หมวดหมู่: NEWS

ก้าวต่อไปของ The Pizza Company

แบรนด์อาหารอิตาเลี่ยนที่ชาวไทยรู้จักดีคงหนีไม่พ้น พิซซ่า และแบรนด์แรกที่เข้ามาในไทยก็คือ พิซซ่าฮัท แต่สุดท้าย เดอะพิซซ่า คอมปะนี ที่แตกหน่อแยกออกมาทีหลังกลับครองตลาดและยืนหนึ่งในตลาดแบรนด์พิซซ่า

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

The Pizza Company เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้ The Minor Food Group ถือเป็นแฟรนไซส์พิซซ่าที่สร้างความแตกต่างให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อปีพ.ศ. 2544 ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ และเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ บวกกับความกรอบและรสชาติที่ถูกปากคนไทย ทำให้ขึ้นทะยานอันดับหนึ่งได้อย่างไม่น่าแปลกใจ

สิ่งสำคัญที่เป็นจุดเด่นสำคัญของเดอะ พิซซ่า คอมปะนีคือ “ชีส” ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และทำให้ผู้ที่ลิ้มรสประทับใจ นอกจากนี้ยังมีท้อปปิ้งให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้กว่า 30 ชนิด ทำให้ดึงดูดใจแก่ผู้ลิ้มลอง และสามารถสร้างประสบการณ์และยกระดับการรับประทานไปอีกขั้น

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี พัฒนาตัวเองจาก Local Brand ไปสู่ International Brand โดยขยายสาขาแฟรนไซส์ของตัวเองไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลาง และประเทศจีนเป็นหลัก ใครจะเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยจะตีตลาดอาหารอิตาเลี่ยนไปประเทศอื่นๆ ได้

ปัจจุบันนอกเหนือจากเมนูหลัก “พิซซ่า” แล้ว ยังมีการขยายเมนูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น สลัด ไก่นิวออลีน พาสต้า ของทานเล่น ฯลฯ ที่มีมากกว่า 20 ชนิด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้ร้านอาหารแฟรนไซส์พิซซ่ามีภาพลักษณ์ของร้าน Fast & Junk Food ในทันที

ก้าวต่อไปจาก International Brand สู่การเป็น Global Brand คือสิ่งที่เดอะ พิซซ่า คอมปะนีกำลังเร่งทำงานหนัก ด้วยการรีแบรนด์ดิ้งที่ผ่านมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ร้านอาหารดูทันสมัยมากขึ้น มีความอินเตอร์ทั้งในสายตาของชาวต่างชาติและคนไทย โดยใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ เป็นสากล และการประชาสัมพันธ์ถึงต้นกำเนิดของวัตถุดิบต่างๆ รวมไปถึงกระบวนการผลิตที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ ก้าวเดินของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่พยายามกำลังอยู่ในสนามแข่งขันกับ Global Brand อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น McDonald’s, Subway, Burger King ฯลฯ การเดินทางของ The Pizza Company จะเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้ แต่คงอีกไม่นานแหละครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

1 แถม 1 ที่ The Pizza Company

The Pizza Company ในปัจจุบันนอกเหนือจากเมนูหลัก “พิซซ่า” แล้ว ยังมีการขยายเมนูเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น สลัด ไก่นิวออลีน พาสต้า เฟรนฟราย ของทานเล่นอื่นๆ ที่มีมากกว่า 20 ชนิด และมีแนวโน้มจะเพิ่มเมนูใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้ร้านอาหารแฟรนไซส์พิซซ่ามีภาพลักษณ์ของร้าน Fast & Junk Food ในทันที

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ขยันปล่อยของ ปล่อยโปรโมชันมากระตุ้นตลาดอาหารกันเป็นประจำ และในช่วงนี้ก็ปล่อยโปรโมชันหนึ่งแถมหนึ่ง ที่สายพิซซ่ารอคอย ใครก็ตาลุกวาวเพราะ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี (The Pizza Company) ไม่ได้ปล่อยโปรโมชันแบบนี้มาง่ายๆ

ในโปรโมชันนี้สามารถใช้กับพิซซ่าถาดกลางและถาดใหญ่ที่มีราคาตั้งแต่ 239.- บาทขึ้นไป โดยพิซซ่าถาดที่แถมจะต้องมีราคาเท่ากับ หรือน้อยกว่าพิซซ่าที่ซื้อ และไม่สามารถสั่งแบบ 2 หน้าใน 1 ถาดได้

