เซ็กส์ ความรัก แตกต่างเหมือนกัน

เซ็กส์ กับความรัก สองสิ่งที่อาจมาคู่กันหรือมาเพียงอย่างเดียว อาจจะแตกต่าง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เหมือนกัน ขึ้นกับมุมที่คนมอง มองในมุมใคร

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

SEX

วิกิพีเดียระบุว่า SEX คือ การร่วมเพศซึ่งเป็นการสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงเพื่อสุขารมณ์ทางเพศเพื่อการสืบพันธุ์ หรือทั้งสองอย่าง แต่ก็มีรูปแบบอื่นของการร่วมเพศแบบสอดใส่ ได้แก่ การร่วมเพศทางทวารหนัก การร่วมเพศทางปาก การใช้นิ้ว และการใช้ดิลโด้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นความใกล้ชิดทางกายระหว่างคนสองคนหรือมากกว่า และมนุษย์มักใช้กิจกรรมนี้เพื่อสุขอารมณ์ และเพื่อเพิ่มความใกล้ชิด

LOVE

ในขณะที่ LOVE คือความรักเป็นความรู้สึก เป็นความชอบระหว่างบุคคลหมายถึงอารมณ์ การดึงดูดและความผูกพันส่วนบุคคลอย่างแรงกล้า นอกจากนี้ความรักยังอธิบายได้ว่าเป็นพฤติกรรมต่อตนเองหรือผู้อื่นซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความเห็นอกเห็นใจ หรือความเสน่หาแต่ทั้งนี้ นิยามความรักของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป เกิดจากเจตคติที่ประกอบสร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต

อาจสรุปความสั้นๆ ว่าเซ็กส์ คือกิจกรรมเพื่อสุขอารมณ์ เพื่อการสืบพันธ์ และเพื่อเพิ่มความใกล้ชิด ในขณะที่ ความรัก เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นอารมณ์และสร้างความผูกพันระหว่างกันได้

จากนิยามทั้งสองคำนี้ มันคงบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เซ็กส์ กับ ความรัก ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ในมุมมองและข้อโต้แย้งของประเด็นนี้มีคำอธิบายมากมายดังนี้ 

ในอดีต หรือในบางสังคม หญิงสาวจะรักษาพรหมจรรย์เอาไว้เพื่อรอวันแต่งงาน ซึ่งค่านิยม ทัศนคติ รวมไปถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของครอบครัวที่สืบทอดต่อกันมา ในมุมนั้นสังคมรอบข้างจะมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกที่ควร

ในมุมของความแตกต่างระหว่างเซ็กส์กับความรัก จะถูกมองในกรอบนั้นว่าทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่มาคู่กัน จึงควรรักษาพรหมจรรย์เอาไว้ให้กับคู่รักที่แต่งงานด้วยกันเท่านั้น

หากว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์ ผู้ชายจะมีฮอร์โมน “เทสโทสเตอโรน” (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลให้ผู้ชายชอบความท้าทาย ชอบการแข่งขัน ชอบชัยชนะ ชอบเซ็กส์ รักสนุก จึงอาจถูกมองว่าหลายใจและไม่มั่นคงในรักเดียว

ส่วนผู้หญิงมีฮอร์โมน “เอสโตรเจน” (Estrogen) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงมีความรักแบบผูกพัน มั่นคง ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมน “ออกซิโตซิน” (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันที่จะหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกผูกพันกับผู้ชายที่เธอมีเพศสัมพันธ์ด้วย 

ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้อาจมีไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ชายและผู้หญิงไม่อาจเหมารวมได้ทั้งหมด แต่หากนำหลักวิทยาศาสตร์มาตอบคำถามที่ว่า เซ็กส์ กับความรัก ใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่?

สำหรับผู้หญิง ความรักและเซ็กส์จะควบคู่กันไป เพราะฮอร์โมน “ออกซิโตซิน” จะก่อให้เกิดความผูกพันและพัฒนาเป็นความรักหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ในขณะที่เพศชายไม่มีฮอร์โมนนี้ ก็จะมองว่าเป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน

ฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำหลักทางวิทยาศาสตร์มาเหมารวมได้ ในมุมมองของ ปรภ คิดว่า การที่เราจะมีเซ็กส์กับคนที่เรารัก จะช่วยสร้างความสุขให้เรามากกว่ามีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า การนอนกอดกัน พูดคุยกันในเรื่องที่เปิดใจหลังมีเซ็กส์จะเป็นกิจกรรมที่ยิ่งทำให้คู่รักมีความผูกพันมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับการมีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า ความสัมพันธ์จะยุติลงก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายเดินทางไปสู่จุดสุดยอด 

หากเรามองว่าเซ็กส์เป็นเพียงกิจกรรมที่ไม่ต่างอะไรจากกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เราอาจจะไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เพราะสัตว์บางสายพันธ์เกิดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว หรือในบางสายพันธ์ก็มองว่าเซ็กส์เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก 

แม้จะมีหลายคนโต้เถียงว่า มนุษย์เป็นเพียงสัตว์สายพันธ์หนึ่งที่มีความคิดความอ่าน และมองว่าเซ็กส์คือกิจกรรมอย่างนึงที่อาจจะไม่เกี่ยวกับความรักก็ไม่ผิด เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว มันคือความคิดเห็นส่วนตัวที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าปรภได้บอกเล่าถึงความคิดเห็นว่า ความรัก เป็นจุดเริ่มต้นของเซ็กส์ และในบางครั้ง เซ็กส์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความรักเช่นกัน

สรุป

เซ็กส์ … ความรัก … แตกต่างเหมือนกัน มองได้หลายมุม เพราะในปัจจุบันสังคมได้เปิดกว้าง (หรือพยายามที่จะเปิดกว้าง) หากทั้งสองฝ่ายพึงพอใจซึ่งกันและกันก็อาจนำมาซึ่งความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด ซึ่งถือเป็นความสุขของทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นหนึ่งคนที่มีความคิดเช่นนั้น ก็ควรป้องกันอย่างรัดกุมและอย่าประมาทโดยเด็ดขาด 

คุณผู้อ่านล่ะ มีความเห็นอย่างไรกับคำถามนี้ “เซ็กส์ … ความรัก … ใช่สิ่งเดียวกันไหม?”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

Popular gay clothing colors

5 สีเสื้อผ้ายอดนิยมของเกย์

บริษัทออกแบบเครื่องแต่งกายรายงาน 5 สีเสื้อผ้าที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับชาวเกย์ ตามหลักจิตวิทยาเรื่องสี อายุ เพศ วัฒนธรรมและอารมณ์ จะทำให้เราเลือกสวมใส่สีต่าง ๆ ของเครื่องแต่งกาย ในขณะเดียวกัน ก็แสดงออกถึงรสนิยมทางเพศเช่นกัน

สีที่เราเลือกสวมใส่จะแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของเรา หรือสะท้อนว่าเราต้องการให้ผู้อื่นรู้จักเราอย่างไร

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Mens
Mens

จากข้อมูลของร้านเสื้อผ้าเกย์ชั้นนำของสหรัฐอเมริกา เผยว่า เกย์มีความชื่นชอบเป็นพิเศษกับสีบางสี โดยทั้ง 5 สีนี้ เป็นสีที่ชาวเกย์นิยมเลือกซื้อมากที่สุด เรียงตามลำดับความนิยมดังนี้

สีแดง

จากผลสำรวจพบว่าชาวเกย์ส่วนใหญ่มักเลือกซื้อชุดชั้นใน เสื้อยืด และกางเกงแบบสลิมฟิต สีโทนแดง (แต่ปรภมองว่าเกย์ไทยเราจะชอบชุดชั้นในสีขาว-ดำนะ)

