้สึกอับอายและตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องมีหัวนม?

หัวนม เป็นอวัยวะที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันมีเพื่ออะไร มีเอาไว้ทำอะไร บทความนี้จึงขอนำเสนอเรื่องราวน่ารู้มากมายเกี่ยวกับหัวนมผู้ชายมาแบ่งปันกันครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
shirtless man with tattoo
Nipple

“หัวนม” หรือบางคนจะเรียกว่าจุกหรืออะไรก็แล้วแต่ จะเพศไหนก็มีหัวนม ถ้าไม่มีสิแปลก มันก็คืออวัยวะหนึ่งในร่างกายเรา แต่ทุกคนรู้เรื่องของ “หัวนม” ดีพอแล้วหรือยัง?

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมบางคนหัวนมบอด หัวนมบุ๋ม หรือเวลาพูดว่า “นมดำ” หมายถึงหัวนมหรือทั้งเต้า? จริงๆ แล้ว จุกนม หรือหัวนมจะอยู่ตรงกลางเต้า โดยจะเชื่อมต่อกับลานหัวนม หรือที่เป็นวงกลมรอบผิวหัวนม ดังนั้นคนผิวขาว ลานหัวนมก็ขาว แต่หัวนมคล้ำ หรือเป็นคนผิวคล้ำ ลานหัวนมก็คล้ำ แต่หัวนมขาว ผิวขาวก็จุกดำได้ ผิวคล้ำก็จุกขาวได้ ถ้าผิวขาวแล้วจุกขาวกันทั้งโลก คงไม่มีคนผิวขาวซื้อครีมทาหัวนมชมพูมาใช้แน่นอน

shirtless man lay on bed
Man

5 เรื่องน่ารู้ของหัวนมผู้ชาย

สำหรับ 5 เรื่องน่ารู้ของหัวนมผู้ชายที่เอามาฝากกันวันนี้ ปรภ ได้รวบรวมข้อมูลมาจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ดังนี้

1. เรื่องของสีหัวนม

หลายคนอาจคิดว่าการถูกดูดนมบ่อยๆ อาจทำให้สีของหัวนมคล้ำได้ แต่ที่จริงแล้วสีของหัวนมจะถูกกำหนดด้วยชาติพันธ์ต่างหาก เพราะคนที่มีหัวนมชมพูนั้นต่อให้มีลูกสักสิบคน เลี้ยงด้วยนมแม่ทุกคน หัวนมก็ยังชมพูอยู่ดี

อย่างไรก็ตามย้อนกลับไปเมื่อเกือบสี่ร้อยปีก่อน Jane Sharp ได้เขียนตำราศิลปะการผดุงครรภ์เอาไว้เมื่อปี 1671 ได้บรรยายลักษณะของสีหัวนมที่สามารถบอกสุขภาพได้ โดยเวลาที่หมอกับพยาบาลจะดูว่าผู้หญิงสุขภาพเป็นอย่างไร เขาจะดูจากสีของหัวนม

หัวนมจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนสตรอว์เบอร์รี่สดหลังมีเพศสัมพันธ์ นั่นคือสีที่สุขภาพดีตามธรรมชาติ แต่พออายุเพิ่มขึ้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ

เคยได้ยินทฤษฏีแปลกๆ เกี่ยวกับหัวนมว่า สีหัวนมไม่ต่างอะไรกับสีริมฝีปาก แต่ทฤษฎีนี้เป็นอันล้มเลิกไป เพราะเหตุผลทางวิทยาศาสตร์บอกว่า สีหัวนมของคนเราสามารถเปลี่ยนได้ตลอดตามอุณหภูมิ การตั้งครรภ์ อายุ (ยิ่งอายุมาก สีของหัวนมยิ่งคล้ำ)