สำหรับพิซซ่าที่ไม่ได้ร่วมโปรโมชันได้แก่ พิซซ่าถาดเล็กและจัมโบ้ พิซซ่าพัฟ และหากใช้โปรโมชันนี้แล้วจะไม่สามารถใช้ร่วมกับชุดโปรโมชันอื่นๆ คูปองส่วนลด และรายการอื่นๆ นะครับ

เมนูยอดนิยมได้แก่ พิซซ่าหน้าซุปเปอร์เดอะลุกซ์ (Super Deluxe) ที่มีท้อปปิ้งตัวเด็ดอย่าง แฮม เบคอน ไส้กรอกรมควัน ไส้กรอกอิตาเลี่ยน เป็นต้น

อีกหนึ่งเมนูสุดฮิตก็หนีไม่พ้น พิซซ่าหน้าค็อกเทลกุ้ง (Shrimp Cocktail) โรยหน้าด้วยกุ้ง เห็ด สัปปะรด มะเขือเทส ราดด้วยซอสเทาซันไอส์แลนด์

และที่ขาดไม่ได้ต้อง พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน (Hawaiian) ท้อปหน้าพิซซ่าด้วยแฮม เบคอน สัปปะรด และซอสพิซซ่าฉบับเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เป็นเมนูฮิตตลอดกาลที่หากคิดไม่ออกก็หน้าฮาวายเอี้ยนไว้ก่อน

โปรโมชันซื้อหนึ่งถาดแถมฟรีอีกหนึ่งถาด ไม่ว่าจะหน้าไหน ขอบไหน หรือซื้อทางช่องทางไหน สามารถไปเป็นเหยื่อการตลาดได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2563 และที่สำคัญ สิทธิ์การซื้อในโปรโมชันนี้ยังไม่จำกัดเฉพาะสมาชิกอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้ว อย่าลืมนะครับ 1112 ไม่ใช่แค่มุกตลกที่เรารู้กัน แต่ยังเป็นเบอร์สำคัญที่ช่วยคลายหิวให้เราได้ด้วยครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ผู้ชายวัย 15 – 35 เสี่ยงมะเร็งอัณฑะ

แพทย์เตือน ผู้ชายวัย 15 – 35 ปี เสี่ยงมะเร็งอัณฑะ พร้อมแนะวิธีตรวจด้วยตนเอง

นายแพทย์ณรงค์  อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคมะเร็งอัณฑะเป็นโรคมะเร็งที่พบได้น้อย และไม่ติด 1 ใน 10 ของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย แต่ละปีมีผู้ป่วยราว 0.7 รายต่อชายไทย 100,000 คน หรือคิดเป็น 0.4 % ของมะเร็งทั้งหมด

โรคมะเร็งอัณฑะมักพบในช่วงอายุ 15 – 35 ปี แต่ก็มีโอกาสพบได้ในทุกอายุทั้งในเด็กจนถึงผู้สูงอายุเช่นกัน

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดโรค แต่สันนิษฐานว่าเป็นผลมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมโดยเฉพาะประวัติการมีคนในครอบครัว เช่น พ่อ หรือพี่ชายเป็นโรคมะเร็งอัณฑะมาก่อน นอกจากนี้ผู้ที่มีอัณฑะค้างอยู่ในอุ้งเชิงกรานไม่เคลื่อนลงมาอยู่ในถุงอัณฑะจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายปกติอีกด้วย

วิธีตรวจมะเร็งอัณฑะ

  • ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ค่อยๆ คลำเลื่อนไปเรื่อยๆ ที่ลูกอัณฑะ
  • คลำดูว่ามีก้อนหรือมีอาการเจ็บร่วมด้วยหรือไม่
  • บริเวณด้านหลังของลูกอัณฑะจะคลำได้ส่วนหยุ่นๆ ขนาดเล็กซึ่งถือว่าเป็นปกติ
  • หากคลำได้ก้อนหรือไม่แน่ใจส่วนใดผิดปกติหรือไม่ ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • ความผิดปกตินั้นอาจเป็นถุงน้ำหรือเส้นเลือดขอดบริเวณลูกอัณฑะซึ่งพบได้บ่อยกว่าเนื้องอกหรือมะเร็งอัณฑะ

