รุกอย่างไรให้รับหลงรัก

การเป็นรุกที่ดี ไม่ว่าจะเป็นรุกสาวหรือรุกแมน แต่เมื่อคุณรับบทเป็นรุกแล้ว จะต้องรุกให้ดี รุกให้เด็ดทำให้รับหลงไหล หลงรักให้ได้

สิ่งที่เกย์ส่วนใหญ่มักพูดกันมาตลอดคือ ประชากรรับมีเยอะจนเกินไป ทำให้หลายคนต้องเทิร์นรุกเพื่อที่จะอยู่รอดต่อไปในสังคม แต่ปัญหาของรับเทิร์นรุกคือเทคนิคเฉพาะตัวที่ยังขาดประสบการณ์

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

รุกหรือรับย่อมมีท่วงท่าที่ต้องทำกันประจำ และการเพิ่มเคล็ดลับเล็กๆ น้อย ๆ จะช่วยเพิ่มสีสันรสชาติให้กับสถานการณ์บนเตียงที่คุณจะจำไม่ลืม

ปรภ ขอพาสายรับเทิร์นรุก และรุกฝึกหัดมาเพิ่มกลยุทธ์การรุกฆาตให้สายรับหลงไหลกันครับ

1 มั่นใจในอาวุธของตัวเอง

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ การเป็นรุกของใหญ่จะทำให้รับมีความสุขมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นไม่จริงเสมอไป อย่าลืมว่ายังมีรับมือใหม่ที่ยังไม่พร้อมจะรับมือกับอาวุธยักษ์ของคุณ และขนาดใหญ่ก็ไม่สำคัญไปกว่าลีลาที่ดี

หากคุณเป็นรุกอาวุธเล็ก แทนที่จะเขินอายคุณควรมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มที่ บรรเลงเพลงรักให้เร่าร้อนจนรับลืมไม่ลง

2 อย่าข้ามการเล้าโลม

รุกสายโหดบางคนคิดว่าหน้าที่การเล้าโลมเป็นของรับในการใช้ปากช่วย ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ เพราะรุกก็ควรใช้ปากเล้าโลมรับเช่นกัน

การเล้าโลมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ก่อนจะค่อย ๆ ไปเล่นกับประตูหลัง แน่นอนว่าคุณจะต้องจัดการกับพื้นที่โดยการล้างตู้เย็นให้พร้อม แต่หากล้างตู้เย็นไม่เป็นก็คลิกอ่านได้ที่ ทำแท้ง ล้างตู้เย็น เกย์ทำอย่างไร

Men's back with text how to clean anal and make fun before gay sex

3 เคาะประตูก่อนเปิด

นี่มักเป็นสิ่งที่หลายคนลืมทำ จงจำให้ขึ้นใจว่า อย่าใส่เข้าไปสด ๆ โดยไม่ได้ช่วยอะไรรับเลย เพราะไม่ใครชอบการเซอร์ไพรส์ด้วยการจุกเสียดแบบไม่ทันตั้งตัว รุกควรใจเย็น ๆ และใส่เจลหล่อลื่นสักหน่อย และค่อย ๆ สอดใส่เข้าไป อย่าลืมถามความรู้สึกของรับด้วย เพราะหากเขาทนไม่ไหว มันอาจจะระเบิดออกมาก็ได้ หลังจากเข้าที่แล้วคุณก็จะได้บรรเลงเพลงรักอย่างเมามันส์แบบในหนังโป๊นั่นแหละ

4 เปลี่ยนอารมณ์จังหวะบ้าง

เกย์รุกที่ดีต้องมีหลายอารมณ์ หลายบทบาท บางครั้งคุณอาจใส่ไม่ยั้งอย่างเต็มที่ บางครั้งคุณอาจต้องนุ่มนวลโรแมนติก แต่บางครั้งก็ต้องเป็นเจ้านายสายดุ ในขณะที่บางครั้งคุณอาจลองเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย

เกย์รุกที่ดีจะต้องใส่ใจฝ่ายรับอยู่เสมอ แล้วถามว่าเขาชอบอะไร ลองอะไรใหม่ ๆ บ้าง ช้าบ้างเร็วบ้างก็ได้ และที่สำคัญ อย่าลืมเปลี่ยนไปลองท่าอื่นบ้างล่ะ หากคิดไม่ออกว่าจะทำท่าไหน ก็คลิกอ่านได้ที่ เทคนิคมือใหม่ เข้าประตูหลังปลอดภัย

two man with text safe sex position in thai language

5 รับมือกับการอ่อนตัวให้ได้

การไม่แข็งตัวหรือการอ่อนตัวโดยไม่ตั้งใจเป็นฝันร้ายของเกย์รุกทุกคน โดยเฉพาะเกย์รับที่เพิ่งจะเทิร์นรุกอาจจะเคอะเขินหรือทำไม่เป็น และทำให้น้องชายฝ่อก่อนที่จะได้ลงมือปฏิบัติกิจ แต่คุณจะต้องรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้

แทนที่คุณจะตกใจ จงผ่อนคลายและอย่าเร่งตัวเอง ลองกลับไปยังขั้นตอนการเล้าโลมอีกครั้งและใช้ทุกอย่างที่คุณมีเพื่อทำให้เกย์รับรู้สึกดี หรืออาจจะลองเปลี่ยนบทบาทกันก็ได้หากคุณพร้อม ลองกลับไปรับอีกครั้งก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