Red clothes
Red clothes

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา Noam Shpancer กล่าวว่า “สีอาจจะเป็นสัญญาณที่แสดงออกถึงวิวัฒนาการในด้านการสืบพันธุ์” โดยเฉพาะการเพิ่มควาตื่นเต้นในเรื่องทางเพศ สีแดงมักจะเป็นสีที่กระตุ้น เช่น เมื่อถูกกระตุ้นเราจะแก้มแดง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังงานที่สะท้อนออกมาจากร่างกาย ทำให้สุดท้ายแล้ว สีแดงอาจเป็นสีที่ดึงดูดตามธรรมชาติของมนุษย์

สีดำ

สำหรับหลายคนอาจมองว่ามันดูจืดชืด แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูเซ็กซี่และสุขุมนุ่มลึกอีกด้วย

Black clothes
Black clothes

ในขณะเดียวกันผลสำรวจพบว่า สีดำเป็นสีที่คนส่วนใหญ่มองว่าควรใส่ในเดทครั้งแรก ในวันสัมภาษณ์งาน และในงานแต่งงาน เพราะสีดำเป็นสีที่ดูสุขุมน่าเกรงขาม นอกจากนี้ประเภทของเสื้อผ้าสีดำที่ขายดีที่สุดได้แก่ เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อหนัง กางเกงยีนส์แบบขาด และชุดชั้นใน

สีเมทัลลิก

ถือเป็นสีที่เงางามมากกว่าสีทั่วไป และเสื้อผ้าที่มีสีเมทัลลิกหรือสีโลหะก็เป็นอีกสีที่โดนใจกลุ่มชาวเกย์

Metallic clothes

โดยเฉพาะเมทัลลิกเงินและทอง ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าเป็นสีที่นิยมในประเภทชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ กางเกงบ็อกเซอร์ กางเกงขาสั้น

สีม่วง

สีม่วงถือเป็นสียอดนิยมสำหรับชาวเกย์มาอย่างยาวนาน และมักถูกนำไปเปรียบเทียบว่าเป็นสีของชาวเกย์ (ชาวสีม่วง) อีกด้วย

Purple clothes

จากผลสำรวจพบว่า สีม่วงจะขายดีกว่าสีเขียวและชมพู และแม้ว่าสีม่วงจะไม่ใช่สีที่มีความหลากหลาย แต่มันทำให้ผู้ใส่รู้สึกสว่าง และมีสปิริต นอกจากนี้มันยังเป็นสีที่กระตุ้นอารมณ์ที่เรียกว่า “Dopamine Dressing” ที่กระตุ้นให้ผู้คนเข้าหาเสื้อผ้าสีนี้และทำให้ผู้สวมใส่มีความสุขอีกด้วย

สีน้ำเงิน

ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์สกินนี่ เสื้อยีนส์สีเข้ม หรือสีฟ้า ก็ถือเป็นสีของเสื้อผ้าที่ชาวเกย์นิยมสวมใส่ เพราะเมื่อพูดถึงยีนส์ก็ต้องนึกถึงสีน้ำเงิน เลยไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงเป็นสีที่ผู้คนนิยม

Blue clothes

จากผลสำรวจพบว่า สีน้ำเงินและสีฟ้าถือเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงทั้งจากเพศชายและเพศหญิง โดยสีนี้ถูกมองว่าเป็นสีที่สะท้อนบุคลิกว่าเป็นคนเงียบสงบ น่าเชื่อถือและเปิดกว้าง จึงมักเป็นสีที่บรรดานักการเมืองสวมใส่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หรือในธุรกิจด้านการตลาด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ข้อมูลจาก Pinknews.co.uk
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ


บทความล่าสุดในหมวด Lifestyle

• • •

หลักจิตวิทยา สร้างคำตอบรับจากผู้ฟัง

• • •


Photo by charles from unsplash

ปัญหาไซส์ใหญ่ ที่คนไซส์เล็กไม่เข้าใจ

สิ่งที่หลายคนปรารถนา แต่ไม่รู้ว่ามีปัญหาคือไซส์ของอวัยวะเพศที่มีขนาดใหญ่จนเกินไป จนทำให้หลายครั้งสร้างปัญหาแก่เจ้าของ ซึ่งหากไม่เผชิญกับตัวก็คงไม่เข้าใจ

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีไซส์เล็ก ปรภ ขอเตือนว่า การฉีดขยายขนาดอวัยวะเพศนั้น เสี่ยงอันตราย ไม่ว่าจะการติดเชื้อ เป็นหนอง ติดเชื้อไวรัสจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และอาจลุกลามจนเกิดเป็นมะเร็ง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
carrot corn cucumber

ผู้ชายหลายคนมีความปรารถนาที่จะมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่ามันช่วยสร้างความสุขให้อีกฝ่ายได้ และยังเป็นเครื่องยืนยันอำนาจและความภาคภูมิของความเป็นชาย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่พบกับปัญหาเมื่อตนเองมีน้องชายที่ใหญ่จนเกินไป

จากการสำรวจในเว็บไซต์ Reddictors พบว่ามีหลายคนที่ไม่พอใจในขนาดใหญ่ของตัวเอง และต้องการลดขนาดให้เล็กลง แต่ก็ทำไม่ได้ วันนี้ ปรภ จึงรวบรวมปัญหาของผู้ที่มีไซส์ใหญ่มาแบ่งกัน เพราะเชื่อว่าไซส์เล็กที่อยากจะขยายร่างอาจจะไม่เข้าใจ ดังนี้

1. การคุกคามทางเพศ

ผู้ชายไซส์ใหญ่มีโอกาสถูกคนรอบข้างคุกคามทางเพศได้ง่าย เพราะการซ่อนขนาดของน้องชายเป็นเรื่องที่ยาก การคุกคามทางสายตาจึงเป็นสิ่งที่พบเจอเป็นประจำ และนี่คือเรื่องที่มีผู้มาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง

…..การถูกคุกคามทางเพศเป็นปัญหาที่แย่ที่สุด ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนจำนวนมากที่นึกไม่ออกว่าการกระทำอะไรที่ไม่เหมาะสมบ้าง…..

…..ผมมีเทรนเนอร์ส่วนตัวที่เข้ากันในฐานะเพื่อนได้ดี แต่หลังจากนั้นผมเริ่มสังเกตเห็นการกระทำของเขา เขาเริ่มพูดถึงเป้าของผมที่ฟิตเนสไปจนถึงการจ้องมองและเล่าเรื่องรายละเอียดส่วนตัวกับผม ผมบอกว่าผมรู้สึกอึดอัดกับบทสนทนาเหล่านั้น แต่เขากลับบอกผมต้องทำตัวให้ชินกับการพูดคุยแบบนี้…..

…..สุดท้ายเขาบอกให้ผมถอดเสื้อผ้าออกตอนที่เราอยู่ในห้องล๊อคเกอร์ และเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องลามกที่เขาอยากจะโชว์ของลับให้ผมดู ผมออกมาจากตรงนั้นและตัดขาดกับเขาทันที …..