ในกรณีที่เป็นมากมักมีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานหรืออวัยวะในช่องท้องหรือปอด การรักษาต้องตัดลูกอัณฑะทิ้งและเลาะตัดต่อมน้ำเหลืองออกร่วมด้วย ถ้าเป็นมากกว่านั้นอาจให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีร่วมด้วย ควรมีการตรวจลูกอัณฑะอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเจอความผิดปกติของลูกอัณฑะจะได้วินิจฉัยโรคและให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

เดินทางช่วงปีใหม่ จดเบอร์ฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัย

ช่วงวันหยุดในเทศกาลปีใหม่ผู้คนต่างเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงรถยนต์ส่วนบุคคลในสภาพการจราจรที่แออัดทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน การติดต่อไปยังหน่วยงานรับผิดชอบที่ตรงกับปัญหาจะช่วยลดเวลาให้กับอุบัติเหตุนั้นๆ และนี่คือบทความรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรรู้เมื่อต้องเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Telephone

1543 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ (EXAT Call Center)

ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการข้อมูลแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการจราจร และเส้นทางการจราจรบนทางพิเศษ ให้บริการประสานงานกบัหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้ทางพิเศษ รับแจ้งเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะและติดตามผลการดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียน และที่สำคัญคือการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินและอุบัติเหตุบนทางพิเศษ

Expressway

เมนูการให้บริการของหมายเลข 1543

  • กด 1 แจ้งอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน
  • กด 2 ฟังรายงานสภาพจราจรบนทางพิเศษสายต่างๆ
  • กด 3 ติดต่อสอบถามข้อมูลเรื่องบัตร Easy Pass
  • กด 4 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
  • กด 5 ข่าวสารการให้บริการทั่วไป เช่น ความคืบหน้าการก่อสร้างทางพิเศษสายต่างๆ
  • กด 6 สถานที่ตั้งสำนักงานต่างๆ
  • กด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่ EXAT Call Center
  • กด # เพื่อฟังซ้ำ

สำหรับผู้ที่กลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่แล้วประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง เสียหาย หรือประสบอุบัติเหตุ ควรรีบนำรถชิดซ้ายเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร และแสดงเครื่องหมายต่างๆ แจ้งให้ผู้ใช้รถอื่นทราบ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ทั้งนี้สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1543 โดยไม่ต้องลงจากรถ หรือสามารถใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้บนทางพิเศษทุกๆ 500 – 1000 เมตร กรณีไม่สามารถติดต่อหมายเลข 1543 ได้ สามารถติดต่อกับศูนย์ควบคุมทางพิเศษสายต่างๆ โดยตรงได้ดังนี้

ศูนย์ควบคุมทางพิเศษสายต่างๆ

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1) โทร 0-2240-0709
  • ทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2) โทร 0-2664-6400
  • ทางพิเศษฉลองรัช (ทางพิเศษสายรามอินทรา – อาจณรงค์) โทร 0-2319-7166-7
  • ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา – ชลบุรี) โทร 0-2746-9799
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด) โทร 0-2567-5680
  • ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) โทร 0-2442-0877-8

1197 สายด่วนจราจร (ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร)

ให้บริการข้อมูลการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการแจ้งปัญหารถติด อุบัติเหตุ รวมไปถึงการร้องเรียนเรื่องราวทางการจราจรในเขตกรุงเทพ โดยมีบริการจำนวน 30 คู่สาย ตลอด 24 ชั่วโมง

Emergency

1669 สายด่วนแพทย์ฉุกเฉิน (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ)

เป็นสายด่วนที่ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตินอกสถานพยาบาล หากผู้ที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาเกิดมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมาสามารถโทรแจ้งได้ทันที โดยผู้ป่วยจะต้องมีอาการฉุกเฉินดังนี้

อาการฉุกเฉิน

  1. หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ต้องได้รับการกู้ชีพทันที
  2. การรับรู้สติเปลี่ยนไป บอกเวลา สถานที่ คนที่คุ้นเคยผิดเฉียบพลัน อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง
  3. ระบบไหลเวียนเลือดวิกฤตอย่างน้อยสองข้อได้แก่ ตัวเย็นและซีด เหงื่อแตกท่วมตัว หมดสติชั่ววูบหรือวูบเมื่อลุกขึ้นหรือยืน
  4. ระบบหายใจมีอาการวิกฤต  ไม่สามารถหายใจได้ปรกติ หายใจเร็วแรงและลึก หายใจมีเสียงดังผิดปรกติ พูดได้แค่สั้นๆ หรือร้องไม่ออก หรือออกเสียงไม่ได้ สำลัก อุดทางเดินหายใจและมีอาการเขียวคล้ำ
  5. อวัยวะฉีกขาด เสียเลือดมากเสี่ยงพิการ
  6. อาการอื่น ๆ ที่มีภาวะเสี่ยงต่อชีวิตสูง เช่นเจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงทันทีทันใด หรือชักเกร็ง
Heart monitor