Man with Mask

2. ความเสียวจากหัวนม

มีการวิจัยที่ทดลองจากภาพ MRI พบว่าหัวนมคือบริเวณที่ไวต่อการสัมผัส และทำให้สมองสั่งการให้รู้สึกดี ดังนั้นการบีบ เค้น คลึง บิด และดึงหัวนมเหมือนในหนัง AV อาจจะฟิน แต่ในชีวิตจริงบางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้ การสัมผัสบริเวณหัวนมต้องทำด้วยความนุ่มนวลและเบามือ     

ในปี 2011 มีงานวิจัยที่พบว่า การกระตุ้นด้วยหัวนมเพียงอย่างเดียวสามารถทำให้เสร็จสมอารมณ์หมายได้ แม้ว่าอาจจะเป็นเปอร์เซนต์ที่ไม่เยอะเท่าไหร่นัก แต่ก็สามารถทำได้ ซึ่งการไซร้ นัว ดูด คลึง ก็ทำให้เสียวซ่านจนเสร็จสมดั่งใจหมายเช่นกัน

3. หัวนมที่มากกว่าสอง

ภาวะหัวนมเกิน (Supernumerary nipples) พบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ที่จะมีหัวนมมากกว่า 2 อาจจะเป็น 3 หรือ 4 หรือ 5 หรือ 7 ก็ได้ ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะที่มีติ่งเนื้อยื่นออกมาเฉย ๆ ไปจนถึงสามารถใช้งานได้เหมือนหัวนมปกตินั่นคือสามารถให้นมได้ จึงไม่แปลกที่จะพบเจอคนที่มีหัวนมมากกว่าหนึ่ง ถือว่าเป็นของแถม

Sport man

4. หัวนมไม่ชอบออกกำลังกาย

การออกกำลังกายทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี แต่มันอาจจะทำให้หัวนมของคุณไม่ได้รู้สึกดีตามไปด้วย เพราะการออกกำลังกายอาจทำให้หัวนมแห้งและแตก หรือช้ำเลือดช้ำหนอง แดงบวมได้ เกิดจากมีการเสียดสีระหว่างหัวนมกับเสื้อมากเกินไป ทางแก้คืออาจเอา พลาสเตอมาแปะ หรือนำปิโตรเลียมเจลลี่/วาสลีนมาทาก่อนที่จะออกกำลังกายก็ช่วยได้เยอะครับ

5. ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้

เรื่องนี้อาจเป็นที่น่าตกใจสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่เป็นเรื่องจริงที่เคยลงหนังสือพิมพ์ข่าวสดมาแล้ว โดย นายพิบูลวัฒน์ ยังสุข อายุ 59 ปี ได้เล่าอาการมะเร็งเต้านมเอาไว้ดังนี้

“ผมเป็นมะเร็งขึ้นที่ 2 เป็นมาประมาณ 3 เดือนก่อนจะไปผ่าตัด ตอนนั้นไม่ได้สนใจ คิดแค่ว่าคงเป็นซีสธรรมดา แต่รู้สึกผิดปกติ เพราะก้อนโตขึ้น และหัวนมบุ๋ม เหมือนโดนรั้งผิดปกติ เวลาหมอผ่าตัดก็เอาหัวนมออกไปด้วย หมอบอกมีผู้ชาย1 ใน 1000 คนเท่านั้นที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ชายส่วนมากจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนใหญ่ 99% ผู้หญิงจะเป็นมะเร็งเต้านม ผมเองไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเป็นมะเร็งเต้านม ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเป็นมะเร็ง ตอนนี้ต้องกินยา ต้านฮอร์โมนเพศหญิง “เอสโตรเจน” ซึ่งต้องกินนานถึง 5 ปี” 

อาการมะเร็งเริ่มจากการเป็นก้อนแข็งตรงใต้หัวนมข้างขวา ไม่เจ็บ คล้ายเนื้องอกหรือซีส และจะเริ่มค่อย ๆ เจ็บในภายหลัง หากใครที่มีอาการดังกล่าวแนะนำไปรีบไปหาหมอเพื่อให้นำตัวอย่างเนื้อไปตรวจและรับการรักษาอย่างทันที