6 ไปให้ถึงเส้นชัยทั้งคู่

สมมติว่าคุณเป็นคนแรกที่เสร็จก่อน อย่าปล่อยให้รับต้องจัดการกับตัวเองเพียงคนเดียว เพราะคู่ของคุณก็สมควรที่จะเสร็จเช่นกัน ดังนั้นก่อนจะลุกจากเตียงไปล้างหรือไปห้องน้ำ คุณควรช่วยทำให้เขาเข้าเส้นชัยเสียก่อน เพราะนั่นจะทำให้เขาหลงรักและทำให้คุณทั้งคู่มีความสุขด้วยกัน

สำหรับเกย์รุกเหล่านี้ ปรภ มองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มให้กับคู่รัก แต่หากคุณอยากจะเสริมอะไรเพิ่มก็คอมเมนต์บอกกันได้เลย

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก Hornet.com

บทความน่าอ่านต่อ

คู่รักเดียว สุขกับเซ็กส์ มากกว่าสัมพันธ์แบบเปิด

งานวิจัยความสัมพันธ์ทางเพศของชาวยุโรปพบว่า คู่รักที่รักเดียวใจเดียว มีความสุขกับกิจกรรมทางเพศ มากกว่าคู่รักที่มีความสัมพันธ์แบบเปิด (Open Relationships)

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

งานวิจัยนี้ทำการศึกษา 11,000 คนในแถบยุโรปโดยผลวิจัยพบว่า คู่ที่แต่งงานและรักเดียวใจเดียวมีความสุขกับชีวิตเซ็กส์มากกว่าคู่ที่มีความสัมพันธ์แบบเปิดอิสระ

82% ของคู่รักแบบรักเดียวใจเดียวกล่าวว่า พวกเขามีความสุขกับเรื่องเซ็กส์ขณะที่ราว 71% ของกลุ่มที่มีความสัมพันธ์แบบเปิดกล่าวเช่นเดียวกัน

ผู้ถูกสัมภาษณ์จากประเทศสเปน ฝรั่งเศส และโปแลนด์โดยรวมมีความพึงพอใจเรื่องเซ็กส์มากกว่าผู้ตอบแบบสอบถามจากที่อื่นในยุโรป โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ (ด้วยอัตราความพึงพอใจเฉลี่ย 60%) ขณะที่ ประชากรทั่วไปในยุโรปมีชีวิตเซ็กส์ที่ลดลงในช่วงอายุ 30 ถึง 65 ปี 

ในปี 2011 งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย George Mason University และ Indiana University ที่ทำการศึกษาเกย์หรือกลุ่มรักสองเพศเพศชายจำนวน 24,787 คนพบว่า

เกย์มีความตื่นตัวทางเพศสูงที่สุดในกลุ่มอายุ 60 ปี และน้อยที่สุดในช่วงอายุ 18 ถึง 24 ปี

คุณภาพของเพศสัมพันธ์อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยประสบการณ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับที่สื่อต่างๆ แสดงกลุ่มคนอายุมากว่าเป็นกลุ่มไร้ความต้องการ

รู้แบบนี้แล้ว เรายังจะชอบคนที่ยังซิง หรือเวอร์จิ้นกันอยู่มั้ยครับ สำหรับ ปรภ ชอบคนมากประสบการณ์มากกว่า แล้วคุณล่ะ ชอบแบบไหนกัน? 

ที่มา : Daliaresearch.com
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

บทความน่าอ่านต่อ

รสนิยมทางเพศที่มากกว่า LGBTQ

องค์การสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่าประชากรโลกมีจำนวนราว ๆ 7,300 ล้านคน โดย Zocial, inc. ได้ระบุว่าในโลกของ Facebook มีประชากรเกย์ทั้งโลกรวมกันทั้งหมดกว่า 15.4 ล้านคน นำโดยอินเดีย (3 ล้านคน) สหรัฐอเมริกา (760,000 คน) และอียิป (640,000 คน) ตามลำดับ ในขณะที่ประเทศไทยมีประชากรเกย์เป็นอันดับที่ 8 (340,000 คน)

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

ปรภ จะพาผู้อ่านมารู้จักกับรสนิยมทางเพศ หรือความรู้สึกดึงดูดทางเพศอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Queer) ซึ่งเป็นรสนิยมทางเพศที่มากกว่าการชอบเพศเดียวกัน ชอบในเพศของกันและกัน รวมไปถึงชอบในสิ่งที่ยากจะหาคำอธิบายเพศ

Sigmund Freud บิดาแห่งทฤษฎีจิตวิเคราะห์ บอกว่า เซ็กส์สำหรับคนทั่วไปคือ “แรงขับ” อย่างหนึ่งในชีวิตที่ทำให้เราทำโน่นนั่นนี่ แสดงออกแบบนั้นแบบนี้ Olivia Goldhill ได้อธิบายว่า ปัจจุบันรสนิยมทางเพศเพิ่มขึ้นเกิดจากการที่ผู้คนต้องการจะอธิบายความรู้สึกทางเพศของตน ที่นอกเหนือจากการเป็นเกย์ รักต่างเพศ เลียสเบี้ยน หรือไบเซ็กชวล ซึ่งคำเหล่านี้ใช้อธิบายเพศอย่างกว้าง ๆ แต่ไม่ได้พูดถึงพฤติกรรมหรือความรู้สึกดึงดูดอย่างเฉพาะเจาะจง และนี่คือ 6 รสนิยมทางเพศที่คุณอาจยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