ข้อควรรู้ก่อนโทรแจ้งสายด่วน 1669

  1. เมื่อพบเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินให้ตั้งสติและโทรแจ้งสายด่วน 1669
  2. ให้ข้อมูลว่าเกิดเหตุอะไรมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในลักษณะใด
  3. บอกสถานที่เกิดเหตุเส้นทางจุดเกิดเหตุให้ชัดเจน
  4. บอกเพศ ช่วงอายุ อาการจำนวนผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ
  5. บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วย
  6. บอกความเสี่ยงที่อาจเกิดซ้ำ เช่นอยู่กลางถนนหรือรถติดแก๊ส
  7. บอกชื่อผู้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
  8. ช่วยเหลือเบื้องต้นตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ 
  9. รอทีมกู้ชีพมารับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

1490 สายด่วน บขส. (บริษัท ขนส่ง จำกัด)

การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่หลายคนนิยมใช้ในการเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือวันหยุดยาว การจองตั๋วล่วงหน้าหรือสอบถามการเดินรถที่อาจมีเพิ่มพิเศษสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1490 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแยกตามภูมิภาคที่ต้องการจะเดินทางดังนี้

ภาคเหนือ
02-936-2852-66 ต่อ 614, 325
02-936-2841-48 ต่อ 614, 325
02-936-3670
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
02-936-2852-66 ต่อ 605,602
02-936-2841-48 ต่อ 605,602
02-936-0657
ภาคใต้
02-422-4444
02-4224435
ภาคตะวันออก
02-391-6846

Bus

1690 การรถไฟแห่งประเทศไทย

รถไฟเป็นอีกหนึ่งการเดินทางสำคัญของคนไทย ซึ่งสายด่วน 1690 มีบริการสอบถามข้อมูลด้านการโดยสาร การจำหน่ายสินค้า การท่องเที่ยว การจองตั๋ว รวมไปถึงการรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Train station

ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวอย่าลืมจำเบอร์เหล่านี้ให้ขึ้นใจเพื่อความปลอดภัยของท่านและคนรอบข้างนะครับ 

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้

ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวสกลนครเตือนชายไทยระวัง “มะเร็งเต้านม” เผยผู้ชายก็เป็นได้แนะเจอก้อนแข็งๆแถวหน้าอกรีบไปหาหมอ

นายพิบูลวัฒน์ ยังสุข อายุ 59 ปี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ข่าวสดว่า ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ตนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น กระทั่งเมื่อมาเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อปีที่แล้ว จึงอยากจะฝากเตือนผู้ชายว่าหากมีก้อนแข็งๆแถวบริเวณนมอย่านิ่งนอนใจ ขอให้ไปหาหมอเพื่อเช็คดูให้เรียบร้อย เพราะถ้าเป็นน้อยๆ อาจรักษาหายด้วยการผ่าตัดออก กรณีที่ไม่เจอเชื้อมะเร็ง แต่ถ้าเจอเชื้อมะเร็งต้องรักษาตามขั้นตอน คือ ผ่าตัดออก แล้วคีโมและฉายแสง

อาการมะเร็งของตนเริ่มจากการเป็นก้อนแข็งตรงใต้หัวนมข้างขวา ตอนแรกไม่รู้สึกเจ็บ คิดว่าคงเป็นแค่เนื้องอกหรือซีสทั่วๆ ไป รอไว้ว่างๆ ค่อยไปหาหมอก็ได้ ต่อมาตอนขับรถเริ่มเจ็บๆ เลยไปหาหมอที่คลินิก ซึ่งได้ให้ยามากินประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อให้ก้อนที่เป็นยุบ แต่ก็ไม่ยุบ จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น พอไปถึงทางโรงพยาบาลเก็บตัวอย่างเนื้อไปตรวจละเอียด ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ วันที่ 19 ตุลาคม 2560 นัด

