ป้ายกำกับ: รีวิว

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมผ่านศิลปะ กิจกรรม รวมถึงผลงานต่าง ๆ ที่รวบรวมมาจัดแสดงในหลากหลายรูปแบบ แต่พิพิธภัณฑ์ Ariana แห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานเซรามิกและแก้วสไตล์อิตาลีในสมัยปี 1877 – 1884 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

เจนีวา (Geneva) ถือเป็นเมืองที่หลายคนคุ้นหู เพราะเป็นหนึ่งในเมืองดังและแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนเมื่อไปสวิตเซอร์แลนด์ แม้ว่าเมืองนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์รวมของสถาบันต่าง ๆ หนึ่งในสถานที่แห่งประวัติศาสตร์คงหนีไม่พ้นกับ Musee Ariana หรือ พิพิธภัณฑ์ Ariana

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามพิพิธภัณฑ์เซรามิกและแก้ว จัดแสดงวัตถุมากกว่า 25,000 ชิ้น กว่า 7 ศตวรรษ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคลือบดินเผา เซรามิกตะวันออกกลาง และเครื่องลายครามที่สร้างขึ้นเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างชาวยุโรปและตะวันออกกลาง

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

พิพิธภัณฑ์ Ariana หรือที่ Musée suisse de la céramique et du verre (พิพิธภัณฑ์เซรามิกและแก้วสวิส) เปรียบเสมือนสถานที่เก็บโบราณวัตถุประเภทเซรามิกและแก้วเพียงหนึ่งเดียว แม้ในอดีตจะสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่สะสมสมบัติส่วนตัวของ  Gustave Revilliod นักสะสมศิลปะชาวสวิส

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

ต่อมาได้ส่งต่อให้กับเมืองเจนีวาเป็นผู้ดูแล และเก็บสะสมศิลปะทางประวัติศาสตร์ในปี 1934 โดยของสะสมอื่น ๆ ถูกส่งไปแสดงโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนที่ยังคงเหลือมีเพียงเซรามิกและแก้วเท่านั้น และในปี 1993 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

หลังจากเปิดอย่างเป็นทางการ ความสวยงามและยิ่งใหญ่ของศิลปะในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกจัดเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ของยุโรป ด้วยความโอ่อ่าของพิพิธภัณฑ์เองที่ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ บวกกับห้องโถงน้อยใหญ่จำนวนมากทำให้สถานที่แห่งนี้มอบความอัศจรรย์ให้แก่ผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

Musee Ariana แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่งดงาม ผลงานทุกชิ้นมีประวัติบรรยายและถูกจัดเรียงเป็นหมวดหมู่แยกซอยเป็นห้องต่าง ๆ ตามแต่ละประเภท นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการพิเศษในแต่ละเดือนเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชม

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum
Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

แม้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะไม่ได้โปรโมทแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก แต่หากใครที่ต้องการมาเยี่ยมชมสามารถเดินไปแวะถ่ายรูปหน้าองค์การสหประชาชาติ และพิพิธภัณฑ์กาชาดบริเวณใกล้เคียง เรียกได้ว่ามาที่เดียว แต่เที่ยวได้สามที่กันเลย

Unseen Switzerland: รีวิว Ariana Museum

Musee Ariana เปิดทุกวันอังคารถึงอาทิตย์ เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ค่าเข้าชมอยู่ที่ 8 CHF ต่อคน ผู้สูงอายุและนักศึกษา 6 CHF ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 เข้าชมฟรีทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

Aareschlucht หนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ไม่ปรากฎในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาจเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งอื่นน่าสนใจนอกจากความสวยงามของธรรมชาติอันเร้นลับที่ซ่อนอยู่ระหว่างช่องเขาใหญ่ หรืออาจถูกบดบังด้วยชื่อสถานที่ท่องเที่ยวดังประจำประเทศ ทำให้ Aareschlucht กลายเป็นหนึ่งใน Unseen ที่สายลุยห้ามพลาด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht ทางเข้าฝั่ง Innertkirchen

เขต Interlaken ประเทศ Switzerland นอกจากจะเป็นสถานที่ตั้งของจุดท่องเที่ยวธรรมชาติอย่าง Jungfraujoch แต่ยังมีอีกแหล่งธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในหุบเขาเร้นลับ ที่รอคอยให้หลายคนไปสัมผัสกับความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่าง Aareschlucht

Aareschlucht ตั้งอยู่ที่เมือง Meiringen ในเขต Interlaken เป็นสถานที่สุดมหัศจรรย์ จุดไหลผ่านของแม่น้ำ Aare ก่อนจะไหลตัดผ่านหุบเขาสองฝั่งระหว่างหมู่บ้าน Meiringen และ Innertkirchen ในระยะความยาว 1,400 เมตรไปบรรจบกับแม่น้ำ Rhein แม่น้ำที่ยาวที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

ความงดงามและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ที่สายน้ำสามารถไหลตัดผ่านช่องเขาได้ถือเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ควรค่าแก่การมาเยือน

สายลมที่พัดผ่าน ณ บริเวณดังกล่าวจะมีความเย็นชื้น ลมกรรโชกแรงตลอดเวลา ความเย็นของน้ำสีมรกตที่ไหลผ่าน กอปรกับธารน้ำที่ไหลตกลงมาจากไหล่ช่องเขาทำให้ธรรมชาติแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารตา

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

สะพานโครงเหล็กที่โยงใยสลับสองฟากฝั่ง ตัดกับทางเดินอุโมงค์หินที่ทะลุภูเขา เป็นสิ่งก่อสร้างที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 125 ปี โดยมีจุดที่แม่น้ำไหลผ่านกว้างที่สุด 40 เมตร และส่วนที่แคบสุดเพียง 1 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ผิวน้ำสีมรกตมีความเร็วในการไหลผ่าน 2 เมตรต่อวินาที และมีจุดที่ลึกสุดถึง 5 เมตรเลยทีเดียว

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

บางจุดเปิดกว้างให้เห็นวิวและความมหัศจรรย์ ในขณะที่บางจุดแคบจนต้องเดินทะลุเข้าไปในช่องเขา และหากมองขึ้นไปเบื้องบนจะเห็นแสงรำไรที่ทะลุม่านหมอกและยอดไม้ลงมา ขนาบข้างด้วยผาสูงชัน แสงสะท้อนของน้ำสีมรกตผนวกกับสีของหินเก่าแก่ให้ความรู้สึกลี้ลับน่าค้นหา