1. Androgynosexual

Androgynosexual คือผู้ที่มีความรู้สึกดึงดูดต่อทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะเป็นทั้งชายและหญิง หรือแสดงออกและภาพลักษณ์ในคน ๆ เดียว

Androgynosexual มาจากภาษากรีก
“Andros” หมายถึง ชาย/ชาย “Gyno” หมายถึง หญิง/หญิง
และคำละติน Sexualis มีความหมาย “เกี่ยวข้องกับเพศ”

หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ Androgynosexual คือ ผู้ที่ชอบผู้ชายหรือหญิงที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด คือผู้ที่ชอบเกย์ ทอม กะเทย เป็นต้น

2. Autosexual

Autosexual ถูกบัญญัติครั้งแรกโดย Bernard Apfelbaum นักบำบัดทางเพศที่นิยามเอาไว้ในปี 1989 ว่า “ออโต้เซ็กชวลคือผู้ที่ไม่มีอารมณ์ทางเพศจากการกระตุ้นโดยบุคคลอื่น”

ปัจจุบันคำนี้หมายถึง คนที่มีความรู้สึกเร้าทางเพศกับร่างกายของตัวเองเป็นหลักหรือส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนเหล่านี้เห็นแก่ตัวหรือไม่อยากสร้างความสุขทางเพศให้ผู้อื่น แต่พวกเขาสนใจความสุขและประสบการณ์ทางเพศแบบส่วนตัวมากกว่า

Michael Aaron ผู้เขียนหนังสือเพศศึกษา Modern Sexuality: The Truth About Sex And Relationships กล่าวว่า “ผู้เป็นออโตเซ็กชวลมักรู้สึกสบายใจและพึงพอใจทางเพศเมื่ออยู่กับตัวเอง ซึ่งต่างจากผู้ที่เป็นโรคหลงตัวเองที่มักต้องการความสนใจจากผู้อื่น”

Autosexual จึงหมายถึงคนที่มีความรู้สึกเร้าทางเพศกับร่างกายของตัวเอง หรือผู้ที่ไม่มีอารมณ์ทางเพศจากการกระตุ้นโดยบุคคลอื่น เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้สึกทางเพศกับตัวเอง หรือการช่วยตัวเอง

3. Asexual

Asexual เป็นเรื่องที่ ซับซ้อน และ เจ็บปวด กว่าการถือพรหมจรรย์ เพราะการถือพรหมจรรย์เป็น ทางเลือก แต่ Asexuality นั้้นเป็น Sexual orientation (รสนิยมทางเพศอย่างหนึ่ง)

จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2004 พบผู้ไม่ฝักใจทางเพศ 1% อย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ยังต้องการความสัมพันธ์แบบใกล้ชิด เพียงแค่ไม่ต้องการเซ็กส์ แต่ยังต้องการมีความสัมพันธ์ในรูปแบบโรแมนติกที่สามารถ “รัก” โดยไม่ต้องการ “ความใคร่”

Asexuality ถูกแปลเป็นไทยว่า ผู้ไม่ฝักใจทางเพศ
ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นพวกถือพรหมจรรย์
หรือขั้นว่าเป็นพระสงฆ์ บรรพชิต หรือผู้ละเว้นทางโลก ซึ่งไม่จริง

Asexual หรือ Nonsexual คือการขาดความสนใจทางเพศ ไม่ให้ความสนใจต่อกิจกรรมทางเพศ

4. Graysexual

Graysexual คือผู้ที่มีความต้องการทางเพศเป็นครั้งคราว ถือเป็นกลุ่มที่อยู่ตรงกลางระว่าง Asexual และ Sexual โดยจะเน้นที่ความสัมพันธ์ที่ปราศจากเซ็กส์ ไม่ว่าจะเป็นการออกเดท การจับมือระหว่างเดินกลับบ้าน ซึ่งจะส่งผลต่อความใกล้ชิดที่ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ เพราะเสน่ห์ทางเพศไม่จำเป็นต้องมีความเซ็กส์กันเสมอไป แต่ความต้องการทางเพศจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง เช่น ความรัก

5. Objectumsexual

Objectumsexual คือผู้ที่มีความรู้สึกดึงดูดกับวัตถุ เช่น ความรักที่มีต่อตุ๊กตา หนุ่มชาวญี่ปุ่นแต่งงานกับตุ๊กตายาง หรือผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งงานกับหอไอเฟล อย่างไรก็ตามคนกลุ่มนี้ไม่ได้รักเพราะต้องการจะมีเพศสัมพันธ์ทางกายภาพกับสิ่งของนั้น ๆ โดยตรง แต่พวกเขารักด้วยความรักจริง ๆ มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งและสัมผัสทางกายที่สื่อถึงความรักในหลายรูปแบบ เช่น การสัมผัส การโอบกอด การยืนพิง เป็นต้น

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ตลก ที่ใครสักคนตื่นเต้นดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อได้เข้าไปกอดจูบเครื่องเล่นในสวนสนุก ได้ลูบไล้กำแพงขนาดใหญ่ และหลายคนอาจมองว่านี่เป็นอาการป่วยทางจิต แต่หากเราคิดในอีกรูปแบบมันคือการผูกพันทางใจกับสิ่งของบางอย่าง คุณอาจต้องนอนกอดผ้าห่มผืนเดิมที่มีมาแต่เกิด หรือตุ๊กตาตัวโปรดที่ต้องอยู่ข้างกายตลอดแม้คุณจะอายุเยอะแค่ไหนก็ตาม