นายพิบูลวัฒน์ กล่าวว่า หมอแนะนำให้ผ่าออก แต่คิวผ่าไม่มี จะมีคิวประมาณเดือนธันวาคม 2560 จึงคุยกับหมอให้ผ่าตัดนอกเวลา ยอมเสียค่าใช้จ่ายเอง จากนั้นผ่าตัดในวันที่ 22 ตุลาคม 2560 เพื่อนำเนื้อร้ายออก โดยหมอกว๊านก้อนเนื้อออกรวม 3 เซ็นติเมตร จากนั้นเก็บตัวอย่างต่อมน้ำเหลืองไปตรวจสอบ ปรากฏพบว่ายังมีเชื้อกระจายอยู่ จึงต้องใช้วิธีการรักษามะเร็งหลายขั้นตอนด้วยกัน เริ่มในช่วงเดือนธันวาคม 2560 ทำคีโม รวม 8 ครั้ง ครั้งแรก 4 ครั้ง ทิ้งห่างกันครั้งละ 3 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว หลังจากที่เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย ดังนั้นต้องกินโปรตีนให้เยอะๆ จึงต้องกินไข่ขาว

นายพิบูลวัฒน์ กล่าวอีกว่า ใช้เวลาทำคีโม 7-8 เดือน ทำเสร็จในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนั้นร่างกายดี น้ำหนักขึ้น 2-3 กิโลกรัม แม้จะกินไม่ได้ แต่ตนเองก็ฝืนกิน ซึ่งกินทุกอย่างเพราะหมอไม่ได้ห้ามกินเนื้อสัตว์ และพยาบาลแนะนำให้กินไข่ขาว เพื่อสร้างโปรตีน เพราะเม็ดเลือดแดงและโปรตีนถูกทำลายไป ต่อมาก็ฉายแสงทุกวัน รวม 18 ครั้ง เสร็จเมื่อ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา

“ผมเองเป็นมะเร็งขึ้นที่ 2 เป็นมาประมาณ 3 เดือนก่อนจะไปผ่าตัด ตอนนั้นไม่ได้สนใจ คิดแค่ว่าคงเป็นซีสธรรมดา แต่รู้สึกผิดปกติ เพราะก้อนโตขึ้น และหัวนมบุ๋ม เหมือนโดนรั้งผิดปกติ เวลาหมอผ่าตัดก็เอาหัวนมออกไปด้วย หมอบอกมีผู้ชาย1 ใน1000 คนเท่านั้นที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ชายส่วนมากจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก

ส่วนใหญ่ 99% ผู้หญิงจะเป็นมะเร็งเต้านม ผมเองไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเป็นมะเร็งเต้านม ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเป็นมะเร็ง ตอนนี้ต้องกินยา ต้านฮอร์โมนเพศหญิง “เอสโตรเจน” ซึ่งต้องกินนานถึง 5 ปี”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ที่มา : ข่าวสด

บทความน่าอ่านต่อ

ผู้ชายที่ขาดความมั่นใจมักใช้มุกเหยียดเพศเพื่อความแมน

แม้ว่าทุกวันนี้สังคมไทยจะเปิดกว้างในเรื่องของเส้นแบ่งทางเพศที่ไม่จำกัด แต่ก็ยังมีหลายคนที่มีมายาคติเดิม ๆ โดยใช้มุกเหยียดเพศในวงสนทนาเพื่อเรียกเสียงเฮฮาจากฝูงชน แต่จากการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่ขาดความมั่นใจ มักใช้มุกเหยียดเพศเพื่อให้ตัวเองแมนขึ้น

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

วารสาร Sex Roles ได้สรุปผลการวิจัยของ Emma O’Connor นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Western Carolina ที่ทำขึ้นเพื่อเรียนรู้และเข้าใจบทบาทของมุกตลกในสังคม โดยเฉพาะเมื่อใครสักคนใช้มุกตลกที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น

ผู้ชายที่ใช้มุกตลกที่เหยียดเพศจะทำเมื่อเขารู้สึกว่าความแมนของตัวเองถูกคุกคาม

ในงานวิจัยนี้ได้เก็บข้อมูลจากผู้ชายจำนวน 387 คนเกี่ยวกับความเห็น บุคลิก และความรู้สึกเกี่ยวกับผู้หญิงและเกย์ รวมถึงการถามมุกที่พวกเขามักจะใช้หรือฟังและมุกเหล่านั้นมีบทบาทต่อมุมมองของพวกเขายังไง โดยสาระสำคัญของผลการวิจัยมีดังนี้

