ป้ายกำกับ: ผู้สูงอายุ

“โรงเรียนผู้สูงอายุ” ศูนย์รวมความสุขของคนสูงวัย

“โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน” ตอนเด็ก ๆ หลายคนคงคุ้นเคยกับเนื้อเพลงนี้ แต่ใครจะคาดคิดว่า ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่เด็กเท่านั้นที่จะต้องไปโรงเรียน แต่ผู้สูงอายุก็มีโรงเรียนให้ไปเช่นเดียวกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

โรงเรียนผู้สูงอายุมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย มีความสุข สนุกสนาน เน้นความรู้ที่จะช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้ผู้สูงอายุเข้าใจและเท่าทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง รวมไปถึงการพึ่งพาตนเองให้ดำเนินชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข

นางจีรนันท์ ปิติฤกษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข 2 เทศบาลนครรังสิต ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี ว่า ในการเรียนการสอนช่วงแรกผู้สูงอายุจะยังไม่คุ้นเคยกัน แต่พอเรียนด้วยกันผ่านไปสักระยะจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกันผ่านทางไลน์ ปรึกษาหารือกัน มีการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เวลาพักเที่ยงระหว่างรอเรียนมีการนำอาหารมาแบ่งปันกัน

ผู้สูงอายุทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากสอบตกเพื่อที่จะได้เรียนใหม่ เพราะมาเรียนแล้วมีสังคม มีกลุ่มเพื่อน บรรยากาศการเรียนร่วมกันจึงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขกว่าการอยู่บ้านเฉย ๆ

ในทางตรงกันข้าม ผู้สูงอายุที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมากลับเห็นต่าง เนื่องจากในตอนแรกไม่มีผู้สูงอายุคนไหนสนใจที่จะเข้าเรียน ผอ.โรงเรียนจึงได้แจ้งให้ผู้สูงอายุทุกหมู่บ้านมาตรวจสุขภาพ ทำให้หลายคนได้ทราบถึงภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ หากไม่ดูแลตนเอง

นางขวัญนรินทร์ โคกทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดอนชมพู ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่โรงเรียนสร้างสรรค์สร้างสุขผู้สูงวัย อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ว่า เมื่อผู้สูงอายุได้เข้ามาเรียนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสุขอนามัยของตนเองไปในทิศทางที่ดี ผู้สูงอายุสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด เรียบร้อย มีการตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ บุตรหลานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การมาเรียนที่นี่ทำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองเป็น และหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายอย่างเป็นประจำ

ในขณะเดียวกันที่ศูนย์เรียนรู้ผู้สูงอายุ เรืออากาศโทหญิงทศพร ศรีบริกิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานพยาบาลและบริหารทั่วไป ศูนย์บริการสาธารณสุข 35 หัวหมาก ได้เล่าว่า วิชาที่ผู้สูงอายุสนใจมากเป็นอันดับหนึ่งคือ วิชาการเกษตร โดยเฉพาะการเรียนรู้วิธีการต่อ การตอน การชำกิ่ง รองลงมาคือวิชาสมาร์ทโฟน และวิชาการสื่อสาร เนื่องจากได้วิทยากรที่ดีและเก่งทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขที่ได้มาเรียน ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นตัวแทนที่มาจากชมรมผู้สูงอายุต่าง ๆ จึงอยากให้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ต่อในชมรมของตนเอง

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ศศิพัฒน์ ยอดเพชร นักวิจัยภายใต้โครงการ “การถอดบทเรียนตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนผู้สูงอายุและชมรมผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมถ่ายทอดความรู้” ของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ได้กล่าวถึงโรงเรียนผู้สูงอายุโดยสรุปว่า โรงเรียนผู้สูงอายุเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแบบสร้างความสุข แต่ละโรงเรียนมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ โดยอาศัยความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการของผู้สูงอายุเป็นหลัก

ศ.ศศิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า โรงเรียนผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียน แต่ยังเป็นศูนย์รวมเครือข่ายต่างๆ ในการพัฒนาผู้สูงอายุ เป็นศูนย์รวมของการเสริมสร้างศักยภาพผู้สูงอายุ โดยเน้นการมีส่วนร่วม และเน้นการทำกิจกรรมด้านจิตอาสา และสิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุได้จากโรงเรียนคือ “ความสุข” นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ที่มา: “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ศูนย์รวมความสุขของคนสูงวัย