6. Sapiosexual

Sapiosexual คือ ผู้ที่เห็นว่าความฉลาดเป็นลักษณะที่ดึงดูดทางเพศมากที่สุด คนกลุ่มนี้จะไม่เห็นผู้อื่นว่าน่าดึงดูดใจในทันทีที่พบ แต่ความรู้สึกจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อได้พูดคุย ได้รู้จัก เช่น ผู้ที่ไม่ได้รู้สึกดึงดูดใจจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ดึงดูดใจกับคนที่มีความสามารถเก่งกาจในการจัดการอะไรหลาย ๆ เรื่อง วิธีการพูด ความเชื่อมั่นในตัวเองที่ดึงดูดใจให้เข้าไปทำความรู้จัก และเมื่อรู้จักจึงมองเห็นว่าเธอสวย ถือเป็นการชื่นชอบที่นิสัยอย่างแท้จริง  

มาจากคำว่า sapiens + sexual
ซึ่งคำว่า sapiens เป็นภาษาละติน แปลว่า ความฉลาด

คนกลุ่มนี้มองเซ็กส์เป็นเรื่องรอง แต่ชื่นชอบการพูดคุยที่ออกรสชาติมากกว่า การเติมเต็มจิตใจที่มากกว่าร่างกาย และการสนทนากับเขาจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณเกิดอารมณ์ทางเพศ ไม่ใช่การสัมผัสหรือเย้ายวลจากรูปลักษณ์ภายนอก โดยจะรู้สึกว่าความฉลาดของเขาเป็นสิ่งที่เซ็กซี่และกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และมองว่าอวัยวะทางเพศไม่ใช่สิ่งที่กระตุ้นได้ดีที่สุด

สรุป

ทั้งนี้ความต้องการทางเพศของมนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงได้ เกย์คนหนึ่งอาจเป็นออโตเซ็กชวลหรือเอเซ็กชวลได้ เลสเบี้ยนก็อาจเป็นออโตเซ็กชวลและออพเจ็คตัมเซ็กชวลได้เหมือนกัน และชื่อเรียกเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำให้คุณรู้สึกอับอาย แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความต้องการของมนุษย์อย่างชัดเจน

ความรักมีหลายรูปแบบ ขึ้นกับความต้องการของแต่ละคน ความสุขของแต่ละคน และแม้ว่าบางแบบอาจดูแปลกและเข้าใจยาก แต่ไม่ว่ายังไงความรักก็คือสิ่งที่สวยงามเสมอ แล้วคุณล่ะมีรสนิยมทางเพศแบบไหน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลบางส่วนจาก
– https://www.bbc.com

– https://youngprideclub.com
– https://www.dek-d.com
– https://storylog.co
– https://themomentum.co
https://psycnet.apa.org

บทความน่าอ่านต่อ

10 พฤติกรรมต้องห้ามขณะมีเซ็กส์

เซ็กส์ คือกิจกรรมทางเพศที่คู่รักควรปฏิบัติกันเป็นสม่ำเสมอในการสานสัมพันธ์ให้อยู่ยืนยาว เพราะถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความผูกพันให้แก่กัน แต่สิ่งที่คู่รักที่คบกันนาน ๆ มักจะละเลยคือพฤติกรรมอันไม่น่าปฏิบัติ ที่อาจส่งผลให้บรรยากาศอันโรแมนติกสลายหายไป

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
gay couple
gay couple

ในระหว่างทำกิจกรรมทางเพศ การถูกรบกวนจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอาจก่อให้เกิดบรรยากาศที่ชวนอึดอัดใจ หรือทำให้ทั้งคู่หมดอารมณ์ที่จะทำกิจกรรมรักกันต่อ อย่างไรก็ตามเราสามารถศึกษาพฤติกรรมเหล่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายบรรยากาศแห่งความสุข

1. รับโทรศัพท์

การรับโทรศัพท์สายด่วนหรือสายสำคัญเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่คุณควรจะทำให้แน่ใจว่าไม่คุยธุระนานจนเกินไป เพราะยังมีอีกคนที่รอคุณอยู่

สิ่งที่ควรทำเมื่อมีสายโทรศัพท์เร่งด่วนโทรเข้ามาคือ รีบรับสายและบอกว่ายังไม่สะดวกที่จะคุย แล้วจะติดต่อกลับทันทีที่สะดวก อย่างไรก็ตามการเลี่ยงไม่รับสายเลยหรือปิดเสียงก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

2. บอกรักพร่ำเพรื่อ

การกระตุ้นอารมณ์ด้วยคำพูดหรือประโยคบอกรักเป็นสิ่งที่หลายคนมักทำกัน แต่การบอกรักที่มากจนเกินไปอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหมดสนุก เพราะกิจกรรมตรงหน้าคือความสุขที่เหนือจินตนาการ หากคุณมัวแต่ถามอีกฝ่ายว่ารักคุณหรือไม่ อาจเป็นการทำลายบรรยากาศเสียเอง