ผลการวิจัย

  1. ผู้ชายแท้ส่วนใหญ่ใช้วิธีการปล่อยมุกต่อต้านชาวเกย์และมุกเหยียดเพศเวลาที่เขารู้สึกว่าความเป็นชายของตนเองถูกคุกคาม โดยเชื่อว่านั่นคือการแสดงออกถึงความแมน แต่ก็พบว่ามุกที่เล่นออกไปทำให้ถูกผู้ฟังมองต่างจากที่เขาคิด 
  2. ในมุมของผู้หญิงมองว่า เมื่อตำแหน่งงานของผู้หญิงอยู่สูงกว่าผู้ชาย อาจทำให้ผู้ชายรู้สึกว่าถูกคุกคาม

สำหรับงานวิจัยดังกล่าวนี้ ปรภ. มองว่ามันก็อาจจะเป็นจริงหากผู้ชายคนนั้นห่ามและไม่เคารพสิทธิทางเพศ ทั้งนี้ทั้งนั้น กลุ่มเป้าหมายของงานวิจัยเป็นชาวต่างชาติ หากนำมาใช้ในประเทศไทยอาจได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลจาก deccanchronicle.com

บทความน่าอ่านต่อ

“อสุจิ” ตัวช่วยลดเศร้า

สถานการณ์โรคซึมเศร้าในสังคมเป็นปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่รักษาให้หายขาดได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่อาการหดหู่ที่หนักขึ้นจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย วันนี้ ปรภ จึงขอนำเสนอผลงานวิจัยที่ออกมาชี้ถึงคุณสมบัติที่คาดไม่ถึงของอสุจิ ที่จะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

คำเตือน : อย่าเพิ่งปิดบทความแล้วไปหาอสุจิมากินก่อนอ่านจบ เพราะนี่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man in red shadow
Shadow man

โรคซึมเศร้ามีสาเหตุหลักที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองและสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจการเงิน ความผิดหวัง ความสัมพันธ์ ความรัก ความสูญเสีย เป็นต้น หากไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้จะทำให้เป็นสาเหตุความเครียด วิตกกังวล พัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้ ทั้งนี้อาการของโรคซึมเศร้า ได้แก่ เศร้า หดหู่ ซึม เบื่อหน่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ มีความคิดอยากตาย

ข้อมูลจาก WHO ระบุว่า ในปี 2560 ทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าประมาณ 322 ล้านคน คิดเป็น 4.4% ของประชากรโลก ในขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 6 รายต่อชั่วโมง

งานวิจัยโดยแผนกจิตวิทยา จาก State University of New York ได้ศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมเซ็กส์ของนักศึกษาชายและหญิงจำนวน 300 คน โดยมีผลการศึกษาดังนี้

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอาจมีฤทธิ์ต้านอาการหดหู่ หรือมีอาการหดหู่น้อยกว่าคนทั่วไป เพราะในน้ำอสุจิมีสารที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี ทำให้หลับง่ายขึ้น และมีสารต่อต้านอาการหดหู่อย่างน้อย 3 ชนิด สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่าในอสุจิมีสารเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และเมลาโทนิน (Melatonin) อีกด้วย

Man sitting on Sofa
Man sitting on Sofa

เซโรโทนิน (Serotonin) มีคุณสมบัติเป็นทั้งสารสื่อประสาทและเป็นฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในหลาย ๆ ส่วนของร่างกาย ทั้งด้านการควบคุมอารมณ์ การย่อยอาหาร ความรู้สึกอยากหรือเบื่ออาหาร รวมไปถึง การนอนหลับ และยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชหลายโรค ส่วนเมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นและพบว่ายังช่วยแก้ไขปัญหาอื่นๆ ได้

ข้อมูลการค้นพบเหล่านี้ยังสนับสนุนความเป็นไปได้ที่น้ำอสุจิมีฤทธิ์ในการต่อต้านอาการหดหู่ และยังตรงกับข้อค้นพบที่ว่า ช่องคลอดสามารถดูดซึมสารต่าง ๆ ในน้ำอสุจิได้ ทั้งนี้ยังไม่มีผลการศึกษาอย่างเป็นทางการว่าทางทวารจะสามารถดูดซึมสารต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับในช่องคลอดหรือไม่