บางจุดมีน้ำตกไหลลงมาจากไหล่เขาให้เห็นบ้างปะปรายทำให้ผู้เขียนนึกถึง สุสานโบราณแห่งซีรีส์จีน ดาบมังกรหยก และจินตนาการว่าตนเองเป็นเอี๊ยก๊วยก็ดูจะไม่เกินจริง (เหรอ)

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

หากเริ่มต้นเดินจากฝั่ง Innertkirchen จะเป็นการเดินลาดลงเขา เป็นจุดที่มีความกว้างของสองช่องฝั่งเขามากที่สุด และมีลมแรงทำให้ต้องระมัดระวังในการลื่นไหลจึงควรจับราวของทางเดินให้ดี

สำหรับทางเข้าฝั่งทิศตะวันออกนี้จะเปิดในวันที่ 9 พฤษภาคม 2020 ส่วนด้านฝั่งทิศตะวันตก ทางเข้าฝั่ง Meiringen จะเปิดในวันที่ 4 เมษายน 2020 หากทั้งสองทางเข้าเปิดนักท่องเที่ยวสามารถเดินทะลุไปหากันได้ และถือเป็นทางเดินเลียบช่องเขาที่ช่วยในการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี และในปีนี้ Aareschlucht จะเปิดให้เข้าชมทั้งสองฝั่งจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2020

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

สำหรับราคาเข้าชมปกติอยู่ที่ 9 CHF เด็กอายุ 6-16 ปี ราคา 5 CHF ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

สามารถนั่งรถไฟจากสถานี Interlaken Ost ลงสถานี Meiringen จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสายรางเดียว Regio ปลายทาง Interkerchen MIB ลงที่สถานี Aareschlucht West และเดินตามแผนที่ไม่นานก็ถึงกับที่หมาย

Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht
Unseen Switzerland: รีวิว Aareschlucht

ผู้เขียนรีวิวสถานที่แห่งนี้ แม้จะรู้ดีว่านักท่องเที่ยวชาวไทยอาจไม่เคยได้ไปเยือน แต่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่ง้อทัวร์ ให้เป็นจุด Unseen ห้ามพลาด และชวนให้ไปดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ของธรรมชาติกับ Aareschlucht แห่งนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

รีวิวซาฟารีปาร์ค หนึ่งในสามโซนของซาฟารีเวิลด์

ซาฟารีเวิลด์ (Safari World) สวนสัตว์ที่จำลองสภาพแวดล้อมจากทุ่งหญ้าราบและป่าจากแอฟริกา ที่เปิดมากว่า 30 ปี แหล่งรวมของสัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นม้าลาย ยีราฟ กวาง และนกนานาชนิด ที่เปิดให้ผู้เข้าชมสามารถขับรถยนต์ส่วนตัว หรือใช้บริการรถโคชซาฟารีฯ เพื่อสัมผัสความใกล้ชิดกับแหล่งที่อยู่อาศัยจำลอง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ซาฟารีเวิลด์ แบ่งออกเป็น สามโซนใหญ่คือ ซาฟารีปาร์ค (Safari Park) มารีนปาร์ค (Marine Park) และ จังเกิ้ลวอล์ค (Jungle Walk)

  • ซาฟารีปาร์ค ผู้เข้าชมสามารถขับรถยนต์เข้าชมบรรยากาศจำลองสภาพแวดล้อมที่สัตว์ป่าสายพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่จริงอย่างใกล้ชิด
  • มารีนปาร์ค จุดรับชมการแสดงของสัตว์ต่าง ๆ ที่สามารถดูได้หลากหลายตั้งแต่เช้าจรดเย็น
  • จังเกิ้ลวอล์ค โซนใหม่ที่ให้ผู้เข้าชมใกล้ชิดกับสัตว์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารยีราฟ การเดินลอดไปชมกลางกรงเสือ เป็นต้น

ซาฟารีปาร์ค หนึ่งในสามโซนของซาฟารีเวิลด์ ถือเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของไทยที่จำลองสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ปราศจากกรงขัง และให้ผู้คนได้เข้าไปใกล้ชิดด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล รวมไปถึงการเข้าไปอยู่ในดงเสือและสิงโต อันเป็นประสบการณ์ที่หาจากไหนมิได้

สำหรับการเข้าชมในซาฟารีปาร์ค สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ทางเข้าได้เลย โดยคิดเป็นรายบุคคล คนละ 450.- แต่หากซื้อพร้อมกับบัตรเข้าในโซนอื่นๆ จะได้ราคาที่ถูกกว่า (แนะนำให้อัปเดตราคาโปรโมชันในเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก)

ทางเข้าชมจะเป็นประตูใหญ่เปิดกว้างสำหรับรถยนต์ที่เตรียมพร้อมจะชมสัตว์แบบใกล้ชิดโดยจุดแรกมีป้ายว่า “ยีราฟ” แต่เอาเข้าจริงๆ มีแต่ม้าลาย เพราะยีราฟจะถูกจัดอยู่ในอีกโซนที่ให้ผู้เข้าชมสามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด

ระหว่างเที่ยวชมจะมีป้ายของสัตว์แต่ละประเภทระบุเอาไว้ แต่มักจะไม่ตรงเพราะที่นี่เป็นสวนสัตว์เปิด ทำให้สัตว์เดินไปมาได้ นอกจากนี้ป้ายที่โดดเด่นและคอยเตือนรายทางจะเป็นป้ายห้ามลงจากรถ ห้ามให้อาหารสัตว์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้มีเอาไว้เพื่อป้องกันมนุษย์ได้รับอันตราย แต่มีเอาไว้ป้องกันสัตว์ที่อาจได้รับสิ่งปนเปื้อนจากมนุษย์นั่นเอง

บางจุดของสวนสัตว์แห่งนี้มีรั้วล้อมรอบเอาไว้เนื่องจากสัตว์ดังกล่าวอาจเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเอง ต่อผู้เข้าชม และต่อสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่บนรถม้าลายคอยเฝ้าระวังตามจุดต่าง ๆ แต่การป้องกันการเกิดเหตุอันตรายต่อสัตว์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรกระทำ

พื้นที่ส่วนใหญ่ของสวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์คแห่งนี้ ถูกจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายกับสภาพแวดล้อมจริงของสัตว์นานาสายพันธุ์ ทำให้นกต่าง ๆ ที่แม้จะมีปีกก็ไม่บินหนีไปไหนไกล เพราะรู้ว่า ณ พื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ และยังมีนกต่างถิ่นแวะเวียนมาให้เห็นบ้าง

อีกหนึ่งป้ายที่โดดเด่นสะดุดตาคงหนีไม่พ้น “สัตว์มีสิทธิพิเศษบนถนน” ที่ทำให้ผู้ขับขี่จะต้องพึงระวัง ไม่ขับรถเร็วจนเกินไป ไม่บีบแตรก่อเสียงซึ่งอาจทำให้สัตว์ตกใจ และจะต้องให้สิทธิพิเศษแก่สัตว์ทุกสายพันธุ์ในสวนสัตว์เปิดแห่งนี้

นอกจากสัตว์ป่าแล้ว ยังมีโซนสิงโตและเสือที่ถูกจัดแยกเอาไว้โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากใครมาเช้าจะได้ชมการแสดงการให้อาหารสัตว์เหล่านี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ เพราะในช่วงบ่ายสิงโตและเสือต่างก็นอนพักกันใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

นอกเหนือจากสัตว์ที่กล่าวมา ยังมีสัตว์อื่น ๆ อีกมากมายที่รอให้ผู้อ่านแวะเข้าไปเยี่ยมชม โดยสวนสัตว์เปิดซาฟารีเวิลด์เปิดเปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 09.00 น. – 16.30 น. วันเสาร์อาทิตย์ 09.00 น. – 17.30 น. และที่สำคัญ นอกจากโซนซาฟารีปาร์คแล้ว ยังมีอีกสองโซนที่ควรค่าแก่การเข้าชม

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

รีวิวหนังสือ: ยอดมนุษย์ดาวเศร้า

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ…ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เราไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว” ประโยคนำของบทหนึ่งในหนังสือยอดมนุษย์ดาวเศร้ากำลังบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคนธรรมดาที่แตกต่างอาชีพ ต่างที่มา ต่างวัย ต่างเพศ แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ “ต่างเป็นผู้กระทำ ถูกกระทำ และเยียวยาซึ่งกันและกัน”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

แก่นของหนังสือยอดมนุษย์ดาวเศร้ากำลังอธิบายผ่านลายเส้นให้ผู้ที่มีความเศร้าในใจทุกคนรับรู้ว่า เราทุกคนล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน บางครั้งเราอาจสร้างผลกระทบให้กับบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว การกระทำที่เล็กน้อยของเรา หรือแม้กระทั่งคำพูดคำเดียวที่เราไม่ได้คิดอะไร กลับสามารถกระเพื่อมไปถึงคนอื่นได้โดยที่เราไม่คาดคิด แต่เราเองก็สามารถเยียวยาซึ่งกันและกัน

องอาจ ชัยชาญชีพ นักเขียนผู้อาศัยอยู่บนดาวดวงเศร้า มีโลกสีเทาและหนวดเคราประปราย นิยามตัวเองว่าเป็นนักเล่าเรื่องผ่านงานเขียนหลากหลายรูปแบบ โดยมีผลงานบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก และรวมเล่มมาแล้วมากกว่าสิบเล่ม ซึ่งมีผลตอบรับดีมาก โดยหนังสือเล่มนี้ที่ผู้เขียนซื้อมาก็เป็นการตีพิมพ์ครั้งที่ 17 แล้ว

“คุณเคยได้ยินเรื่องของ 52 Hz มั้ย? มันเป็นวาฬสีน้ำเงินที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เพราะไม่สามารถส่งคลื่นความถี่ของตัวเองไปยังวาฬตัวอื่นได้ ก็เลยต้องโดดเดี่ยวโดยตลอด” หลายครั้งที่ความเศร้ามักทำให้เราโดดเดี่ยว แต่ความโดดเดี่ยวนั้นเราก็ยังต้องอยู่กับมันอย่างเลี่ยงไม่ได้

หนังสือเล่มนี้พยายามบอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่อยู่ในโลกสีเทา ดวงดาวแห่งความเศร้า มีภาวะที่ขาดความสุขและไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร ผ่านการบอกเล่าด้วยภาพที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณองอาจ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของแต่ละตัวละครมีความเชื่อมโยงถึงกันดังเช่นกระโยคคำโปรยที่หน้าปกว่า “เราต่างเป็นผู้กระทำ ถูกกระทำ และเยียวยาซึ่งกัน”

ยอดมนุษย์ดาวเศร้าเล่มนี้เหมาะแก่ผู้ที่คิดว่าตัวเองโดดเดี่ยว คิดว่าตัวเองอยู่ตัวคนเดียว และคิดถึงแต่ด้านลบของโลกสีเทา และยังสอนให้ผู้อ่านตระหนักคิดถึงการมีชีวิตต่อไป แม้โลกจะสีเทา แต่สุดท้ายทุกชีวิตจะต้องตาย เราไม่ต้องดิ้นรนเพราะยังก็ตายชัวร์ๆ เพียงแค่รออยู่เฉยๆให้ถึงเวลาตายเอง และตอนนี้ก็มีชีวิตอยู่ต่อไปก่อน กว่าจะรู้อีกทีเดี๋ยวความหม่นเศร้าก็หายไป และก็จะเลิกสนใจไปเอง

ยอดมนุษย์ดาวเศร้า ราคา 250 บาท

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า

บางกะเจ้า เกาะเทียมที่เรียกกันว่า กระเพาะหมู หรือที่ได้รับขนานนามว่า “ปอดสีเขียวของกรุงเทพ” แม้ว่าจะอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการก็ตาม สถานที่แห่งนี้มีความร่มรื่นและเต็มไปด้วยธรรมชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงฯ ในวันหยุด เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย สวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ แต่อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนปอดของคนกรุงเทพฯ คือ “สวนน้าอ๊อด”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า

สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า ตั้งอยู่ที่ซอยเพชรหึงษ์ 57 ถนนเพชรหึงษ์ ตำบลบางกะเจ้า ถือเป็นหนึ่งในจุดพักของสายปั่นจักรยาน เพราะมีทั้งเครื่องดื่ม กาแฟ ชา และอาหารหลักเอาไว้ให้ผู้ที่ผ่านมาได้ใช้เวลาพัก รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ สวนเกษตร ทำให้เต็มไปด้วยพืชนานาชนิด

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า

ปรภ เดินทางมาพักผ่อนที่บางกะเจ้าในวันหยุด และด้วยป้ายของร้านสองข้างทางทำให้ปักหมุด GPS ตามมาอย่างไม่ลังเล โดยระหว่างทางที่มาจะเห็นสายปั่นจักรยานสวนทางมาไม่ขาดสาย พอมาถึงหน้าร้านก็พบกับป้ายใหญ่ของร้าน และที่สะดุดตาที่สุดคือคำว่า “ไม่แพงอย่างที่คิด” ซึ่งก็เป็นความจริง

ไม่แพงอย่างที่คิด หลายคนอาจมองว่า อาหารจะให้มาน้อยหรือเปล่า แต่ผู้เขียนขอยืนยันเลยว่า สวนน้าอ๊อดจัดเต็มกับวัตถุดิบมาก ทุกอย่างล้วนมีคุณภาพ ถูกคัดสรรมาอย่างดี โดยเมนูแรกที่เราสั่งมาคือ ผัดซีอิ๊วทะเล เส้นใหญ่นุ่ม ปลาหมึกจัดมาให้เต็ม รสชาติเข้มข้น ปลาหมึกและหอยสดมาก แถมยังมีกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
ผัดซีอิ๋วทะเล
ข้าวผัดทะเล
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
ผัดกะเพราคอหมูย่างราดข้าว

เมนูที่สองตามมาติดๆ โดยไม่ต้องรอนานคือข้าวผัดทะเลและผัดกะเพราคอหมูย่างราดข้าว รสชาติดีไม่แพ้กับผัดซีอิ๊ว แม้สีของคอหมูย่างจะแดงเพราะความเผ็ด แต่รสชาติที่แตะลิ้นก็ทำให้วางช้อนไม่ลงเลยจริงๆ

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
เส้นหมี่หมูย่าง น้ำจิ้มแซ่บ

จานสุดท้ายล้างปาก เส้นหมี่หมูย่าง น้ำจิ้มแซ่บ มาพร้อมผักเครื่องเคียงทำให้รสชาติกลมกล่อม บวกกับน้ำจิ้มที่มาเสริมเติมให้มีสีสันและราคาเพียง 80 บาท ทำให้ปรภอิ่มแน่นหนังท้องตึง

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า

นอกจากอาหารเด็ดแล้วยังมีเครื่องดื่มมากมายสำหรับแขกหลากหลายที่แวะเวียนกันมา ทั้งยังมีจักรยานให้บริการสำหรับปั่นในเส้นทางแห่งธรรมชาติอีกด้วย

รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า
รีวิวร้านอาหาร: สวนน้าอ๊อด บางกะเจ้า

สำหรับสวนน้าอ๊อด ที่วางจุดขายเป็นสวนเกษตรราคาไม่แพงอย่างที่คิดต้องบอกเลยว่า สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่แวะเวียนมาได้อย่างแน่นอน ใครที่มาพักผ่อนยังปอดกรุงเทพฯ แห่งนี้อย่าลืมปักหมุดสวนน้าอ๊อดนะครับ ^^

สวนน้าอ๊อดบางกะเจ้า เปิดเฉพาะวันศุกร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (064) 946-9453, (097) 929-5566
Line : @suannaodd คลิก https://goo.gl/rbSfKA

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

รีวิวพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย

ปลากัด เป็นปลาขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม เลี้ยงดูง่าย จึงมักเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรกๆ ของใครหลายๆ นอกจากนี้ปลากัดยังมีอิทธิพลต่อคนไทยในอดีตอย่างมาก เพราะถือเป็นการสอดแทรกภูมิปัญญาของไทยในการเลี้ยงดูผ่านวัฒนธรรมมาสู่คนรุ่นปัจจุบัน ผ่านพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ของปลากัดต่างๆ รวมถึงวิธีการเลี้ยงอย่างถูกต้อง การเพาะพันธุ์ และการรักษายามเจ็บป่วย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เมื่อพูดถึงการไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในวันหยุดหลายคนอาจจะร้องยี้ แต่เชื่อว่าไม่ใช่กับที่นี่ เพราะพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยแห่งนี้เปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด โดยพิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย เกิดขึ้นจากอดีต รมช.คมนาคม คุณพีระพงศ์ ถนอมพงษ์พันธ์ ที่ต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้และเปิดโลกทัศน์ไปด้วยในตัว จึงเกิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ภายใต้ความร่วมมือของคนในชุมชนและบริษัท สวนบางกะเจ้าจำกัด

พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยตั้งอยู่ที่เกาะกระเพาะหมู หรือบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งถูกอนุรักษ์เป็นปอดของคนกรุงเทพจนได้รับการยกย่องจาก Time Magazine ว่าเป็น Urban Oasis of Asia ในปี 2006 จึงถือเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมของไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันและสู่สากล โดยเฉพาะในเชิงนิเวศวิทยา

ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดแสดงสายพันธุ์ต่างๆ ของปลากัด การแสดงตัวอย่างของปลาเพศผู้เพศเมีย การเพาะพันธุ์ปลา รวมไปถึงให้ความรู้กรณีที่ปลาเกิดอาการเจ็บป่วย โดยคุณมนชัย สันติอุดมมงคล ที่คอยดูแลสถานที่แห่งนี้ยังคอยให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม และเชิญชวนให้เปิดแผ่นที่คั่นโหลปลากัดเพื่อให้เห็นถึงการแผ่หางโชว์ความสวยงามของแต่ละตัว