2. ผู้ชายคนอื่นมักจะอิจฉาคุณ

หลายครั้งที่คนไซส์ใหญ่ไม่ได้อยากจะโชว์น้องชาย แม้กระทั่งในห้องน้ำที่โถปัสสาวะ จึงทำให้หลายคนเลือกเข้าไปนั่งที่ชักโครกแทน อย่างไรก็ตามมีพนักงานออฟฟิศรายหนึ่งยืนปัสสาวะที่โถ แล้วเพื่อนร่วมงานมายื่นข้าง ๆ และนี่คือประสบการณ์ของหนุ่มคนนั้น

Photo by HelpStay.com on Unsplash
ceramic urinal sinks

…..ผมมักจะเข้าห้องน้ำก่อนเข้าประชุมเสมอ โดยส่วนใหญ่จะเข้าไปนั่งชักโครกแทนที่จะใช้โถ แต่วันนั้นห้องน้ำเต็ม และมีเพียงแค่โถฉี่เท่านั้นที่ว่างซึ่งที่กั้นระหว่างโถสูงเพียงหัวไหล่…..

…..ผมพยายามที่จะทำให้เร็วที่ แต่ผู้จัดการและเพื่อนร่วมงานสูง 190 ก็มาใช้โถข้าง ๆ…..

…..หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ทุกคนซุบซิบนินทาเรื่องน้องชายไซส์ยักษ์ของผม และผมกลายเป็นคนที่ทุกคนพูดถึง แม้ปกติแล้วผมไม่ค่อยจะสนใจเรื่องคนอื่นอิจฉาผมเท่าไหร่นัก แต่นี่มันเหมือนกลับไปอยู่มอปลายอีกครั้ง…..

3. เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกว่าไม่ใช่ทุกคนที่ชอบผู้ชายไซส์ใหญ่ เพราะนอกจากจะเจ็บแล้ว มันยังไม่สนุกอีกด้วย และนี่คือประสบการณ์เซ็กส์ของหนุ่มไซส์ยักษ์ที่มองบางคนมองว่ามันเป็นของขวัญ แต่บางคนก็มองว่ามันคือคำสาป

silhouette of man
silhouette of man

…..ตอนที่ผมยังโสดนั้นผมมีคนที่คุยด้วยเยอะมาก แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่เดินจากไปเพราะเซ็กส์ที่ “งั้น ๆ” ยังไงซะผมก็โชคดีที่ตอนนี้มีคนที่ทั้งรักผมและเจ้าโลกของผมมากเท่าๆกัน…..

…..น้องชายผมไม่ค่อยจะยาว (6.75 นิ้ว) แต่มันค่อนข้างใหญ่ (เส้นรอบวงราว 6 นิ้ว) มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่จะรับผมได้ และมีหลายคนที่อยากจะอมของผมให้สำลัก แต่ผมก็ชอบนะ เลยไม่เป็นไร…..

…..ผมมีความสุขดีกับขนาดของตัวเอง แต่ผมเจอคนที่ยาว 10 นิ้วและใหญ่มาก ผมไม่เคยรู้มาจนกระทั่งเขาล้วงมันออกมา ผมคิดแค่ว่าจะไม่เอามันเข้าไปในตัวผมแน่นอน อย่างมากคงลองอมดู ซึ่งเขาบอกว่าคนส่วนมากอมได้แค่ส่วนหัวก็เต็มปากแล้ว ทำให้หลายครั้งเขาต้องยอมเป็นรับทั้งๆ ที่ปกติเป็นรุก เพื่อคบใครสักคน สุดท้ายผมกลายเป็นที่ปรึกษาให้เขาและไม่ได้มีอะไรกันอีก…..

4. การตื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผู้ชายทุกคนรู้จักการแข็งตัวโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่มันมักจะตื่นในช่วงเวลาที่เราไม่ต้องการ หลายคนจึงต้องใช้กระเป๋าหรือหนังสือเล่มใหญ่ปิดเอาไว้ เพราะมันจะนูนออกมาอย่างเด่นชัด สำหรับคนที่น้องชายใหญ่อยู่แล้ว นี่คือประสบการณ์ของเขา

Photo by jesse orrico on Unsplash
basketball court

…..ผมอยู่ในโรงยิมและสวมเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย แต่เพราะการสูบฉีดเลือดที่เพิ่มขึ้นจากการออกกำลังกาย ทำให้เกิดอาการแข็งแบบ ‘3/4’ ซึ่งทำให้หัวของผมหลุดออกไปอยู่นอกกางเกงพร้อมกับเป้าที่ตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมต้องรีบไปเข้าห้องน้ำเพื่อรีบฉี่และจัดการมันให้เรียบร้อย…..

5. คนมองว่าคุณเป็นแค่เจ้าโลก

แม้ว่าไซส์ยักษ์จะไม่ใช่ขนาดที่ทุกคนชอบ แต่ก็มีกลุ่มคนที่ชอบน้องชายไซส์ยักษ์ แต่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะนั่นทำให้คนเข้าหาคุณเพียงเพราะน้องชายที่ใหญ่ และนี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจนัก

Man in red shadow
Shadow man

…..ในตอนแรกมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมาก ผมค่อนข้างจะหาคู่ได้ง่ายด้วยซ้ำตอนที่ยังโสด แต่ช่วงเวลานั้นได้จบลง เพราะคนที่ผมเคยคบเอาเรื่องไซส์ของผมไปพูดกับคนอื่นได้ และแฟนคนปัจจุบันสารภาพว่า สาเหตุที่เขาเริ่มคุยกับผมก็เพราะว่าได้ยินเรื่องนี้นั้นแหละ นั่นทำให้ผมรู้สึกแย่…..

สรุป

บางอย่างที่เราคิดว่าดี อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่น เช่นเดียวกับอวัยวะที่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปอาจทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก reddit.com

บทความน่าอ่านต่อ

43-trick-of-masturbate

เทคนิคเล่นว่าว ระดับโปรเพลย์เยอร์

ช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง นั่นรวมถึงการช่วยตัวเองหรือชักว่าวเพื่อสำเร็จความใคร่ ที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาและไม่ทำให้ใครท้อง นอกจากนั้นการช่วยตัวเองยังลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย

บทความนี้ ปรภ ขอนำเสนอ 5 ตัวช่วยที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นว่าวให้จากการเป็นผู้เล่นธรรมดากลายเป็นโปรเพลย์เยอร์กันเลย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
man in blue denim jeans with brown leather coat draped over shoulders
man in blue denim jeans

1. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

หากคุณอยากจะมีความสุขจากการช่วยตัวเองให้มากขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็คือการทำให้ช้าลง มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเร่งรีบ แต่มันเป็นเรื่องของการสร้างความสุขให้กับตัวเอง การปล่อยให้ตัวเองได้มีช่วงเวลาเงียบ ๆ อยู่ในจินตนาการ ดื่มด่ำกับกิจกรรมจะช่วยให้คุณเสร็จกิจได้อย่างมีความสุข

2. ทำความรู้จักร่างกายของตัวเอง

การช่วยตัวเองไม่ใช่แค่การชักขึ้นชักลงเท่านั้น แต่มันคือการทำความรู้จักร่างกายผ่านฝ่ามือ ลองลูบไล้เรือนร่างของคุณด้วยปลายฝ่ามือ หรือดึงไข่ตัวเองสักเล็กน้อย ไม่ต้องกลัวที่จะใช้มือทั้งสองข้าง อาจจะลองบีบหัวนมหรือใช้นิ้วแหย่ประตูหลังบ้างก็ได้เช่นกัน

shirtless man lay on bed
Man

3. ตัวช่วยหรรษา

ในโลกนี้มีของเล่นมากมายให้คุณได้ลอง การซื้อเซ็กส์ทอยมาสักชิ้นอาจจะช่วยเพิ่มสีสันในการช่วยตัวเองและพาคุณให้สำเร็จความใคร่ได้ไกลกว่าที่เคย หรือหากยังกังวลว่าการซื้อของเล่นอาจจะดูหมกมุ่นจนเกินไปลองเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแล้วหยิบเจลหล่อลื่นมาใช้ดูก็ไม่เสียหาย เพราะนอกจากจะทำให้คุณอึดขึ้น และยังทำให้คุณสามารถดื่มด่ำกับจินตนาการได้เป็นอย่างดี