การเผยแพร่บทความเรื่องนี้ ปรภ ไม่ได้สนับสนุนให้คนหันมามีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามุยเพื่อลดอาการซึมเศร้า แต่เนื่องจากความรู้ดังกล่าวมีความน่าสนใจและช่วยให้หลาย ๆ คนรู้ว่าอสุจิไม่ได้เป็นแค่ตัวนำโรคติดต่อทางเพศหรือตัวนำในการทำให้เกิดการตั้งท้องเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือมีอาการที่หดหู่คล้ายว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าควรปรึกษาจิตแพทย์และรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควรใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะเราทุกคนรู้ดีว่ามีโรคติดต่อมากมายแค่ไหนที่น่ากลัวว่าโรคซึมเศร้า

Pink Rose
Rose

สรุป

อสุจิมีสารที่ช่วยลดอาการหดหู่ได้ แต่จะซึมซับได้ดีในช่องคลอด ดังนั้น การกินอสุจิ หรือการใช้อสุจิมาทา ไม่ได้มีส่วนช่วยในการลดอาการซึมเศร้าจ้า

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก psychologytoday ncbi

บทความน่าอ่านต่อ

ฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศอันตราย

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนหนุ่มน้อย-ใหญ่ ที่หวังขยายขนาดอวัยวะเพศด้วยการฉีดสารแปลกปลอม เสี่ยงสารพัดอันตราย ทั้งติดเชื้อเป็นหนองและติดเชื้อไวรัสจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด ซ้ำร้ายในบางรายลุกลามจนเกิดเป็นมะเร็ง

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ค่านิยมที่ว่าผู้ชายทั้งต้องมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่เพื่อให้เพศตรงข้ามจะเกิดความประทับใจยังไม่หายไปจากสังคม แม้จะมีการนำเสนอข่าวถึงอันตรายจากการฉีดสารแปลกปลอมเพื่อขยายขนาดอวัยวะเพศอยู่เป็นระยะแต่ก็ยังมีหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่บางรายยอมเสี่ยงอันตรายเข้ารับบริการ

การฉีดสารแปลกปลอมเพื่อขยายขนาดอวัยวะเพศนั้น จะให้บริการโดยบุคคลที่มิใช่แพทย์ ซึ่งมักจะใช้สารแปลกปลอมที่ไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ เช่น น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก  ไขมัน ซิลิโคนที่ใช้ในอุตสาหกรรม มาฉีดเข้าใต้ผิวหนังของอวัยวะเพศชาย และอ้างว่าจะช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ

แต่ความจริงนั้นส่วนที่ทำให้ขนาดของอวัยวะเพศดูใหญ่ขึ้นมีเพียงส่วนของผิวหนังที่หุ้มอวัยวะเพศ ขนาดของตัวแกนอวัยวะเพศไม่ได้ใหญ่ขึ้นแต่อย่างใด ทำให้ผิวหนังที่ได้รับการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไป เกิดอาการอักเสบ บวมแดง หรือหมดความยืดหยุ่นเกิดการดึงรั้งอวัยวะเพศ จนไม่สามารถปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์ได้

ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการติดเชื้อเป็นหนองและติดเชื้อไวรัสอันตราย เช่น ไวรัสเอชไอวี (Human immunodeficiency virus, HIV) หรือไวรัสตับอักเสบจากการฉีดโดยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และการอักเสบเรื้อรังจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าอวัยวะเพศก็อาจจะทำให้เกิดมะเร็งจนต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งอีกด้วย เป็นการเสียทั้งเงิน เจ็บทั้งตัวและใจต่อหนุ่มน้อย-หนุ่มใหญ่ทั้งหลาย

ทันตแพทย์อาคม กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ลักลอบประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้บริการฉีดสารแปลกปลอม โดยอ้างว่าสามารถขยายขนาดอวัยวะเพศ จะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐานเป็นหมอเถื่อน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานเปิดคลินิกเถื่อน ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และสำหรับประชาชนที่ทราบเบาะแสการกระทำผิดของคลินิกเถื่อน หรือหมอเถื่อนอย่าได้นิ่งดูดาย หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ขอให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรม สบส.ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18618 แต่หากอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ เพื่อร่วมคุ้มครองประชาชนในด้านระบบบริการสุขภาพ และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ที่มา : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

บทความน่าอ่านต่อ