คุณมนชัยเล่าว่า แต่เดิมตนไม่ได้ดูแลที่นี่ แต่ชอบแวะเวียนมาประจำ เพราะความชื่นชอบหลงไหลในปลากัดทำให้ผูกพัน และเจ้าของที่นี่ก็เลยไว้วางใจให้ช่วยดูแล และทุกวันหยุดก็จะแวะมาคอยให้ความรู้แก่ผู้เยี่ยมชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ 

หากใครที่แวะผ่านไปมาก็อาจจะเห็นปลากัดนอนเฉยๆ ในโหลของแต่ละตัว ไม่ได้เห็นความสวยงามอย่างแท้จริง คุณมนชัย จึงมักจะชักชวนให้เปิดแผ่นกั้นระหว่างโหล เพื่อให้ปลากัดมองเห็นกันและกัน และทำให้แต่ละตัวต้องการแสดงพลังของตัวเองผ่านการแผ่หางโชว์ความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของปลากัด

นอกจากนี้คุณมนชัยยังแนะนำให้ผู้เยี่ยมชมเดินดูบริเวณรอบๆ ไม่ว่าจะเป็นโหลปลากัดที่กำลังผสมพันธุ์ วางไข่ รวมไปถึงปลากัดที่ป่วยด้วยโรคต่างๆ และวิธีการรักษาอีกด้วย 

พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยเปิดทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 10.00 – 17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากใครต้องการบริจาคก็สามารถลงชื่อและมอบเงินบริจาคได้ที่ทางเข้า นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์ปลากัดแห่งนี้ยังมีส่วนต่างๆ ที่ร่มรื่นไม่แพ้กัน ประกอบไปด้วย บ้านรักรู้ หอโลกธรรม รวมไปถึงร้านเครื่องดื่มที่คอยให้บริการแก่ผู้ที่แวะเวียนมาพักผ่อน ณ สถานที่แห่งนี้อีกด้วย

ก่อนกลับหากใครที่สนใจจะซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ผลิตโดยคนในชุมชนก็สามารถนำกลับไปเป็นของฝาก และหากใครที่ยังหาที่เที่ยวในวันหยุด และต้องการพักผ่อนปอดในวันที่ฝุ่นฟุ้งทั่วกรุงฯ ก็สามารถมากันได้ที่พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยนะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

รีวิวแอปพลิเคชัน: HD สุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่

หากเราเซิร์จคำว่า สุขภาพ ในช่องค้นหาแอปพลิเคชัน ผลลัพธ์ก็จะปรากฏเป็นตัวเลือกมากมายให้เราเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันเตือนรอบประจำเดือน แอปพลิเคชันคำนวณค่าดัชนีมวลกาย แอปพลิเคชันเตือนการดื่มน้ำ หรือแอปพลเคชันออกกำลังกายอื่นๆ ซึ่งทุกแอปพลิเคชันล้วนมีกลุ่มเป้าหมายของตนเอง โดยแต่ละคนสามารถเลือกดาวน์โหลดได้ตามความสะดวก

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

แอปพลิเคชัน Honestdocs คุณหมอมือถือ หรือล่าสุดที่มีการเปลี่ยนชื่อเป็นแอปพลิเคชัน HD ที่เราสามารถเรียกสั้นๆ ได้ติดปากว่า แอปฯเอชดี เป็นอีกหนึ่งแอปฯสำหรับคนรักสุขภาพควรมี เพราะในแอปฯนี้ได้รวบรวมเอาทั้งการวัดดัชนีมวลกาย การเตือนให้ดื่มน้ำ รวมไปถึงการพูดคุยถามคุณหมอตัวเป็นๆ ได้ และยังมีบทความสาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพให้ค้นหา

นอกจากนี้แอปพลิเคชัน HD สุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่ ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษที่คล้ายๆ กับแอปฯ Shopee หรือ Lazada นั่นคือการช้อปออนไลน์ แต่แอปพลิเคชันสุขภาพจะให้ซื้อสินค้าอื่นก็คงไม่ได้ เพราะในแอปฯนี้ ได้รวบรวมแพ็กเกจต่างๆ ของโรงพยาบาล คลินิกทำฟัน รวมไปถึงคลินิกเสริมความงามเอาไว้ด้วยกัน แถมยังลดราคาพิเศษสุดๆ ที่แม้แต่โปรโมชันหน้าร้านก็เทียบไม่ติด

แอปพลิเคชัน HD เป็นอีกหนึ่ง Online Platform ที่น่าสนใจ ด้วยความที่มีฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ เป็นคลังความรู้สุขภาพที่ไม่ว่าจะค้นหาอะไรก็เจอ และหากไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่เจอเป็นความจริงหรือไม่ ก็สามารถกดใช้ฟังก์ชันถามคุณหมอได้อีกด้วย และหากรู้ตัวว่าป่วยหรือไม่แน่ใจก็ยังมีแพ็กเกจตรวจสุขภาพต่างๆ รวมไปถึงแพ็กเกจรักษาต่างๆ จากโรงพยาบาลชั้นนำคอยให้บริการ

สิ่งที่ทำให้แอปพลิเคชันนี้แตกต่างจากแอปฯอื่นๆ ก็อยู่ที่ฝ่ายบริการลูกค้าที่ออนไลน์แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ทักไลน์ไปตอนไหนก็ตอบทันที หากขี้เกียจเข้าแอปฯ หรือสับสนไม่รู้จะทำยังไงก็ทักไลน์ไปหาเจ้าหน้าที่ให้เค้าคอยบริการได้ ไม่ว่าจะทำนัด เลื่อนนัด จองคิว ถามปัญหาต่างๆ ตอบได้เหมือนอับดุลเลยทีเดียว

แอปพลิเคชัน HD สุขภาพดี เริ่มต้นที่นี่ ยังมีช่องทางออนไลน์อื่นๆ ให้ติดตาม ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป ไลน์แอด และเว็บไซต์ ไม่ว่าจะช่องทางไหนหากเปิดหา HD สุขภาพที่ดี เริ่มต้นอยู่ที่นี่ อยากให้ทุกคนมาลองใช้กัน แล้วจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่ที่แอปพลิเคชันนี้จริงๆ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