4. จีสปอตของผู้ชาย

การช่วยตัวเองไม่ใช่เรื่องของอวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกทั้งหมด ผู้ชายก็มีจีสปอตเช่นเดียวกับผู้หญิง จุดดังกล่าวอยู่บริเวณที่เป็นต่อมลูกหมาก สามารถสัมผัสและกระตุ้นได้จากการโดนจุดดังกล่าวผ่านทางทวารหนักเข้าไป เพราะจุดสุดยอดจากการโดนกระทำทางทวารหนักแล้วจีสปอตโดนเสียดสีนั้น หลายต่อหลายคนบอกว่าสุดยอดกว่าการหลั่งออกมาเสียอีก นี่แหละคือความสุขของเกย์รับ

5. หาผู้ช่วย

เรื่องนี้หลายๆคนคงไม่แปลกใจ เพราะการช่วยตัวเองสนุกขึ้นหลายเท่าหากมีคนช่วยสักคน อย่าอายที่จะหาเพื่อนสักคน การช่วยกันเองในกลุ่มชายแท้เป็นอีกสิ่งที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี และอย่ากลัวว่าจะเปลี่ยนใจจากชายแท้เป็นเกย์ เพราะนั่นเป็นคนละเรื่องกัน

two man shirtless in the rain
gay couple

สรุป

สุดท้ายแล้วคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าจินตนาการ จงก้าวไปสัมผัสกับตัวเองให้มากขึ้น และไม่นานคุณก็จะก้าวมาเป็นโปรเพลย์เยอร์ด้านการช่วยตัวเองอย่างแน่นอน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Hornet และ Sanook

บทความน่าอ่านต่อ

วิธีทำแท้งสำหรับเกย์รับ

การล้างประตูรัก หรือการทำความสะอาดทวารหนักก่อนการมีเพศสัมพันธ์ ภาษาชาวบ้านหรือที่เข้าใจกันง่ายในกลุ่มชายรักชายหรือเกย์คือทำแท้ง เป็นสิ่งที่เกย์รับส่วนใหญ่ควรทำเพื่อไม่ให้เกิดของตกค้างในลำไส้ใหญ่ และเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร

ก่อนที่ ปรภ จะมาไขข้อสงสัยถึงกระบวนการทำแท้ง ทุกคนต้องแยกแยะให้ได้ก่อนว่า ล้างตู้เย็น และทำแท้งต่างกันอย่างไร เพราะหลายคนยังเข้าใจผิดและบอกต่อสิ่งผิด ๆ เหล่านั้น ทำความเข้าใจได้ที่ ทำแท้ง ล้างตู้เย็น เกย์ทำอย่างไร

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Men's back with text how to clean anal and make fun before gay sex

ล้างประตูรัก หรือทำแท้ง หมายถึง การล้างของเสียในลำไส้ใหญ่ออกจากร่างกาย ด้วยการใช้สายฉีดชำระล้างทางทวารหนัก หากให้อธิบายเป็นภาษาชาวบ้านคือ “การล้างอุจจาระที่คาอยู่ในลำไส้” ซึ่งมีกระบวนการที่พิถีพิถันที่ ปรภ จะมานำเสนอดังนี้

written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (1/7)

ความแตกต่างของอุปกรณ์

  • สายฉีดชำระ สายฉีดชำระเป็นอุปกรณ์ภายในห้องน้ำที่มีอยู่ในแทบทุกบ้าน ข้อดีของการล้างด้วยวิธีนี้คือการไหลของน้ำที่สม่ำเสมอ ป้องกันการไหลย้อนกลับ มีหัวฉีดให้เลือกหลากหลายและยังสามารถทำให้ล้างได้ลึกขึ้นอีกด้วย
  • ลูกโป่งสวนล้าง อุปกรณ์นี้ประกอบไปด้วยลูกโป่งยางและปลายกระบอกฉีด ขั้นตอนการใช้คือเติมน้ำอุ่นเข้าไปในลูกโป่งยางและฉีดสวนเข้าไปในทวาร ง่ายต่อการเติมน้ำ พกพาสะดวก ใช้งานรวดเร็ว
  • ยาสวนทวาร การใช้ยาสวนทวารจะช่วยขับของเสียที่ตกค้างออกมาก่อน และหากล้างอีกครั้งก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้อีกเป็นกอง
  • ถุงน้ำร้อน เป็นการประยุกต์ใช้ถุงน้ำร้อนหรืออาจจะเป็นขวดน้ำโดยเติมน้ำให้เต็มแล้วแขวนให้สูงจากพื้น (คล้าย ๆ กับการดีท็อกซ์แบบแขวน) จากนั้นนำท่อที่มีหัวฉีดติดเข้าไปก็จะทำให้การไหลของน้ำมั่นคง นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่พกพาได้ง่ายอีกด้วย
written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (2/7)

การใช้แรงดันน้ำ

อย่ารีบใช้แรงดันน้ำแบบสุด เพราะอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ และอย่ากลัวที่จะปล่อยของเสียลงบนห้องอาบน้ำ เพราะสุดท้ายมันจะลงไปในท่อระบายน้ำอยู่ดี และมันจะไม่อุดตันอย่างแน่นอน

  • ทดสอบแรงดันน้ำก่อนที่จะปฏิบัติการจริง
  • ค่อยๆ ดันส่วนปลายสายยางจ่อปากประตู แล้วค่อยๆ ปล่อยน้ำทีละน้อย
written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (3/7)

ความต่างของการทำแบบรวดเร็วและลึกซึ้ง

อย่าสับสนนะคะ แบบซ้ายคือแบบรวดเร็วเร่งรีบ แบบขวาคือแบบลึกสุดใจทะลวงลำไส้ค่ะ

  • แบบรวดเร็วเป็นการชำระล้างเบื้องต้น ใช้เวลาไม่นาน สะอาดพอประมาณ แต่หากเป็นการออกศึกหนักอาจจะไม่ปลอดภัย
  • แบบลึกซึ้งจะเป็นการล้าง อัด ฉีด ชำระล้างถึงทรวงใน ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่สะอาดทั้งลำไส้
written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (4/7)

การกำจัดของเสีย

พอเติมน้ำจนเต็มแล้ว ก็ถึงเวลาปล่อยให้มันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าฝืน อย่าเกร็ง อย่ากลัวเลอะ

  • ของเสียที่ออกมาทั้งหมดให้ใช้แรงดันน้ำฉีดเกลี่ยไปที่ท่อระบายน้ำ
  • หากของเสียมีชิ้นค่อนข้างใหญ่ ให้ใช้แรงดันน้ำทำลายให้เป็นเสี้ยวเล็กๆ ก่อน
  • แต่หากของเสียมีขนาดใหญ่หรือแข็งมาก อาจใช้หัวแม่โป้งบี้ให้ละเอียดก่อนปล่อยลงท่อระบายน้ำ
written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (5/7)

ล้างซ้ำเพื่อความมั่นใจ

กรณีทำแบบรวดเร็วหากล้างจนหมดแล้วก็เช็ดให้แห้งพร้อมออกศึก แต่หากทำแบบลึกซึ้งอาจจะมีความรู้สึกหน่วงท้อง เพราะน้ำที่อยู่ในลำไส้ยังออกมาไม่หมด จึงควรปล่อยซ้ำอีก

written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (6/7)