อิ่มใจ กายสบาย สูงวัยยุคใหม่ต้องมีให้ครบ

เราถูกสอนตั้งแต่เล็กจนโตว่าถ้าอยากแข็งแรง “ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่” แต่ในปัจจุบันเพียงแค่นั้นคงไม่พอ ควรเพิ่มการออกกำลังกายและการสันทนาการเข้าไปเพื่อให้ชีวิตมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งทางกายและใจ

หลายคนคงเคยได้ยินว่า ‘มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช’ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเลือกกินได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ แต่การกินเนื้อสัตว์มากจนเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

การดูแลสุขภาพด้วยอาหารการกินของผู้สูงอายุนอกจากจะต้องกินผักเยอะๆ แล้ว การดูแลรักษาฟันให้มีสุขภาพปากที่แข็งแรงก็เป็นสิ่งสำคัญ

“ถ้าจะกินอาหารให้อร่อยจะต้องมีฟันที่แข็งแรง วิธีดูแลฟันแบบง่ายๆ คือการแปรงฟันทุกเช้า-เย็น ไม่ใช่แค่แปรงฟันตอนอายุเยอะ อย่ามัวแต่ย้ำเตือนให้กินผักแต่ไม่ดูแลสุขภาพฟันเลย”

นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพด้วยการทานอาหารที่ดีแล้ว สุขภาพจะดีขึ้นต้องพึ่งพาเรื่องของการออกกำลังกายไปควบคู่กัน

“ไม่มีใครสุขภาพดีด้วยการกินอาหารดีอย่างเดียว หรือออกกำลังกายอย่างเดียว ทั้งสองอย่างจะต้องผสมผสานกัน”

การออกกำลังกายสามารถช่วยในเรื่องของสมรรถภาพของปอดและหัวใจ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ช่วยในเรื่องของการยืดเหยียด ป้องกันการปวดหลังหรือกล้ามเนื้อ และช่วยในการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

“นอกจากนี้การออกกำลังกายควรปรับให้เป็นในรูปแบบกิจกรรม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม และเกิดความสนุก”

สำหรับวัยรุ่น หรือวัยทำงาน สิ่งที่มักจะทำเป็นประจำในช่วงวันหยุดคือ นอนตื่นสายและพักผ่อนอยู่บ้าน ในขณะที่ผู้สูงอายุชอบตื่นเช้าและต้องการเข้าร่วมสังคม โดยนายวิศาล กองเงิน ผู้อำนวยการกองนันทนาการกรุงเทพมหานคร ได้จัดพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้สูงอายุออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างสุขจากการพูดคุย เสริมสร้างสติปัญญา โดยใช้หลัก 5 ส. ดังนี้

  • สุขกายด้านเคลื่อนไหว เน้นให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายตามสภาพกำลังของตนเอง
  • สุขภาพด้านจิตใจ ผ่านดนตรีบำบัด สนทนาธรรม กิจกรรมไหว้พระต่าง ๆ
  • สุขอารมณ์ ให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่คลายเครียด เช่น ร้องเพลงคาราโอเกะ ฝึกวาดรูป ฝึกทำกิจกรรมที่สามารถต่อยอดไปเป็นอาชีพเสริมได้ เช่น การทำการบูร เป็นต้น
  • สุขสังคม การตั้งเครือข่ายผู้สูงอายุทำจิตอาสาบริเวณชุมชนต่าง ๆ
  • สุขปัญหา มีการสอนให้ผู้สูงอายุเล่นไลน์ เล่นเฟซบุ๊ก เป็นต้น

สรุป

การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุจะต้องหมั่นกินอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมปริมาณการกินในสัดส่วนที่พอดี และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จึงจะทำให้ผู้สูงอายุมีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจที่สมบูรณ์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers

ปัญหาละเมิดสิทธิกายใจในสังคมสูงวัย

ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17 ของประชากรทั้งหมด โดยคาดว่าไม่เกิน 4 ปี ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และปัญหาที่ตามมาคือการละเมิดสิทธิในกลุ่มผู้สูงอายุโดยคนในครอบครัวตนเอง