ปักหมุดจุดเคาท์ดาวน์ปีหมู 2020 เดินทางง่ายด้วย BTS

…มีเพลงเปิดดัง มีผู้คนรอบกาย หัวใจก็ยังเงียบงัน… ท่อนหนึ่งของเพลง “คืนข้ามปี” ของ ดา เอ็นโดรฟิน ที่มักจะถูกเปิดในช่วงใกล้ปีใหม่ หรือคืนข้ามปีที่ทำให้คนโสดเปล่าเปลี่ยวและอยากมีคนพิเศษอยู่ข้างกาย แต่ในคืนข้ามปีนี้เป็นอีกโอกาสที่จะพาคนโสดให้มาเจอกันและสร้างสัมพันธ์ในปีใหม่ต่อไป

Firework
Firework

หลายครอบครัวมักจะเดินทางออกกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาว แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่อยู่ข้ามปีในกรุงเทพ มหานครแห่งแสงสี โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวกสบายทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการเฉลิมฉลองแล้วไม่สามารถขับรถกลับบ้านได้ ดังนั้นหลายสถานที่ที่ติดกับรถไฟฟ้าจึงจัดงานเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีหมู ต้อนรับปีหนูกันอย่างคับคั่ง และนี่คือปักหมุดจุดเคาท์ดาวน์ บอกลาปีหมูในคืนข้ามปี 2020 ที่เดินทางง่ายด้วย BTS

Firework

CENTRAL WORLD

จุดบอกลาปีหมูสุดยิ่งใหญ่ที่งาน Thailand & AIS Bangkok Countdown 2020 ที่ติดอันดับ Top 3 เป็นแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์ระดับโลกที่ดีที่สุด และเรียกได้ว่าเป็นไทม์สแควร์แห่งเอเชียที่จัดงานเคาท์ดาวน์ได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.

Countdown Centralworld

โดยในปีนี้ได้ยกคอนเสิร์ตขนาดใหญ่มาอยู่ที่ลานหน้า Central World ด้วยเวทีขนาดยาวกว่า 220 เมตร ซึ่งยาวที่สุดใน Southeast Asia ที่มาพร้อมกับไฮโดรลิก 4 จุด และทะเลบอลลูนและแสงสีสีเสียงสุดตระการตา และศิลปินชั้นนำมากมาย ถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง 3 ตั้งแต่ 22.30 น. เป็นต้นไปนำโดย The Toys , เป๊ก ผลิตโชค , ปาล์มมี่ , Getsunova , Slot Matchine , โจอี้บอย , Thaitanium , Twopee พร้อมด้วยนักแสดงจากช่อง 3 อีกด้วย

การเดินทาง 
• BTS สถานีสยามทางออก 6 ทางเชื่อม Sky Walk
• BTS สถานนีชิดลมทางออก 6 ทางเชื่อม Sky Walk

Countdown Central World

ICONSIAM

ICONSIAM ถือเป็นสถานที่เคาน์ดาวน์ใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสำหรับชาวกรุงที่เพิ่งเริ่มจัดได้ไม่นาน แต่ก็มีความตระกาลตาไม่แพ้กับเจ้าอื่น โดยในปีนี้ ICONSIAM ได้ร่วมมือกับ ททท. และหลายองค์กรจัดงาน  Amazing Thailand Countdown 2020 โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การแสดงพลุ 7 องก์ ในคอนเซ็ปต์ “มหัศจรรย์พร 7 ประการ” ที่มีระยะทาง 1,400 เมตร ซึ่งทำจากข้าวเหนียว เป็นพลุแบบรักษ์โลกซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนแม่น้ำเจ้าพระยา

Countdown ICONSIAM

นอกจากนี้ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมายตั้งแต่เวลา 18.00 น. นำโดย ตู่ ภพธร, ต้น ธนษิต, นนท์ ธนนท์, จินตหรา พูนลาภ, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์, เบน ชลาทิศ, Twopee Southside, B5, Chilling Sunday เป็นต้น

การเดินทาง 
• BTS สะพานตากสิน ทางออก 2และนั่งเรือไปยังท่าเรือ ICONSIAM

Countdown ICONSIAM
Countdown ICONSIAM

ASIATIQUE

งานเคาท์ดาวน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สนุกสุดมันส์กับงาน “Chang Music Connection presents ASIATIQUE Thailand Countdown 2020” ในคอนเซ็ปต์ Boost Your Energy Up ตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีเสียงด้วยโปรดักชันมืออาชีพระดับสากล และคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย นำโดย ดา เอ็นโดรฟิน, แสตมป์ อภิวัชร์, มาเรียม B5, Scrubb, URBoyTJ เป็นต้น

Countdown ASIATIQUE

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การแสดงพลุจากทีม PYRO 2000 แชมป์โลกจากประเทศอังกฤษ กับโชว์พลุสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เอเชียทีคโดยเฉพาะ โดยแบ่งเป็น 5 โชว์พลุประสารทพรให้กับทุกคน ได้แก่ รื่นรมย์ Pleasant, รุ่งเรือง Prosperity, สุขเกษมเปรมปรีย์ Happiness, โชคดีมีชัย Lucky และสดชื่นเบิกบานใจ Blissful and Blossom ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

การเดินทาง 
• BTS สถานีตากสิน ทางออก 2 และนั่งเรือหรือเรือด่วนไปยังเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

Countdown ASIATIQUE
Countdown ASIATIQUE

MEGA BANGNA

สุดยิ่งใหญ่กับงานเคาท์ดาวน์ที่เมกาบางนา จุดเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพตะวันออก กับคอนเสิร์ต The Forestias by MQDC Presents Mega Countdown 2020 นำโดย Getsunova, โปเตโต้, SlotMachine, PolyCat, URBoyTJ, นนท์ ธนนท์ และกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป

การเดินทาง 
• BTS อุดมสุข ต่อด้วยรถ Shuttle Bus Mega Bangna

Countdown Megabangna
• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจาก
centralworld.co.th
•  iconsiam.com
• asiatiquethailand.com
•  mega-bangna.com

บทความน่าอ่านต่อ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

เติมอากาศเข้าปอดที่ป่าในกรุง

“เมืองหลวงควันและฝุ่นมากมาย พี่สูดดมเข้าไปร่างกายก็เป็นภูมิแพ้” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามหานครบางกอกของไทยเราถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันพิษมากมายที่จ้องจะทำร้ายสุขภาพของเรา หันไปทางไหนก็เจอแต่ผู้คนที่สวมหน้ากากอนามัยเพี่อปกป้องตัวเอง สวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวก็แทบจะไม่มี จึงต้องขอหลบหนีไปเติมอากาศสดชื่นที่ ป่าในกรุง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City

