ป้ายกำกับ: คนไร้บ้าน

ชีวิตของคนไร้บ้าน

“อยู่ข้างนอกไม่ได้สบาย ตัวใครตัวมัน ใครป่วยตายก็ตัวใครตัวมัน แต่พอมาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันก็เหมือนเป็นครอบครัว เกิดเป็นความเอื้ออาทร เอื้อเฟื้อต่อกัน เลยเป็นพี่เป็นน้อง และทำให้ความเป็นอยู่ดีกว่าตอนที่อยู่ข้างนอก”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ นายกสมาคมคนไร้บ้าน เล่าจุดเริ่มต้นของตนเองว่า เดิมทีตนประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างชั่วคราว แต่โดนนายจ้างกลั่นแกล้งจึงตกงาน จึงพักอาศัยกับพี่น้อง แต่ด้วยความที่ตนเป็นพี่คนโตจึงไม่ต้องการเป็นภาระของน้อง ๆ เลยตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะแถวสนามหลวง

ต่อมาได้เข้าร่วมกับศูนย์คนไร้บ้านแห่งแรกที่ตลิ่งชัน จนพี่น้องคนไร้บ้านยกให้เป็นตัวแทนเพื่อพูดคุยกับรัฐบาลในการผลักดันเพื่อก่อสร้างศูนย์คนไร้บ้านที่บางกอกน้อย และต่อมาต้องการขยายศูนย์คนไร้บ้านไปช่วยเหลือคนไร้บ้านทั่วประเทศจึงจัดทีมที่เรียกว่า “การเดินกาแฟ” เพื่อสำรวจพื้นที่ในจังหวัดใหญ่ 3 ภาค ได้แก่ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ จึงพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีคนไร้บ้านมากถึง 166 คน จึงต้องการผลักดันให้เกิดศูนย์คนไร้บ้านที่จังหวัดเชียงใหม่จนสำเร็จและกลายเป็นบ้านเตื่อมฝันในทุกวันนี้ แต่การจะทำสัญญาก่อสร้างจะต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ทำให้ต้องก่อตั้งสมาคมคนไร้บ้านขึ้น และพี่น้องได้ลงความเห็นให้ตนเป็นนายกสมาคมคนไร้บ้านในที่สุด

นายนรินทร์ เอื้ออมรรัตน์ ประธานเครือข่ายคนไร้บ้าน จังหวัดเชียงใหม่ เล่าถึงชีวิตของการเป็นคนไร้บ้านว่า หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ มาได้ 40 กว่าปี ก็ตัดสินใจออกจากบ้านมาเชียงใหม่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่น้อง ซึ่งก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตนพยายามหาอาชีพที่เหมาะสมในการสร้างรายได้ของตนเอง แต่มองไม่เห็นอนาคต

ต่อมาได้พบกับกลุ่มคนไร้บ้านจาก กทม.ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของที่อยู่อาศัย จึงเข้ามาร่วมกับเครือข่ายคนไร้บ้าน เพราะมองว่าจะต้องเข้าสังคมเพื่อให้ตนเองก้าวหน้าและมีอนาคต

“สังคมเครือข่ายของคนไร้บ้านทำให้ผมเจริญเติบโตขึ้น มีวุฒิภาวะทางความคิด มีอาชีพที่เป็นที่ยอมรับ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 11 ปีที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น และการเปิดศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านเชียงใหม่จะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์” นายนรินทร์ ทิ้งท้ายด้วยความซาบซึ้ง

จำนวนคนไร้บ้านจะไม่เพิ่มขึ้น หากเราใส่ใจดูแลคนในบ้าน และป้องกันไม่ให้คนในครอบครัวออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม การมีพื้นที่ปลอดภัยเพื่อใช้ในการอาศัยอยู่เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ ซึ่งต้องมีที่อยู่อาศัยเพื่อปกป้องร่างกายจากอันตรายต่างๆ ศูนย์ฟื้นฟูสำหรับคนไร้บ้านจึงเป็นสถานที่รองรับเพื่อให้พวกเขาสามารถนอนหลับได้อย่างสบายใจ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

‘บ้านเตื่อมฝัน’ เติมชีวิตคนไร้บ้าน

กลุ่มคนที่ใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะหลายคนอาจมองว่าเป็นผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นเป็นคนปกติที่ประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ฯลฯ จนทำให้ออกจากบ้านมาเพื่อเผชิญกับโลกเพียงลำพัง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

การใช้ชีวิตบนพื้นที่สาธารณะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องหวาดระแวงกับการถูกทำร้าย ถูกขับไล่ บวกกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตทำให้กลุ่มคนไร้บ้านไม่สามารถนอนหลับได้อย่างปลอดภัย

“คนไร้บ้านไม่ได้ขี้เกียจ หรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด มีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต” นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำงาน สสส. ที่ทำการสำรวจสถานะทางสุขภาพของคนไร้บ้าน พบว่า มีปัญหาการติดเหล้าร้อยละ 64 ซึ่งกลุ่มคนทั่วไปแค่ร้อยละ 30 ทั้งๆ ที่คนไร้บ้านขาดรายได้ และยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

การอยู่ในพื้นที่สาธารณะนาน ยิ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค ไม่ว่าจะโรคปอด หรือโรคติดเชื้อต่างๆ สสส.จึงเข้ามาร่วมทำโมเดล ที่จะทำให้คนทั่วไปเข้าสู่ภาวะคนไร้บ้านให้สั้นที่สุด และกลับคืนสู่สังคมปกติโดยเร็ว ด้วยการพัฒนาศักยภาพ การต่อยอดทักษะอาชีพตามความถนัดของแต่ละคน เพื่อให้สามารถดูแลพึ่งพาตนเองได้ ทั้งนี้เราเชื่อว่าทุกคนมีโอกาสจะกลับมายืนอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่ทำให้ สสส. เข้ามาร่วมทำงานเรื่องของคนไร้บ้าน