3. เล่นท่ายากจนเมื่อย

การเปลี่ยนท่าทางในกิจกรรมทางเพศเป็นสิ่งที่ควรทำหากระยะเวลาผ่านมายาวนาน การทดลองท่าใหม่ ๆ ช่วยเพิ่มให้กิจกรรมทางเพศมีสีสันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามอย่าลืมคำนึงถึงความแข็งแรงและยืดหยุ่นของร่างกายก่อนทดลองท่าใหม่ ๆ มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บจากกิจกรรมทางเพศได้

two man with text safe sex position in thai language

4. โชว์พลังอันล้นเหลือ

การปลอดปล่อยทางเพศออกมาบนเตียงเพื่อโชว์ให้อีกฝ่ายเห็นว่าคุณแข็งแรงแค่ไหนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของตนเองได้ การฝืนพละกำลังของตนเองอาจทำให้เกิดผลเสียตามมาในภายหลัง ควรพักระหว่างยกก่อนที่จะหายใจไม่ทัน

5. เรียกชื่อคนอื่นแทนคู่รักตัวเอง

การส่งเสียงเรียกชื่อจะช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับกิจกรรมทางเพศ แต่การเรียกชื่อผิด เรียกชื่อแฟนเก่าหรือชื่อของคนอื่นอาจทำให้คู่ของคุณหมดอารมณ์ และสร้างความร้าวฉานในความสัมพันธ์อีกด้วย

6. ถามว่าใส่เข้ามารึยัง?

การถามอีกฝ่ายว่าเสียบอวัยวะเพศเข้ามาหรือยัง ทั้ง ๆ ที่มันเสียบคาอยู่อาจทำให้เขาเสียความรู้สึก หรือเสียความมั่นใจในตัวเองว่าของเขาเล็กจนเกินไป

หากคิดในอีกแง่คือ คุณผ่านสมรภูมิมาเยอะจนหลวมและไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้

7. แสดงท่าทางเบื่อหน่าย

การแสดงออกว่าเบื่อหน่าย หรือง่วงหงาวหาวนอน หรือให้ความสนใจกับสิ่งอื่นอาจทำให้อีกฝ่ายเสียความมั่นใจได้

shirtless man lay on bed
Man

8. เร่งให้เสร็จ

การเร่งเร้าให้อีกฝ่ายเสร็จให้ทันใจอาจทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรง และไม่สามารถไปถึงจุดสุดยอดได้ คุณควรช่วยให้อีกฝ่ายด้วยการทำออรัลเซ็กส์ หรือหาหนทางอื่นเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝันพร้อมกันแทนที่จะเร่งเร้าให้อีกฝ่ายรีบเสร็จ

9. ขอแต่งงานหรือแสดงออกว่าอยากมีลูก

การขอแต่งงานหรือบอกว่าอยากมีลูกขณะทำกิจกรรมทางเพศไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะความสัมพันธ์ของคุณอาจจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น

10. ถ่ายเซลฟี่

ระหว่างการทำกิจกรรมทางเพศไม่ควรหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพหรือถ่ายวิดีโอ

กิจกรรมนี้ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรป่าวประกาศให้ชาวโลกรับรู้ เว้นเสียแต่ว่าคุณอยากจะเป็นดาราดาวโป๊ตามทวิตเตอร์

สรุป

กิจกรรมทางเพศเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความสุขให้กับคู่รักได้ แต่อย่างไรก็ตามการคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ดังนั้นจึงควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่ประกอบกิจกรรมทางเพศ

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

บทความน่าอ่านต่อ

จดหมายจากน้องชายถึงพี่ชายที่แสนเกย์

จดหมายสุดซึ้งจากน้องชายที่รู้ว่าพี่ชายเป็นเกย์ถูกเผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ และทำให้คนอ่านได้รับพลังบวกไปตามๆ กันกับความน่ารักของสองพี่น้องคู่นี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เมื่อปี 2018 Erick Endres ได้แชร์จดหมายจากน้องชายลงบนทวิตเตอร์ โดยเขียนว่า “วันนี้ผมมีเรื่องราวที่น่าประทับใจมาแบ่งปันกับคุณ หลังจากที่ผมพึ่งกลับมาถึงบ้านจากทำงาน ผมเจอการ์ดใบหนึ่งในซองจดหมายที่วางไว้บนหมอนของผมพร้อมกับชื่อของผม ด้านในซองจดหมายเป็นการ์ดข้อความที่เขียนโดยน้องชายคนเล็กของผมเอง ซึ่งเขารู้และเขายอมรับในสิ่งที่ผมเป็น” ข้อความในจดหมายเขียนว่า

“พี่ Erick ผมอยากให้พี่รู้ว่าผมรักพี่ เราไม่มีเวลามากในโลกนี้ที่จะใช้ไปกับการเศร้าหรือปิดบังสิ่งที่เราเป็น เพราะกว่าเราจะรู้ตัวก็อาจจะสายเกินไป จงรักใครก็ตามที่พี่อยากรัก แค่รักให้มากก็พอ ผมจะคอยสนับสนุนในทุกๆทางที่ผมทำได้…

ผมรู้ว่าเราไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกันที่สุด แต่ผมอยากให้พี่รู้ว่าผมรู้ในสิ่งที่พี่เป็นและผมไม่แคร์หรอก เพราะมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงคนที่พี่เป็นอยู่ ถ้าพี่อยากจะระบายอะไรในใจกับผม ผมก็จะอยู่ตรงนี้เสมอ

พี่ไม่ต้องตามหาตัวตนของพี่เพียงลำพังนะ ผมรัก แคร์ และสนับสนุนพี่เสมอ ด้วยรัก จาก Sean

ป.ล. ผมรู้จากทวิตเตอร์มาสักพักแล้ว ผมแค่อยากบอกพี่ว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร และผมอยู่ตรงนี้เสมอถ้ามีอะไรที่พี่ต้องการ