ป่าในกรุง หรือ “ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง” เป็นพื้นที่สีเขียวที่อยู่ชานเมืองของกรุงเทพ ไม่ใกล้ไม่ไกลขับรถเปิด GPS ไม่นานก็ถึง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเติมอากาศบริสุทธิ์ให้กับปอดของร่างกายได้รู้สึกเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง

Green in the City
Green in the City

ศูนย์การเรียนรู้ป่าในกรุงปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์จำนวนกว่า 12 ไร่ ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองของกลุ่ม ปตท. หรือ PTT Green in the City เพื่อเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียวและเพิ่มโรงงานผลิตออกซิเจนให้กับคนกรุงเทพ

บรรยากาศของ “ป่าในกรุง” แม้ว่าจะมีแดดจากดวงอาทิตย์ส่องตรงลงมา แต่ด้วยต้นไม้สูงใหม่ทำให้ร่มเงาของใบ้ไม้ช่วยลดทอนความร้อนลงได้ แถมยังช่วยสร้างแอร์จากธรรมชาติให้ผู้มาเยือนรับรู้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติอันบริสุทธิ์

Sky Walk

การพักผ่อนภายในบริเวณป่าในกรุงถูกออกแบบให้เดินไปตามเส้นทางที่จะเชื่อมไปยัง Sky Walk หรือทางเดินชมชั้นเรือนยอดที่จะให้ผู้มาเยือนได้เห็นวิวสีเขียวทั่วอาณาบริเวณ แถมในระหว่างทางจะได้แวะศึกษาพันธุ์ไม้และนกนานาชนิดตามป้ายข้างทางที่คอยให้ความรู้

Green in the City
Green in the City

Observation Tower

ปลายทางของ Sky Walk จะเป็นหอชมป่า หรือ Observation Tower ที่สามารถขึ้นไปยังจุดสูงสุดของป่าในกรุงเพื่อชมวิวทิวทัศน์ได้ในแนวกว้าง และจะได้เห็นทั่วทั้งบริเวณของป่าแห่งนี้

Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City

อาคารนิทรรศการ

อาคารนิทรรศการป่าในกรุงจัดแสดงถึงความเป็นมาของป่า น้ำ ดิน และมนุษย์ ที่เชื่อมโยงด้วยสายใยแห่งธรรมชาติจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตัวอาคารถูกออกแบบอย่างกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมต้นแบบนวัตกรรมอาคารเขียว เพื่อให้อนาคตเติบโตและสร้างความอุดมสมบูรณ์เป็นรูปแบบการศึกษาเรียนรู้ป่าในเมือง

นอกจากนี้ยังใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของการปลูกป่าตามวิถีของ ปตท. อันเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการปลูกป่า 1 ล้านไร่ ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนที่สนใจ

Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City

น้ำตก

อีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดคือมุมน้ำตกที่เป็นจุดไหลเวียนของสายน้ำ สร้างความชุ่มชื้นให้กับผู้มาเยือน และสร้างชีวิตให้กับป่าในกรุงโดยใช้เป็นพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝน และสร้างให้เกิดระบบนิเวศอย่างครบวงจรของสิ่งมีชีวิตในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย

Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City

ทั้งนี้ความหลากหลายของพันธุ์ไม้ในบริเวณป่าในกรุงประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ กว่า 200 ชนิด เช่น กรวยป่า กระเจียว ขันทองพยาบาท พระเจ้าห้าพระองค์ แคแสด จันทน์ชะมด เป็นต้น

Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City

ปักหมุดจุดหมาย ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง

ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุงสร้างขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์การปลูกป่าเชิงนิเวศแบบยั่งยืน เพื่อให้เกิดป่าที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติดั้งเดิมในพื้นที่กรุงเทพมากที่สุด โดยตั้งอยู่บนถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. หยุดเฉพาะวันจันทร์

สำหรับที่จอดรถสามารถจอดบริเวณทางเข้า หรือหากมานอกเหนือช่วงเวลาที่ระบุสามารถจอดรถได้ที่ร้านกาดชุมทาง ร้าน Lake House นัว และร้านระเบียงลาภลอย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pttreforestation.com

Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
Green in the City
• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบโดย Porraphat.com และ pttreforestation.com

บทความน่าอ่านต่อ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original

Wok Station สถานีตามใจสั่ง

กินอะไรดี? คำถามโลกแตกที่แม้แต่คนถามก็ไม่อยากตอบ เพราะมันเป็นคำถามที่ตอบยากยิ่งกว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน มักเป็นคำถามที่เมื่อถูกถามแล้วจะได้คำตอบว่า “อะไรก็ได้” … แต่ในความจริงแล้วนั้น … “มันไม่ใช่อะไรก็ได้” จนหลายต่อหลายครั้งก็จบลงที่ร้านอาหารตามสั่ง เพื่อไปยืนคิดเมนูที่หน้าร้านอีกประมาณ 10 นาที แล้วก็เลือกสั่งเมนูที่สิ้นคิด … “กะเพราหมูสับราดข้าวจานนึงครับ”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Wok Station
Wok Station
Wok Station
Wok Station

แม้ว่ากะเพราจะเป็นเมนูสิ้นคิด แต่เอาเข้าจริงๆ ข้าวราดผัดกะเพราเป็นเมนูที่ขายดีติดอันดับต้นๆ ในร้านอาหารตามสั่ง โดยเฉพาะบางคนที่สั่งแม่ครัวแบบมีรายละเอียดยาวเหยียดเหมือนเรียงความ เช่น

“ข้าวร้าดกะเพราหมูชิ้น เผ็ดน้อยใส่พริกแค่สองเม็ดไม่ต้องทุบ ไม่เอากระเทียม ขอน้ำเยิ้มๆ ไข่ดาวไม่สุกแต่ขอบกรอบ” เป็นต้น