จากผลการสำรวจข้อมูลคนไร้บ้านใน 3 เมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และขอนแก่น พบจำนวนคนไร้บ้าน 1,395 คน โดย จ.เชียงใหม่มีกลุ่มคนไร้บ้าน จำนวน 166 คน ล่าสุดลดเหลือ 75 คนโดยประมาณ ซึ่งตนไม่ต้องการรับสมาชิกคนไร้บ้านเพิ่ม แต่อยากช่วยให้พี่น้องคนไร้บ้านกลับสู่ครอบครัว สู่สังคม โดยพยายามสร้างเครือข่าย สร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้อง เพื่อที่จะได้กลับคืนสู่ครอบครัว สังคม อย่างมีศักดิ์ศรี และป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นคนไร้บ้านหน้าใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ศูนย์ที่มีอยู่แล้วสร้างความอุ่นใจให้กับคนไร้บ้านที่เข้ามาอาศัยอยู่ และอยากให้หน่วยงานภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาและป้องกันคนไร้บ้านหน้าใหม่ด้วย

จากความสำเร็จในการก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูฯ ทำให้คนไร้บ้านมีที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย นายนรินทร์ เอื้ออมรรัตน์ ประธานเครือข่ายคนไร้บ้าน เล่าถึงความรู้สึกของการใช้ชีวิตแบบไร้บ้านมาเป็นเวลายาวนาน โดยการตัดสินใจเข้าร่วมเครือข่ายคนไร้บ้านเชียงใหม่ หลังจากที่ถูกชักชวนโดยกลุ่มคนไร้บ้าน กทม. ในขณะนั้น ทำให้จากเดิมอยู่อย่างไร้ความฝัน มีชีวิตอยู่ไปวันๆ แห้งแล้งในจิตใจ แต่วันนี้มีบ้าน มีที่อยู่ เป็นการเติมฝันทำให้หัวใจได้น้ำมีความชุ่มชื้น ทำให้จากคนไร้บ้านกลายเป็นคนที่มีเพื่อนและมิตรในทุกภาค

“บ้านเตื่อมฝัน” ที่แปลว่าเติมฝัน สามารถเติมเต็มมิตรภาพ เติมเต็มความสุข ความฝัน สร้างความหวัง สร้างอนาคตให้กับกลุ่มคนไร้บ้านได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้การเปิดศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านเชียงใหม่จะช่วยให้คนไร้บ้านได้พัฒนาทักษะอาชีพ สามารถเลี้ยงดูตนเอง และกลับสู่สังคมได้ในอนาคตต่อไป 

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

‘ไร้บ้าน ไม่ไร้ฝัน’ เติมเต็มพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน

การสร้างบ้านบนพื้นที่ 330 ตารางวา อาจจะไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่สำหรับกลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่มีที่อยู่อาศัย พื้นที่ขนาดนี้สามารถเติมเต็มความฝัน และฟื้นฟูจิตใจให้พวกเขาสามารถยืนหยัดต่อไปในสังคมได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

“บ้านเตื่อมฝัน ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน จังหวัดเชียงใหม่” ออกแบบภายใต้แนวคิด “ศูนย์ตั้งหลักชีวิตและศูนย์พัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนไร้บ้าน” และจะมีการดำเนินงานสร้างอีก 2 ศูนย์ที่ จ.ขอนแก่น และรังสิต ซึ่งจะมีรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน

สำหรับบ้านเตื่อมฝัน ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่เลขที่ 79/2 ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยจะให้หยิบยืมทุนและเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพ เมื่อมีรายได้ก็นำเงินมาคืนเพื่อให้เป็นทุนสำหรับคนไร้บ้านคนอื่นต่อไป

“ผมเชื่อว่า ถ้าไม่เจอปัญหาหนักผู้คนคงไม่หนีออกมาจากครอบครัวหรือชุมชนอย่างแน่นอน แสดงว่าต้องมีอะไรที่ทำให้เขาไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้ แต่พอหลุดออกมานี่แหละคือสิ่งสำคัญ พวกเราจะเข้ามาหนุนเสริมยังไง ให้เขายืนอยู่ และกลับสู่สังคมใหม่ได้” นายสมพร หารพรม เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เล่าถึงเกณฑ์การเข้าพักบ้านเตื่อมฝันที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1. ห้องชั่วคราวโดยคิดค่าใช้จ่ายรายวัน 10 บาท เพื่อมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จัดพื้นที่กว้างให้นอนร่วมกันโดยมีที่นอนและหมอนให้ยืมชั่วคราว

2. ห้องประจำ 350 บาท/เดือน จัดเป็นห้องที่มีฉากกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัว

3. ห้องมั่นคง 450 บาท/เดือน เป็นห้องที่มีผนังอิฐและประตูไม้กั้น

ราคาห้องประจำและห้องมั่นคงที่เกินมา 50 บาทจะนำเข้ากองทุนสวัสดิการให้แต่ละคนเก็บออมเอาไว้กรณีต้องการกลับคืนบ้านของตนเอง หรือออกจากศูนย์ฟื้นฟูฯ ไปสร้างครอบครัว 

สรุป

การเรียกที่นี่ว่า “ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน” เนื่องจากไม่ได้ดูแลในเรื่องของที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังพัฒนาศักยภาพของคนไร้บ้าน โดยเบื้องต้นได้มีการเสริมสร้างทักษะกลุ่มอาชีพช่าง เกษตร และเบเกอรี่ และภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยในการเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งของคนไร้บ้าน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