เทคนิคการปลดปล่อย

หาท่าที่ใช่ แล้วขยับให้ดี น้ำจะได้ไหลออกง่ายๆ

  • การขยับเปลี่ยนท่าจะช่วยให้น้ำไหลออกมาง่ายขึ้น
  • ควรเขย่าซ้ายขวาเพื่อให้น้ำที่อยู่ภายในชำระล้างผนังโดยรอบก่อนปลดปล่อย
  • ใช้นิ้วช่วยกดตรงปากประตูจะช่วยให้น้ำออกมาอย่างรวดเร็ว
  • กรณียังไม่แน่ใจว่าน้ำออกมาหมดหรือยังสามารถใช้นิ้วสอดเข้าไปกระตุ้นได้
written and illustrated by blindjaw - translate to thai by porraphat
How to clean the Anus (7/7)

สำหรับต้นฉบับของเนื้อหานี้ สามารถดูได้ที่นี่เลย ปรภ แปลไม่ตรงบ้างเพื่ออรรถรสนะค้าบ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ข้อมูลบางส่วนและอินโฟกราฟิกจาก blindjaw

บทความน่าอ่านต่อ

39-gay-bottom-have-to-know

กลยุทธ์ฟิตเปรี๊ยะ สำหรับสายรับ

สำหรับเกย์รับที่หลายคนอาจมองว่าแค่นอนเฉย ๆ นิ่ง ๆ ก็พอ แต่มันพอจริงเหรอ? มันจะดีกว่าไหมถ้าเรามีกลยุทธ์ทีเด็ดเอาไว้ให้สายรุกติดใจและหลงเราอยู่ตลอด การฝึกร่างกายให้ยืดหยุ่นเหมาะแก่การเคลื่อนไหวพร้อมรับทุกอณูรุกจึงเป็นสิ่งที่สายรับต้องรู้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
gay-top-have-to-know

บทความนี้ ปรภ จะพาสายรับก้ามปูทุกคนมาเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายเพื่อให้กลายเป็นตำนานบนเตียงอย่างแท้จริง

เพิ่มความยืดหยุ่นด้วยท่ายืนแกว่งขา

สำหรับสายรับที่เชี่ยวชาญจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกท่าได้เป็นอย่างดี แต่หากลองฝึกท่าแกว่งขานี้ก่อนมีเซ็กส์จะช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณยืดหยุ่นพร้อมรับทุกสถานการณ์ศึก และลดความเสี่ยงที่จะทำให้เส้นเอ็นฉีกขาดได้อีกด้วย

  1. ยืนตรง กางเท้าออกกว้างเท่าไหล่
  2. จับเสาที่มั่นคงด้วยมือข้างหนึ่ง ใช้มืออีกข้างวางไว้บนสะโพก
  3. เตะขาข้างหนึ่งขึ้น ปล่อยให้ผ่านไปด้านหลังและเตะกลับมาอีกครั้ง
  4. ทำทั้งหมด 15 ครั้งต่อขา 1 ข้าง

เสริมความฟิตด้วยสควอท

เกย์รับหลายคนอาจจะรู้จักท่านี้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะนอกจากจะทำให้รูปก้นสวยงาม ยังช่วยฝึกกำลังขาในการย่อตัวได้อีกด้วย

  1. ยืนตรง กางเท้าให้อยู่ห่างระดับเอว ยืนมือออกมาด้านหน้าขนานกับพื้น
  2. ย่อตัวลง โดยดันสะโพกไปข้างหลัง หลังตรงทำท่าเหมือนจะนั่งเก้าอี้ ทิ้งน้ำหนักให้ทั่วฝ่าเท้า ห้ามกระดกเท้า ตามองตรง พยายามอย่าให้เข่าเลยปลายเท้ามากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวไปลงบริเวณเข่า จากนั้นให้ดันตัวแรงขึ้นด้วยแรงจากขากลับสู่ท่ายืน
  3. ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง

แพลงค์และวิดพื้นเพื่อความมั่นคง

ในบางครั้งเกย์รับอาจต้องต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงและแรงกระแทกเป็นเวลานาน การฝึกแพลงค์และวิดพื้นจะชวยเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายท่อนบนและช่วงลำตัวด้านบนครับ

  1. ทำท่าเตรียมวิดพื้น
  2. ยืดขาออกไปให้ตรง ยกสะโพกให้ขนานกับพื้น ปล่อยน้ำหนักไปที่แขนท่อนล่าง
  3. ดันตัวขึ้นกลับไปท่าวิดพื้นนับเป็น 1 ครั้ง
  4. ทำ 2 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง

สรุป

หลังจากอ่านบล็อกนี้จบ หวังว่าสายรับจะเพิ่ม 3 กลยุทธ์นี้ในการออกกำลังกายเพื่อให้ตัวเองฟิตเด็ดพิชิตรุกให้อยู่หมัดนะครับ

man sit on chair
gay bottom have to know
• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก hornet

บทความน่าอ่านต่อ

gay-top-have-to-know

ฝึกท่าเตรียมรบ สายรุกต้องรู้

ธรรมชาติของเพศชายส่วนใหญ่นั้นมีอารมณ์ทางเพศสูงอยู่เป็นทุนเดิม ยิ่งเฉพาะในยุคที่ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ฟิตเนสมีอยู่ทั่วกรุงเทพ การออกกำลังกายไม่ได้ต้องการสุขภาพที่ดีแต่ยังต้องการรูปร่างที่ดูดีตอนถอดเสื้อผ้า

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
39-gay-bottom-have-to-know

นอกจากเรื่องการออกกำลังกายเพื่อความดูดีแล้ว เหตุผลจริง ๆ ก็เพื่อการมีเซ็กส์ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะสำหรับเกย์รุกที่ต้องอาศัยเทคนิค ท่วงท่าและลีลา บทความนี้ ปรภ จะพาเกย์ก้ามปูทุกคนมาเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายเพื่อให้กลายเป็นตำนานสายรุกบนเตียงอย่างแท้จริง

เสริมแรงกระแทกด้วยตุ้มน้ำหนัก

เกย์รุกที่ดีต้องมีแรงกระแทกที่สม่ำเสมอ เพราะหากกำลังปฏิบัติกิจอยู่แล้วแรงตกอาจทำให้คู่ของคุณอารมณ์ค้างได้ ซึ่งการแกว่งตุ้มน้ำหนักคือการฝึกท่า…โดยเฉพาะ เริ่มจากใช้สะโพกส่งพลังมาด้านหน้าโดยแกว่งตุ้มน้ำหนักไปด้วย

คำเตือน : ผู้เริ่มต้นควรใช้ตุ้มน้ำหนักเบา

  1. ยืนเหนือตุ้มน้ำหนัก กางเท้ากว้างในระดับเอว ยืดอกดึงไหล่มาด้านหลัง จับตุ้มน้ำหนักให้อยู่ระหว่างขาทั้งสองข้าง
  2. ย่อตัวลง จับตุ้มน้ำหนักโดยไม่ต้องแน่นมาก ให้ฝ่ามือหันเข้าหาตัว
  3. ยืดตัวขึ้น ปล่อยแขนไปตามปกติ เกร็งกล้ามเนื้อไหล่และลำตัว ปล่อยน้ำหนักตัวให้ถ่ายมาที่ส้นเท้า จากนั้นหย่อนก้นลงด้านล่าง
  4. ใช้แรงจากส้นเท้าผ่านไปยังสะโพส ส่งตุ้มน้ำหนักไปด้านหน้าพร้อมเกร็งบั้นท้ายเอาไว้
  5. ระหว่างที่ตุ้มกดตัวลง ให้ถ่ายน้ำหนักกลับไปที่ส้นเท้าพร้อมเกร็งสะโพกและบั้นท้าย
  6. ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง

เพิ่มความมั่นคงด้วยท่าวิดพื้นงูเห่า

อีกสิ่งที่สายรุกต้องทำเป็นประจำคือการพยุงตัวให้มั่นคง กล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่ที่แข็งแรงจะช่วยให้สายรุกรับน้ำหนักของตัวเองได้โดยที่ไม่ทำให้กล้ามเนื้อหลังบาดเจ็บ การฝึกเพิ่มแรงและความมั่นคงด้วยท่าวิดพื้นจะช่วยในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี แต่การวิดพื้นงูเห่าไม่ใช่การวิดพื้นทั่วไป

  1. ทำตัวราบไปกับพื้นโดยให้แขนอยู่ติดกับหน้าอก
  2. ดันตัวขึ้นจากพื้น แต่ยังคงให้ช่วงลำตัวและเขาติดกับพื้น
  3. ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง

ฝึกความอึดด้วยท่าปีนเขา

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสายรุกคือความอึด เพราะการมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละครั้งเป็นสิ่งที่ต้องใช้พลังอย่างมาก หากเกย์รุกไม่ได้ออกกำลังกายมาดี อาจทำให้อัตราการเต้นของหัวใจไปถึงขีดจำกัดก่อนได้ ดังนั้นจึงควรพัฒนากล้ามเนื้อหัวใจด้วยการออกกำลังกายด้วยท่าปีนเขาเพื่อฝึกความอึดก่อนออกรบนะครับ

  1. เตรียมพร้อมด้วยท่าเตรียมวิดพื้น
  2. ยกขาข้างหนึ่งและนำเข่ามาชิดกับหน้าอก
  3. กลับไปยังท่าเริ่มต้น ทำสลับไปมา
  4. ทำ 3 เซ็ต เซ็ตละ 30 ที

สรุป

หลังจากอ่านบล็อกนี้จบ หวังว่าสายรุกทุกคนจะเพิ่ม 3 ท่านี้ในการเข้าฟิตเนสแต่ละครั้ง เพื่อการทำตัวเป็นรุกที่ดีกันนะครับ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก hornet

บทความน่าอ่านต่อ

6 ขั้นตอน สู่การยอมรับความเป็นเกย์

การที่เกย์สักคนจะอยู่ในสังคมโดยไม่มีใครรู้ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “แอบ” ย่อมก่อให้เกิดความอึดอัด และกดดันภายในตัวเอง แม้ว่าสังคมไทยจะเปิดกว้างในเรื่องของรสนิยมทางเพศ แต่ด้วยวัฒนธรรมของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ทำให้หลายคนยังต้องจำใจปกปิดมันเอาไว้ในใจและใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเพศภาวะที่สังคมคาดหวัง

บทความที่ ปรภ จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องวิชาการที่มีการศึกษาวิจัยจริง โดยจะพาผู้อ่านทุกคนมาทำความรู้จักกับกระบวนการที่เกย์คนหนึ่งจะเปิดเผยรสนิยมทางเพศออกมา ว่ามันผ่านขั้นตอนใด และจะส่งผลกระทบในด้านใดบ้าง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man wearing make up
Man wearing make up

ยังมีเกย์อีกหลายคนที่ “แอบ” เพียงเพราะว่าตัวเองยังไม่ยอมรับในตัวเอง ไม่ยอมรับความชอบของตัวเอง ไม่ยอมรับว่าตัวเองชอบเพศเดียวกัน เป็นเพราะการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดธรรมชาติ ผู้ชายต้องคู่กับผู้หญิงเพียงเท่านั้น

6 กระบวนการ การยอมรับรสนิยมทางเพศ

การที่เกย์สักคนจะเปิดเผยออกมาว่าตนเองเป็นเกย์ จะต้องเกิดการยอมรับในตนเองเสียก่อน โดยมีงานวิจัยที่ได้วิเคราะห์ประสบการณ์การยอมรับความเป็นเกย์เอาไว้ ผ่าน 6 กระบวนการดังนี้

1. การเริ่มสัมผัสรสนิยมทางเพศแบบเกย์ของตนเอง

การที่ผู้ชายคนนึงจะรับรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ ในขั้นตอนนี้จะเริ่มสับสน เพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความเป็นเกย์ และพยายามปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่เกย์ เพราะสังคมปัจจุบันรวมถึงค่านิยมไทย แต่สำหรับบางคนก็จะพบว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิงเลย

2. การก้าวไปสู่ความชัดเจนในการเป็นเกย์ของตนเอง

ผู้ชายที่ยังไม่ชัดเจนในตนเอง จะเจอประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเกย์ เช่น การเผชิญกับอคติทางลบของสังคมที่มีต่อเกย์ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย การมีคนรักเป็นผู้ชาย ที่จะช่วยให้บุคคลนั้นชัดเจนและเข้าใจในตัวตนเกย์ของตนเองมากขึ้น

3. การยอมรับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง

พอผ่านประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเกย์มาก็จะเกิดการยอมรับ และเข้าใจในความเป็นเกย์ของตนเอง เริ่มเข้าสังคมของกลุ่มเกย์ และเริ่มทำใจยอมรับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่อาจส่งผลตามมามากขึ้น

4. การเปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศแบบเกย์

เมื่อยอมรับตนเองได้แล้ว ก็จะเริ่มถามกับตัวเองถึงการยอมรับของคนรอบข้าง ต้องการให้ครอบครัว สังคม เพื่อน ยอมรับในความเป็นเกย์ของตนเอง และเริ่มเปิดเผยให้ครอบครัว สังคม และเพื่อนรับรู้

5. การใช้ชีวิตของเกย์

เมื่อสังคมรอบข้างยอมรับได้แล้ว เกย์ผู้นั้นก็จะเริ่มเข้าใจถึงข้อจำกัดในการใช้ชีวิตแบบเกย์ และเริ่มพัฒนาศักยภาพตนเองให้สอดคล้องกับชีวิตเกย์ที่เปิดเผย ซึ่งคนรอบข้างเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาดังกล่าวด้วย

6. การเกิดบูรณาภาพของบุคลิกภาพ

การที่เกย์เปิดรับประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาเข้าสู่ตัวตน ก็จะเริ่มเกิดความลงตัว รู้สึกสบายใจที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ค้นพบความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง มีความสุขกับการเป็นเกย์ มีความทระนงในความเป็นเกย์ และไม่พยายามเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวจริงของตัวเอง

man-with-flower
man with flower

จากประสบการณ์ของ ปรภ ที่ได้ผ่านกระบวนการนี้มาจนสิ้นสุดแล้ว เมื่อมองย้อนกลับไปก็พบเจอกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่กระบวนการแรก 

เพราะผมเองไม่ยอมรับในความเป็นเกย์ ด้วยสังคมและค่านิยมที่ยังไม่เปิดรับ ทำให้เกิดการสับสนและปิดกั้นตัวเองมาอย่างยาวนานถึงขั้นลองคบกับผู้หญิงด้วยสถานะแฟน 

แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่ตัวเองทำให้ต้องเลิกรากันและยอมรับ บอกกับตัวเองว่า ผมเป็นเกย์ เมื่อยอมรับได้แล้วก็ตัดสินใจที่จะบอกครอบครัว เพื่อน และเมื่อทั้งหมดให้การยอมรับ ชีวิตของผมก็เหมือนปลดล็อก สามารถเป็นตัวเองได้อย่างสบายใจ มีความสุขกับการใช้ชีวิต และไม่เคยกังวลเรื่องนี้อีกเลย