ซึ่งกรณีที่เราสั่งปากเปล่าอาจจะทำให้แม่ครัวถึงขั้นขว้างกระทะออกมาต้อนรับเลยก็ได้ แต่ด้วยความที่ร้านอาหารตามสั่งอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยทำให้เราสามารถใส่รายละเอียดได้เกือบทุกอย่างที่เราอยากจะกิน (แต่ก็ไม่รับประกันว่าแม่ครัวจะทำให้ได้หรือเปล่านะ)

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สังคมเมืองขยายตัวออกมามากขึ้น Wok Station จึงถือกำเนิดขึ้นมาเป็นร้านอาหารผัดจานเดียวสไตล์ Asian Street Food ที่เน้นความง่าย สะดวก รวดเร็ว แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของร้านอาหารตามสั่ง ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกรายละเอียดต่างๆ มาผสมเข้ากันเป็นเมนูตามใจสั่ง โดยเราสามารถเลือกได้ตั้งแต่รสชาติ วัตถุดิบพื้นฐาน วัตถุดิบหลัก และท็อปปิ้ง ที่มีหลากหลายมากมายตั้งแต่เนื้อหมูธรรมดา ไปจนถึงกุ้งล็อบสเตอร์เลยทีเดียว

Wok Station
Wok Station

พนักงานของ Wok Station สถานี (สาขา) สุขุมวิท 101 ที่ True Digital Park เล่าว่า คนจะเยอะในช่วงเวลาพักเที่ยง หรือชั่วโมงเร่งรีบ และถึงแม้ว่าลูกค้าจะเยอะแน่นร้านก็ไม่เป็นอุปสรรคทำให้ลูกค้าหงุดหงิดใจ ด้วยตัวร้านที่ประกอบไปด้วยกระจกใสทั้งบานทำให้ร้านดูโล่ง โปร่งสบาย ครัวที่มีเพียงกระจกใสบางๆ กั้นอยู่ทำให้ลูกค้าสามารถชมกระบวนการทำอาหารของแม่ครัว/พ่อครัวได้อย่างใกล้ชิด 

Wok Station
Wok Station
Wok Station
Wok Station

ไฟจากเตาที่เกิดจากการปรุงอาหารสามารถเรียกความตื่นตาตื่นใจให้กับฝูงชนและสามารถคลายความหิวได้อย่างน่าอัศจรรย์

Wok Station
Wok Station

นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่า สะอาด ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่าจะโฆษณาเกินจริงหรือแอบใส่ผงชูรสอย่างแน่นอน ทางด้านของราคาเมนูตามสั่งก็ไม่ไกลเกินฝัน มีตั้งแต่โปรโมชั่น 1 แถม 1 (สั่งทางออนไลน์) โปรโมชั่นประจำวัน หรือจะเลือกสั่งจากราคามนุษย์เงินเดือนไปจนถึงราคาเมนูตามสั่งสุดหรูกว่า 600 – 700 บาท โดยสามารถเลือกวัตถุดิบที่ต้องการใส่ลงไปในเมนูตามใจสั่งที่มีให้เลือกสรร

Wok Station
Wok Station

ความง่ายของเมนูกะเพราดังที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เมนูสิ้นคิดเพียงอย่างเดียวที่หาได้จาก Wok Station แต่ที่นี่ยังมีอีกหลากหลายเมนูง่ายๆ ไปจนถึงระดับยากให้เลือก เช่น ราดหน้า เส้นอุด้ง ใส่กุ้งล็อบสเตอร์ หอยเชลล์ฮอกไกโก เห็ดรวม เพิ่มไข่ปลาแซลมอน ก็ทำได้ เพราะนี่คือหนึ่งในจุดขายของร้าน ที่ทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ต้องการจะกินได้ตามใจสั่ง แต่หากอยู่ในชั่วโมงเร่งรีบหรือต้องการความสะดวกรวดเร็วทางร้านก็มีเมนูให้เลือกสรรมากมาย ซึ่งรสชาติของแต่ละเมนูเราก็สามารถเลือกกำหนดได้เช่นกัน นอกจากนี้ทุกเมนูที่ปรุงออกมาถูกสร้างสรรค์ด้วยพ่อครัว/แม่ครัวมากฝีมือที่จะทำให้ทุกคนลืมร้านอาหารตามสั่งทั่วไปแล้วนึกถึง Wok Station เมื่ออยากกินเมนูตามใจแน่นอน

Wok Station
Wok Station
Wok Station
Wok Station

การดึงเอกลักษณ์ของร้านอาหารตามสั่งมาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมในปัจจุบันทำให้ Wok Station เป็นอีกหนึ่งร้านที่สะดวกสบายกับการชำระค่าอาหารด้วย true money wallet รวมไปถึงการเข้าร่วมกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารทางออนไลน์ที่หลายคนเลือกใช้ก็มีโปรโมชั่นลดราคา หรือซื้อ1 ฟรี 1 เป็นประจำ และที่สำคัญ พนักงานร้าน Wok Station สาขา สุขุมวิท 101 หรือ True Digital Park ยังแอบกระซิบบอกด้วยว่า บางวันเมนูที่สั่งมาทางแอปพลิเคชันก็ขายดีกว่าคนที่เดินเข้ามากินที่ร้านอีกด้วย

ปักหมุดจุดหมาย Wok Station

Wok Station (วอค สเตชัน) เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารภายใต้บริษัท ดัคดาลบี้ กรุ๊ป จำกัด นำโดยคุณ ปรียาวรรณ ตันตสุรฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด ที่ต้องการผลักดันแบรนด์ร้านอาหารสัญชาติไทยให้ผงาดสู่ตลาดระดับโลก ปัจจุบัน Wok Station เปิดให้บริการแล้ว  5 สาขา ได้แก่ สาขา สนามบินดอนเมือง สาขาอเวนิว เมเจอร์รัชโยธิน สาขาสุขุมวิท 101 (True Digital Park) สาขาถนนข้าวสาร สาขาซีพีทาวเวอร์สีลม (C.P. Tower Silom) และจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกต่อไปในอนาคต

• • •

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.facebook.com/wokstation.th

• • •

Wok Station
Wok Station
Wok Station
Wok Station
• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบโดย porraphat.com

บทความน่าอ่านต่อ


Logo-Original

• • •

• • •

Logo-Original