จำนวนผู้สูงอายุและความรุนแรงของการละเมิดสิทธิรุนแรงมากขึ้นทุกปี สังคมจึงควรตระหนักถึงการละเมิดสิทธิในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวแต่เป็นปัญหาที่สังคมและคนรอบข้างควรเข้าใจและให้ความช่วยเหลือ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.พส.) กล่าวถึง ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและคนในครอบครัวเปลี่ยนไปทำให้ปรับตัวไม่ทันจึงเกิดเป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์

นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นต้องดูแลเมื่อผู้สูงอายุอยู่คนเดียวคือการทำให้วัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวกลับคืนมา การทำงานกับผู้สูงอายุต้องขับเคลื่อนในครอบครัว ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและมีสิทธิอันชอบธรรมในการเข้าไปสอดส่องดูแลเพื่อป้องกันการถูกฟ้องกลับ

“ความเปราะบางทางธรรมชาติที่ผู้สูงอายุเลี่ยงไม่ได้ คือ โรคประจำตัว ทำให้ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้น นอกจากนี้ความเปราะบางทางธรรมชาติภายในตัวทำให้เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิในทุก ๆ ด้าน”

ดร.ภัทรพร คงบุญ จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวถึงงานวิจัย 6 ชิ้นที่พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ถูกละเมิดสิทธิภายในครอบครัว โดยกลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว โสด ไม่มีลูกหลาน แต่มีความเจ็บป่วย เมื่อใช้ชีวิตไปถึงจุดเปลี่ยนจะทำให้รู้สึกอ่อนแอและต้องการที่พึ่ง บางรายอาจหาทางออกด้วยการแต่งงานใหม่หรือรับบุตรบุญธรรม โดยช่องว่างขนาดใหญ่ที่พบคือ ขาดกลไกการเฝ้าระวัง เพราะสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุถูกละเมิดสิทธิคือ ทรัพย์สิน ทำร้ายจิตใจ ร่างกาย ตลอดจน ละทิ้ง เพิกเฉย ไม่ได้มีความเป็นอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี

ควรส่งเสริมการป้องกัน โดยจัดอบรมให้มีผู้เฝ้าระวังคอยช่วยเหลือ มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อในอนาคตจะสามารถนำมาใช้ และต้องทำไปพร้อม ๆ กับมาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางสังคม และมาตรการการศึกษาที่มีอยู่ ในขณะที่มาตรการเชิงรับได้เสนอให้มี One Stop Service ให้ผู้สูงอายุมาขอคำปรึกษาได้ในทุกเรื่อง และมีเจ้าหน้าคอยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสิ่งสำคัญคือการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน

ในมุมของผู้สูงอายุวัย 83 ปี นางนวลจันทร์ โพทา เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุในชุมชนของตนเองว่า ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงอยู่ต้องร่วมมือกัน และอย่ามองว่าเด็กต้องเลี้ยงดูผู้ใหญ่ เพราะที่จริงแล้วผู้สูงอายุก็สามารถดูแลกันเองได้ ซึ่งตนอยากให้เกิดการรวมตัวกันของแต่ละชุมชนในกลุ่มผู้สูงอายุ คอยผลัดเปลี่ยนเวรกันดูแลยามเจ็บป่วย

“ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนต้องการความช่วยเหลือ แต่ผู้ที่ยังแข็งแรงควรรวมตัวกันทำสิ่งดี ๆ ให้กัน และการรวมพลังของผู้สูงอายุในชุมชนจะทำให้เกิดความแข็งแรงอีกด้วย”

สรุป

ปัจจัยสำคัญเพื่อแก้ไขป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิของผู้สูงอายุในปัจจุบันคือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สังคม ให้เกิดเป็นระบบการคุ้มครอบกับผู้สูงอายุ การเสนอให้ปรับแก้กฎหมายให้เอื้อต่อการดูแลทรัพย์สินของผู้สูงอายุ รวมไปถึงการคุ้มครองผู้เฝ้าระวังในชุมชน การเตรียมความพร้อมกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ อย่างมีประสิทธิภาพ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลจากเวทีเสวนาสาธารณะเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ : ปัญหาและการจัดการ

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Health

• • •

Elsa from frozen

• • •

what-is-poppers