Drag Queen
Drag Queen

การที่เกย์ยอมรับตนเองจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • เป็นผู้ที่มีค่านิยมและหลักการความเชื่อมั่นของตนเอง
  • พร้อมยืนยันความคิดความเชื่อของตนเองเมื่อเกิดกรณีขัดแย้งในความคิดเห็น
  • พร้อมเปลี่ยนแปลงความคิดตนเองเมื่อพบว่าไม่ถูก
  • สามารถตัดสินใจในการกระทำของตนและยอมรับการกระทำนั้น
  • เป็นผู้ที่อยู่กับปัจจุบัน ไม่กังวลถึงเรื่องอนาคตหรือเรื่องในอดีต
  • มีความเชื่อมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้เมื่อเผชิญกับความล้มเหลว
  • เป็นผู้ที่มีความรู้สึกว่าตนเองเท่าเทียมกับผู้อื่นในฐานะมนุษย์เหมือนกัน
  • มีความรู้สึกว่าตนไม่ได้เหนือหรือด้อยกว่าผู้อื่น
  • เป็นผู้ที่สามารถรับการชื่นชมสรรเสริญจากผู้อื่นได้อย่างไม่รู้สึกเขิน
  • สามารถยอมรับความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
  • เห็นว่าความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ความโกรธ ความรัก ความเศร้า เป็นความรู้สึกธรรมชาติ
Man in water
Man in water

สำหรับใครที่ยังไม่เปิดเผยตนเอง ปรภ ขอแนะนำให้ลองเริ่มที่เปิดใจกับตัวเองดูก่อน ยอมรับตัวเองให้ได้ แล้วจะมองว่ามันไม่ได้มีอะไรผิด เราสามารถเป็นคนดีในสังคมได้ตราบใดที่เรายังเป็นเรา เพียงแค่รสนิยมทางเพศของเราอาจไม่ตรงตามเพศเท่านั้นเอง

สรุป

มันไม่ใช่เรื่องผิดกับกรที่เราจะไปชอบใคร แต่มันผิดที่เราไม่ยอมรับความจริงที่ตัวเองเป็น และขั้นร้ายแรงคือการหลอกตัวเองว่าชอบผู้หญิง นำไปสู่การแต่งงานและหย่าร้างในท้ายที่สุด อย่าทำร้ายคนอื่นเพียงเพราะตัวคุณไม่ยอมรับตัวเองเลยครับ

จงรักและเคารพตัวจริงของตัวเอง

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก :
– ภาคภูมิ เดชะอนันต์วงศ์ (2555) การยอมรับตนเองด้านความโน้มเอียงทางเพศของชายรักชาย

บทความที่น่าอ่านต่อ

เกย์ 3 กลุ่มบนเฟซบุ๊ก

เกย์ส่วนใหญ่จะเปิดเผยตัวเองในโลกอินเทอร์เน็ตมากกว่าในโลกแห่งความจริง เพราะเกย์จะเปิดเผยตนเองในทุกพื้นที่ที่ตนเองมีความรู้สึกว่าปลอดภัย หรือไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น 

บทความในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งบทความวิชาการที่ ปรภ ขอนำเสนอให้ผู้อ่านได้รู้จักถึง 3 ประเภทการเปิดเผยรสนิยมทางเพศของกลุ่มชายรักชายบนเฟซบุ๊ก โดยอ้างอิงผลงานวิจัยที่ได้มีการศึกษาจริงดังต่อไปนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
man with technology
man with technology

ยุค 4.0 ที่หลายคนให้ความสำคัญ เมื่อมองถึงเรื่องของกลุ่มเกย์ (ชายรักชาย) ก็พบว่า อินเทอร์เน็ตสร้างประโยชน์ให้กับชาวเกย์มากมาย การแสดงตัวตนในโลกความจริงส่วนใหญ่จะแสดงออกมาในพื้นที่เฉพาะกลุ่ม เช่น บาร์เกย์ ผับเกย์ หรือคลับเฉพาะกลุ่มเกย์ มากกว่าการแสดงออกตามห้าง หรือตามพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้พื้นที่สาธารณะบางแห่งที่ถูกสร้างความหมายว่าเป็นพื้นที่เฉพาะของกลุ่มเกย์ เช่น การไปมีเพศสัมพันธ์กันกลางสวนสาธารณะ หรือถ้าภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า การเอ้าดอร์นั่นเอง

นั่นเพราะเกย์จะเปิดเผยตนเองในทุกที่ที่ตนเองรู้สึกว่าปลอดภัย หรือได้รับการไว้วางใจจากบุคคลรอบข้างในพื้นที่เหล่านั้น แต่มีกลุ่มเกย์บางกลุ่มที่จะใช้อินเทอร์เน็ตในการเปิดเผยตนเอง

Man with smartphone

ปัจจุบันเราสามารถเปิดเผยตนเองได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเฟซบุ๊กที่แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และมันยังสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี 

เกย์ 3 กลุ่มบนเฟซบุ๊ก

ในอดีตผู้คนจะเปิดเผยตนเองผ่านทางวาจา หรือทางอ้อมด้วยพฤติกรรม แต่ในปัจจุบัน เกย์หลายคนเปิดเผยตนเองด้วยการตั้งค่าในส่วนของข้อมูลพื้นฐานว่า เป็นกลุ่มคนที่รักเพศเดียวกัน ซึ่งจากงานวิจัยของ Owens ได้จำแนกกลุ่มเกย์ที่เปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊กไว้ 3 กลุ่มดังนี้

1. Out and proud

เกย์กลุ่มนี้ใช้ใช้เฟซบุ๊กในการยืนยันเอกลักษณ์ทางเพศของตนเอง ใช้ภาษา ถ้อยคำ และโพสต์เนื้อหาที่ทำให้คนเข้าในเฟซบุ๊กแล้วรู้ทันทีว่าตนเองเป็นเกย์

คนกลุ่มนี้มีความสบายใจที่จะเปิดเผยตนเอง มีความเห็นว่าการเปิดเผยในเฟซบุ๊กง่ายกว่าชีวิตจริง เพราะสามารถเลี่ยงการปะทะด้วยวาจาของครอบครัว และการดูถูกของคนใกล้ชิดได้

2. Out and discreet

เกย์กลุ่มนี้จะเปิดเผยตนเองอย่างระมัดระวัง จะเปิดเผยว่าตนเป็นเกย์กับเพียงแค่คนสนิทอย่างเดียว และระมัดระวังในการลงรูปภาพหรือโพสต์ที่ชี้นำว่าตนเองเป็นเกย์ แต่จะอนุญาตให้คนบางกลุ่มเห็นเพื่อความสบายใจของตนเอง

เปรียบกับการที่เราตั้งค่าให้เห็นโพสต์เฉพาะกลุ่ม การโพสต์ที่พยายามเลี่ยงเนื้อหาที่จะแสดงออกว่าตนเป็นเกย์

3. Facebook closeted

คนกลุ่มนี้ไม่เปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์ผ่านทางเฟซบุ๊ก และแสดงออกอย่างเต็มตัวว่าตนเองเป็นชายแท้ และมักจะซ่อนข้อมูลทุกอย่างที่จะเชื่อมโยงว่าตนเป็นเกย์ หากมีคนรักก็จะห้ามไม่ให้โพสต์รูปคู่ลงเฟซบุ๊ก ถือว่าเป็นกลุ่มที่ไม่เปิดเผยอย่างเต็มตัว

facebook

ทั้งนี้การที่กลุ่มเกย์นิยมเล่นแอปพลิเคชันหาคู่ ก็ทำให้หลายคนปรับแต่งโปรไฟล์ของตนเองได้ตามต้องการเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้กิจกรรมบางอย่างทำได้ยากในโลกแห่งความเป็นจริง