จดหมายฉบับนี้ก็แพร่กระจายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว และมีหลายคนมาแสดงความเห็นถึงความน่ารักของจดหมายฉบับนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากทวิตเตอร์ @erickend

บทความน่าอ่านต่อ

รสนิยมแบบ Fetish ความใคร่เฉพาะจุด

Fetish หรือที่แปลเป็นไทยว่า “ความใคร่เฉพาะจุด” หลายคนอาจเคยเห็นคำนี้ผ่านตามาบ้างจากการจัดหมวดหมู่ประเภทของหนังโป๊ แต่ความหมายของคำนี้ถูกแตกแขนงออกเป็นอีกหลายสายซึ่งมีความหมายย่อยที่แตกต่างกัน

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

Fetishism ในทางการแพทย์หมายถึง กลุ่มคนที่มีความใคร่กับวัตถุ สิ่งของ ของเพศตรงข้าม การมีความสุขทางเพศกับส่วนหนึ่งของร่างกายหรือวัตถุ ประเภทของความสนใจในเรื่องสิ่งของ หรือชอบสะสมของของเพศตรงข้าม ซึ่งอาจเป็นการที่คุณชอบหน้าอกผู้หญิง หรือชอบซิกแพคของผู้ชายก็ได้ แต่ยังมีพฤติกรรมที่ถูกเรียกอีกหลายแบบแตกย่อยดังต่อไปนี้

• Armpit Fetish

Armpit แปลว่า รักแร้ Armpit Fetish คือผู้ที่เกิดอารมณ์ความใคร่กับ “รักแร้” โดยมีพฤติกรรมชื่นชอบการซุกหน้าลงไปยังรักแร้ของอีกฝ่ายอย่างคลั่งไคล้ และสูดดม บางคนอาจชื่นชอบวงแขนที่เรียบเนียนไม่มีขน บางคนอาจชื่นชอบวงแขนที่มีขนเป็นตอ ในขณะที่บางคนชอบให้มีกลิ่นอับหรือมีเหงื่อ

Photo by christian buehner on Unsplash

• Clothing Fetish

Clothing Fetish คือผู้ที่ชื่นชอบการแต่งตัวเพื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เช่น การแต่งชุดหมอหรือพยาบาล การใส่ชุดเครื่องแบบต่างๆ รวมไปถึงการสวมบทบาทเพื่อใช้ทักษะพิเศษของบทบาทนั้นๆ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

• Food Play

กลุ่มที่ชื่นชอบการนำอาหารหรือของกินมาราดบนตัวของอีกฝ่าย หรือหั่นของกินเป็นชิ้นแล้ววางไว้ตามตัว หรือให้ผู้อื่นมากินของที่อยู่บนตัวเอง นอกจากนี้อาหารและสมุนไพรบางชนิดมีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความตื่นตัวทางเพศในตัวเอง

• Foot Fetish

Foot Fetish คือผู้ที่มีความใคร่กับการได้เห็นตั้งแต่ขาอ่อนไปจนถึงปลายเท้า โดยเฉพาะผู้ที่มีเท้าสวย บางคนอาจชื่นชอบการทำกิจกรรมทางเพศด้วยเท้า เช่น เล้าโลมหรือเลียเท้า ไปจนถึงการใช้เท้าในการถูไถจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้ Foot Fetish ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายประเภทดังนี้

  • Revving คือผู้ที่เกิดอารมณ์ทางเพศกับผู้หญิงที่สวมรองเท้ามีส้น และต้องกำลังเหยียบคันเร่งของรถด้วย
  • Stocking Fetish คือผู้ที่คลั่งไคล้ถุงน่อง หรือผู้ที่สวมใส่ถุงน่อง ชื่นชอบการร่วมเพศขณะตนเองหรือคู่สวมใส่ถุงน่อง
  • Shoes Fetish คือผู้ที่คลั่งไคล้รองเท้า เกิดอารมณ์กับผู้ที่สวมใส่รองเท้า ชื่นชอบการร่วมเพศขณะ ตนเองหรือคู่สวมรองเท้า

• Glasses Fetish

แว่นตา เป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดความใคร่ให้กับคนกลุ่มนี้ และยังชื่นชอบให้อีกฝ่ายสวมแว่นตา แว่นกันแดด รวมถึงคอนแทคเลนส์อีกด้วย ทั้งนี้ในประเทศญี่ปุ่นมีศัพท์เรียกสาวแว่นว่า Meganeko และเรียกหนุ่มแว่นว่า Meganedanshi

• Tickling Fetish

Tickling หรือการจั๊กจี้ เป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างความสุขอย่างไร้เดียงสาเหมือนเด็กๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดอารมณ์ใคร่ตามมา

• Looners หรือ Balloon Fetish

เป็นคำเรียกในผู้ที่ชื่นชอบลูกโป่งอย่างมาก และนำลูกโป่งเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องของเซ็กส์ เช่น นำมาใช้ประกอบกิจกรรมทางเพศ หรือบางคนก็เกิดอารมณ์กับการมองลูกโป่งแตก

• Navel Fetish

ผู้ที่มีความชื่นชอบกับรูปทรงของสะดือ โดยกลิ่นหรือรูปร่าง รูปทรง ความลึกโบ๋เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ

shirtless man lay on bed
Man

สรุป

รสนิยมทางเพศของแต่ละคนแตกต่างกัน ทุกคนมีความชอบเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามเซ็กส์เป็นกิจกรรมของทั้งสองฝ่าย แต่รสนิยมทางเพศของคนเราที่มีความหลากหลายและยิบย่อย Fetish จึงเป็นคำอธิบายความหลากหลายนั้น