Man
Man

สรุป

เรื่องของหัวนม เป็นเรื่องธรรมชาติ ถึงสังคมทั่วไปจะไม่โชว์อวัยวะส่วนนี้ในที่กลางแจ้ง แต่เราก็ต้องอยู่กับมันทุกวันจึงควรรู้จักธรรมชาติของมัน สังเกตลักษณะความผิดปกติไว้ ถ้าเจออะไรแปลกๆ จะได้ไปหาหมอทันเวลา อย่าปล่อยให้นมเน่า หรือเป็นมะเร็งลามไประยะสุดท้ายเสียก่อนละครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก womenshealthmag medical-dictionary – jezebel – SistaCafe – ข่าวสด

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers

“อสุจิ” ตัวช่วยลดเศร้า

สถานการณ์โรคซึมเศร้าในสังคมเป็นปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่รักษาให้หายขาดได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่อาการหดหู่ที่หนักขึ้นจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย วันนี้ ปรภ จึงขอนำเสนอผลงานวิจัยที่ออกมาชี้ถึงคุณสมบัติที่คาดไม่ถึงของอสุจิ ที่จะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

คำเตือน : อย่าเพิ่งปิดบทความแล้วไปหาอสุจิมากินก่อนอ่านจบ เพราะนี่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man in red shadow
Shadow man

โรคซึมเศร้ามีสาเหตุหลักที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองและสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจการเงิน ความผิดหวัง ความสัมพันธ์ ความรัก ความสูญเสีย เป็นต้น หากไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้จะทำให้เป็นสาเหตุความเครียด วิตกกังวล พัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้ ทั้งนี้อาการของโรคซึมเศร้า ได้แก่ เศร้า หดหู่ ซึม เบื่อหน่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ มีความคิดอยากตาย

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า ในปี 2560 ทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าประมาณ 322 ล้านคน คิดเป็น 4.4% ของประชากรโลก ในขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 6 รายต่อชั่วโมง

งานวิจัยโดยแผนกจิตวิทยา จาก State University of New York ได้ศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมเซ็กส์ของนักศึกษาชายและหญิงจำนวน 300 คน โดยมีผลการศึกษาดังนี้

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอาจมีฤทธิ์ต้านอาการหดหู่ หรือมีอาการหดหู่น้อยกว่าคนทั่วไป เพราะในน้ำอสุจิมีสารที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี ทำให้หลับง่ายขึ้น และมีสารต่อต้านอาการหดหู่อย่างน้อย 3 ชนิด สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่าในอสุจิมีสารเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และเมลาโทนิน (Melatonin) อีกด้วย

Man sitting on Sofa
Man sitting on Sofa

เซโรโทนิน (Serotonin) มีคุณสมบัติเป็นทั้งสารสื่อประสาทและเป็นฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในหลาย ๆ ส่วนของร่างกาย ทั้งด้านการควบคุมอารมณ์ การย่อยอาหาร ความรู้สึกอยากหรือเบื่ออาหาร รวมไปถึง การนอนหลับ และยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชหลายโรค ส่วนเมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นและพบว่ายังช่วยแก้ไขปัญหาอื่นๆ ได้

ข้อมูลการค้นพบเหล่านี้ยังสนับสนุนความเป็นไปได้ที่น้ำอสุจิมีฤทธิ์ในการต่อต้านอาการหดหู่ และยังตรงกับข้อค้นพบที่ว่า ช่องคลอดสามารถดูดซึมสารต่าง ๆ ในน้ำอสุจิได้ ทั้งนี้ยังไม่มีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการว่าทางทวารจะสามารถดูดซึมสารต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับในช่องคลอดหรือไม่