เพราะการถามบทบาททางเพศสัมพันธ์ว่าอีกฝ่ายเป็นรุกหรือรับ เราไม่ค่อยได้ยินกันในตามสถานที่ต่าง ๆ หรือการจะถามถึงเรื่อง 18+ อื่น ๆ ที่เราจะกล้าสนทนามากขึ้นหากอยู่ในโลกของอินเทอร์เน็ต

สรุป

อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ปราศจากอคติ ทุกคนสามารถปรับแต่งอัตลักษณ์ของตนเอง และเลือกแสดงอัตลักษณ์ตามที่ตนเองต้องการได้ เกย์ส่วนใหญ่จึงเลือกเปิดเผยตนเองบนเฟซบุ๊กหรือสังคมออนไลน์ของตัวเองก่อน เพราะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เลือกกลุ่มผู้รับสารได้ จากนั้นจึงอาจขยายไปสู่โลกของสังคม

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก :
– Goffman, E. (1959) The presentation of self in everyday life
– Owens, Z. D. (2016) Is it facebook official?. Journal of homosexuality
– ชินวร ฟ้าดิษฐี (2552) เว็บไซต์เกย์ พื้นที่สาธารณะสำหรับคนชายขอบ. วารสารดำรงวิชาการ
– เนติ สุนทราวราวิทย์ (2553) การสร้างความหมายและตัวตน “เกย์” ในพื้นที่แห่งความเป็นจริงและ พื้นที่ไซเบอร์

บทความน่าอ่านต่อ

Man with flower

เกย์ไม่ชอบเซ็กส์ทางประตูหลังมีอยู่จริง

การมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเกย์เป็นการมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางทวารหนัก หรือที่เรียกกันว่าเซ็กส์ทางประตูหลัง ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนชื่นชอบเสมอไป เพราะฝ่ายรับบางคนอาจมีปัญหากับระบบทางเดินอาหาร หูรูดชำรุด หรือกินของแสลง ในขณะที่อยากจะเทิร์นรุกแต่ก็ดันหดเหี่ยวไม่ชูชัน

นี่อาจเป็นปัญหาที่ดูตลก แต่ ปรภ เชื่อว่ามีหลายคนประสบกับปัญหาดังกล่าว เช่นเดียวกับคนทั่วโลกที่จะขอหยิบเรื่องราวมาเล่าต่อไปนี้

gay couple
gay couple

มายาคติของเกย์ทั่วโลกมองว่าการเป็นเกย์จะต้องมีเพียงรุกและรับ เพราะหลายคนยังขาดความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับเพศทางเลือกรวมถึงหนังโป๊เกย์ส่วนใหญ่สะท้อนภาพการมีความสุขจากการมีเซ็กส์ทางประตูหลัง ยิ่งทำให้ภาพจำนั้นมองว่าการเป็นเกย์จะต้องชอบการมีเซ็กส์อย่างแน่นอน

เซ็กส์ถือเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ความรู้สึกจะยังคงมีอยู่จริง เซ็กส์ที่ดีคือเซ็กส์ที่คำนึงถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีเซ็กส์จะต้องมีความโรแมนติกหรือมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง

งานวิจัยจาก George Mason University ได้ทำการสำรวจทางออนไลน์ถึงประสบการณ์มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของเกย์และไบอายุไบอายุระหว่าง 18-60 ทั่วอเมริกากว่า 25,000 คน โดยไม่นำบทบาทพฤติกรรมทางเพศมาเกี่ยวข้อง พบว่า

มีเพียง 35% ของเกย์และไบที่มีเซ็กส์ทางประตูหลังในประสบการณ์เซ็กส์ครั้งล่าสุด โดย 70-75% ชอบการจูบ การทำออรัลเซ็กส์ หรือสลับกันช่วยตัวเองมากกว่า หลายเหตุผลที่ทำให้เกย์และไบชอบการใช้ปากและมือให้กันเป็นเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากและไม่ต้องเตรียมตัว

A man wearing a white hat stuck out his tongue
man stuck out his tongue

Dr. Lee Kinsey นักบำบัดเรื่องเซ็กส์ของ The Montfort Group อธิบายว่า เซ็กส์ที่ดีเป็นเรื่องที่ซับซ้อน จึงมีหลายครั้งที่การมีเซ็กส์ด้วยการสอดใส่ไม่ได้สร้างประสบการณ์ทื่ดีให้กับทั้งฝ่ายรุกและรับ นอกจากนี้ยังไม่มีการสอนการมีเซ็กส์ที่ดีให้กับเกย์อีกด้วย ไม่เคยมีการสอนว่าการมีเซ็กส์ที่ดีจะต้องทำยังไง

อย่างไรก็ตามกิจกรรมทางเพศถือเป็นศิลปะที่ไม่ใช่เพียงแค่การสอดใส่อวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว แต่การเล้าโลม การกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย รวมไปถึงการทำความสะอาดก่อนและหลังก็ยังเป็นสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด ทำความรู้จักวิธีการทำความสะอาดก่อนมีเซ็กส์ คลิก

จากการศึกษาเดียวกันพบว่า ผู้ชายที่อายุมากกว่า 40 ปีมีความพึงพอใจเซ็กส์ทางทวารหนักมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 15-20% นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ผ่านประสบการณ์การมีเซ็กส์ทางทวารมาอย่างโชกโชนจะหาความสุขจากเซ็กส์ทางประตูหลังได้ดีกว่าเกย์รุ่นเยาว์

นอกจากนี้เกย์ยุคใหม่มีความกลัวการติดเชื้อเอชไอวี และโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ รวมไปถึงความอับอายทำให้เกย์หลายคนไม่มีเซ็กส์ทางประตูหลัง แม้ว่าในปัจจุบันจะมียา PrEP แต่ก็ไม่ช่วยให้คนมีเซ็กส์ทางประตูหลังเพิ่มขึ้น นั่นเป็นเพราะยา PrEP ไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดเวลาที่ฝ่ายรับเปิดประตูต้อนรับฝ่ายรุก อ่านบทความเรื่อง PrEP PEP ต่างกันอย่างไร ใครควรกิน คลิก

เซ็กส์ของเกย์จะเป็นอย่างไรหากไม่ใช่การสอดใส่ทางประตูหลัง?

คำว่า “ภายนอก” เป็นศัพท์ที่เกย์ส่วนใหญ่รู้จักกันดี นั่นคือการมีเซ็กส์กันเพียงแค่ภายนอก การใช้มือหรือใช้ปากช่วยกันสำเร็จความใคร่เป็นทางออกสำหรับการมีเซ็กส์ของเกย์ที่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะรุกหรือรับ ซึ่งสำหรับบางคนเพียงแค่กอดจูบก็มีความสุขและไม่จำเป็นต้องสอดใส่ทางทวารหนักเสมอไป

สรุป

หากใครที่ไม่ชื่นชอบการมีเซ็กส์ทางประตูหลัง หรือไม่มีความสุขจากการสอดใส่ ถือเป็นรสนิยมอย่างหนึ่ง เพราะการมีเซ็กส์ที่มีเป้าหมายในการมีอะไรทางประตูหลังเพียงอย่างเดียวนั้นออกจะน่าเบื่อซ้ำซาก เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถเติมเต็มให้รสชาติเซ็กส์เป็นเรื่องที่น่าสนใจ สนุก และทำให้คู่ของคุณรู้สึกดีได้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Huffpost

บทความน่าอ่านต่อ