การเผยแพร่บทความเรื่องนี้ ปรภ ไม่ได้สนับสนุนให้คนหันมามีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามุยเพื่อลดอาการซึมเศร้า แต่เนื่องจากความรู้ดังกล่าวมีความน่าสนใจและช่วยให้หลาย ๆ คนรู้ว่าอสุจิไม่ได้เป็นแค่ตัวนำโรคติดต่อทางเพศหรือตัวนำในการทำให้เกิดการตั้งท้องเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือมีอาการที่หดหู่คล้ายว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าควรปรึกษาจิตแพทย์และรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควรใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะเราทุกคนรู้ดีว่ามีโรคติดต่อมากมายแค่ไหนที่น่ากลัวว่าโรคซึมเศร้า

Pink Rose
Rose

สรุป

อสุจิมีสารที่ช่วยลดอาการหดหู่ได้ แต่จะซึมซับได้ดีในช่องคลอด ดังนั้น การกินอสุจิ หรือการใช้อสุจิมาทา ไม่ได้มีส่วนช่วยในการลดอาการซึมเศร้าจ้า

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก psychologytoday ncbi

บทความน่าอ่านต่อ

ฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศอันตราย

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนหนุ่มน้อย-ใหญ่ ที่หวังขยายขนาดอวัยวะเพศด้วยการฉีดสารแปลกปลอม เสี่ยงสารพัดอันตราย ทั้งติดเชื้อเป็นหนองและติดเชื้อไวรัสจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด ซ้ำร้ายในบางรายลุกลามจนเกิดเป็นมะเร็ง

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ค่านิยมที่ว่าผู้ชายทั้งต้องมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่เพื่อให้เพศตรงข้ามจะเกิดความประทับใจยังไม่หายไปจากสังคม แม้จะมีการนำเสนอข่าวถึงอันตรายจากการฉีดสารแปลกปลอมเพื่อขยายขนาดอวัยวะเพศอยู่เป็นระยะแต่ก็ยังมีหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่บางรายยอมเสี่ยงอันตรายเข้ารับบริการ

การฉีดสารแปลกปลอมเพื่อขยายขนาดอวัยวะเพศนั้น จะให้บริการโดยบุคคลที่มิใช่แพทย์ ซึ่งมักจะใช้สารแปลกปลอมที่ไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ เช่น น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก  ไขมัน ซิลิโคนที่ใช้ในอุตสาหกรรม มาฉีดเข้าใต้ผิวหนังของอวัยวะเพศชาย และอ้างว่าจะช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ

แต่ความจริงนั้นส่วนที่ทำให้ขนาดของอวัยวะเพศดูใหญ่ขึ้นมีเพียงส่วนของผิวหนังที่หุ้มอวัยวะเพศ ขนาดของตัวแกนอวัยวะเพศไม่ได้ใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด ทำให้ผิวหนังที่ได้รับการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป เกิดอาการอักเสบ บวมแดง หรือหมดความยืดหยุ่นเกิดการดึงรั้งอวัยวะเพศ จนไม่สามารถปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์ได้

ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการติดเชื้อเป็นหนองและติดเชื้อไวรัสอันตราย เช่น ไวรัสเอชไอวี (Human immunodeficiency virus, HIV) หรือไวรัสตับอักเสบจากการฉีดโดยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และการอักเสบเรื้อรังจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าอวัยวะเพศก็อาจจะทำให้เกิดมะเร็งจนต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งอีกด้วย เป็นการเสียทั้งเงิน เจ็บทั้งตัวและใจต่อหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ทั้งหลาย

ทันตแพทย์อาคม กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ลักลอบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้บริการฉีดสารแปลกปลอม โดยอ้างว่าสามารถขยายขนาดอวัยวะเพศ จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานเป็นหมอเถื่อน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานเปิดคลินิกเถื่อน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และสำหรับประชาชนที่ทราบเบาะแสการกระทำผิดของคลินิกเถื่อน หรือหมอเถื่อนอย่าได้นิ่งดูดาย หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ขอให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรม สบส.ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18618 แต่หากอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ เพื่อร่วมคุ้มครองประชาชนในด้านระบบบริการสุขภาพ และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ที่มา : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

บทความน่าอ่านต่อ