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

6 กลุ่มเกย์ในยุคดิจิทัล

ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ และเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น อินเทอร์เน็ตไร้สาย มีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man with smartphone
Man with smartphone

จากผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตจำแนกตามเพศพบว่า เพศที่สาม เป็นเพศที่มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด เมื่อเทียบกับเพศชายและเพศหญิงโดยสื่อสังคมออนไลน์อันดับแรกที่เพศที่สามนิยมใช้ได้แก่ เฟซบุ๊ก เมื่อสรุปภาพรวมแล้ว เพศที่สามเป็นผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าเพศชายและหญิง โดยเฉพาะการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก

จากผลการวิจัย รูปแบบการดำเนินชีวิตของกลุ่มชายรักชาย สามารถจัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

Normalcy Gay Lifestyle
กลุ่มบรรทัดฐานสังคม

กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตตามบรรทัดฐานสังคม นิยมทำกิจกรรมนอกบ้าน เดินเล่นซื้อของตามห้างสรรพสินค้า ชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ ชมคอนเสิร์ตหรือละครเวที นิยมเที่ยวในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เที่ยวสถานบันเทิง เข้าร่วมกิจกรรมปาร์ตี้เกย์ สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

กลุ่มนี้ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ต เล่นสื่อสังคมออนไลน์ Live Streaming  ในเฟซบุ๊ก หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ในขณะเดียวกันยังชอบทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำบุญ เข้าวัดฟังธรรม นั่งสมาธิ ทำกิจกรรมหรือเรียนเพื่อเสริมสร้างความรู้ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพประจำปี

Mens
Mens

คนกลุ่มนี้ให้ความสนใจกับการดูแลรักษารูปร่างและผิวพรรณให้ดีอยู่เสมอ และยังเปลี่ยนทรงผม เสื้อผ้าตามสมัยนิยม ให้ความสนใจกับคนรอบข้างทั้งครอบครัวและแฟน ติดตามข่าวสารวงการบันเทิง ชื่นชอบสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ

High-Tech Online Gay Lifestyle
กลุ่มเกย์ไฮเทคออนไลน์

กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตไฮเทคออนไลน์ เป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีการสื่อสาร ขาดอุปกรณ์การสื่อสารไม่ได้ โลกเงียบเหงาเมื่อไม่มีอินเทอร์เน็ต นิยมซื้อสินค้าจากอินเทอร์เน็ต ซื้อสินค้าด้วยอารมณ์ และเมื่อพอใจสินค้ายี่ห้อใดจะซื้อยี่ห้อนั้นไปตลอด

คนกลุ่มนี้ชอบเที่ยวในที่ของกลุ่มเกย์มากกว่าชายหญิง มองว่าการซุบซิบนินทาเป็นเรื่องสนุก ให้ความสนใจกับการเลือกแฟนที่รูปร่างและหน้าตาเป็นหลัก มองว่าคนมีฐานะดูน่าคบ ชีวิตควรดำเนินไปอย่างตื่นเต้นมีสีสัน และมองว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ต้องมีพ่อ แม่ และลูก

Nationalism Gay Lifestyle
กลุ่มเกย์ชาตินิยม

กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตชาตินิยม เป็นกลุ่มที่มีความคิดเห็นว่า วัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ควรรักษาเอาไว้ ประเทศไทยรับวัฒนธรรมต่างชาติมามากเกินไป ศรัทธาในการเมืองไทย และจะใช้สิทธิหน้าที่ประชาชนของตนเองอย่างเต็มที่

คนกลุ่มนี้ภูมิใจในความเป็นเกย์ของตนเอง เป็นตัวเองได้ทุกที่ ไม่ปิดบัง มองว่าสังคมเปิดกว้างยอมรับเกย์แล้ว อินเทอร์เน็ตช่วยให้เปิดเผยตัวได้มากขึ้น และเชื่อว่าทำดีต้องได้ดีเสมอ

One Night Stand Gay Lifestyle
กลุ่มเกย์ใช้ชีวิตวันไนท์สแตนด์

เป็นกลุ่มที่เล่นแอปพลิเคชั่นหาคู่เกย์ และนิยมนัดเพื่อนใหม่จากอินเทอร์เน็ต

Optimistic Gay Lifestyle
กลุ่มเกย์โลกสวย

กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตโลกสวย เป็นกลุ่มที่เชื่อมั่นในตนเอง มองว่าเกย์ควรสะสมทรัพย์สินเอาไว้เผื่อในยามแก่ อยากมีชีวิตคู่ที่ดูแลกันและกัน อยากรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงดู อยากจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอยากไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ

คนกลุ่มนี้มองว่าการจัดตั้งองค์กรเพื่อเกย์นั้นมีประโยชน์ ประเทศไทยควรเปิดรับเกย์ให้เห็นเป็นรูปธรรม และสินค้าไทยไม่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ตนเอง

Peaceful Gay Lifestyle
กลุ่มเกย์รักสงบ

กลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตรักสงบ เป็นกลุ่มที่รักอิสระ ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมาก และชอบพักผ่อนอยู่บ้านในวันหยุด ดูโทรทัศน์ ชมภาพยนตร์ รายการ หรือละครย้อนหลังทางอินเทอร์เน็ต ให้ความสำคัญกับเพื่อนเสมอ เต็มที่กับหน้าที่การงาน หรือการเรียน หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และยังใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมโลกอีกด้วย

งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ จากกลุ่มชายรักชายอายุระหว่าง 20-35 ปี จำนวน 400 คน ที่มีการใช้งานเฟซบุ๊ก สามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ เรื่อง รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊ก และพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ ของกลุ่มชายรักชาย จัดทำโดย ปรภัต จูตระกูล

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ที่มา : วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต เรื่อง รูปแบบการดำเนินชีวิต การเปิดเผยตนเองในเฟซบุ๊ก และพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ของกลุม่ชายรักชาย โดย นายปรภัต จูตระกูล นักศึกษาปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

จับโป๊ะออนไลน์ โปรไฟล์รูปปลอม

เคยคุยกับใครใแล้วมารู้ทีหลังว่าเขาใช้รูปคนอื่นไหม? เคยชวนเปิดกล้องเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด สุดท้ายมารู้ว่านั่นคือรูปปลอมไหม? ถ้าเคย คุณคือหนึ่งในพวกเรา….ผู้ที่หลงผิดชื่นชอบในรูปโปรไฟล์

ด้วยยุคสมัยที่การสื่อสารทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เราคุยกับเพื่อนได้หลายคนพร้อมกัน เราคุยงานและคุยเล่นได้เพียงแค่สลับหน้าแชท เราสามารถจีบคนอื่น หรือถูกจีบได้จากคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ได้ทีละหลาย ๆ คน (ถ้าคุณหน้าตาดีพอ) ซึ่งหลายครั้งหน้าตาก็เป็นอุปสรรค์ที่ทำให้ถูกหลอกได้ แต่มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันล่ะ? มาดูกัน…

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •
Man with smartphone
Man with smartphone

เมื่อเรามีโปรไฟล์ออนไลน์ ไม่ว่าจะในเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม ซึ่งโซเชียลมีเดียเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยนิยมใช้ โดย 2 ใน 4 โดยส่วนใหญ่มักจะใช้รูปตัวเองในเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งในขณะที่อินสตาแกรมมักเป็นรูปภาพอื่น ๆ หรือทวิตเตอร์ที่หลายคนมักพูดติดปากว่านั่นคือด้านมืดของตัวเอง

เมื่อพูดถึงรูปโปรไฟล์ในสมัยนี้ แทบจะไม่มีใครไม่แต่งรูป ไม่ว่าจะแอปไหนก็ตาม หรือด้วยกล้องนางฟ้า หรือกล้องเทพ ที่ถ่ายออกมาแล้วสวยงามทุกช๊อต รูปเหล่านั้นเจ้าของโปรไฟล์จะต้องพึงพอใจจึงจะยอมเอาขึ้นใช้แสดงตัวตน

เมื่อรูปโปรไฟล์เป็นสิ่งแรกที่คนเลือกมอง คนที่หน้าตาพอไปวัดไปวา ก็จะหามุมถ่ายรูปให้ได้องศาที่ต้องการ แต่งรูปให้เกิดการบิดเบือนของความจริงเล็กออก ออกมาเป็นรูปภาพที่เกือบจะต่างจากตัวจริง แล้วนำขึ้นเป็นโปรไฟล์เพื่อปล่อยให้เสน่ห์ของมันล่องลอยออกไป แต่สำหรับคนที่ถ่ายรูปยังไงก็ไม่ดูดี แต่ต้องการจะเป็นที่สนใจก็อาจจะเลือกหนทางที่ปลอมขึ้นมากว่านี้ คือการใช้รูปภาพของคนอื่นเพื่อใช้เป็นตัวแทนในการพูดคุย ในการเข้าหา บิดเบือนวิถีชีวิตเพื่อให้คนสนใจ สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่บนโลกออกไลน์

เจตนาของการใช้รูปปลอมหลายครั้งก็มาจากการหมันไส้เจ้าของรูป การกลั่นแกล้ง การปลอมตัวไปหลอกเงิน หรืออื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้ได้รวบรวมวิธีการเช็ค หรือวิธีการสังเกตว่าบุคคลใดเป็นผู้ที่ใช้รูปภาพปลอมกันบ้าง ดังนี้

1. ขอโซเชียลมีเดียอื่นๆ

ปัจจุบันคนเราใช้มากกว่า 1 ช่องทาง ดังนั้นการขอไลน์ อินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊กเพิ่ม จะช่วยให้เราเทียบกันได้ว่าบุคคลนั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงไร แต่หากถูกปฏิเสธ ก็อย่าเพิ่งเชื่อว่าเป็นตัวปลอม ให้ลองศึกษากันไปก่อน

facebook
facebook

2. ชวนพูดคุยทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล

ผู้ที่ใช้รูปปลอมไม่กล้าเปิดกล้องวิดีโออย่างแน่นอน แต่สำหรับการคุยโทรศัพท์ก็จะทำให้เราพอเดาได้ว่าหน้าตาในรูป จะเข้ากับเสียงมากน้อยแค่ไหน

3. สังเกตประวัตส่วนตัวในเฟซบุ๊ก

เพื่อเทียบกับสิ่งที่คุยกันว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ดูประวัติการทำงาน ประวัติการเรียน หรือการเช็คอินที่ต่าง ๆ แล้วหาจุดเชื่อมโยงกับเราเพื่อสร้างบทสนทนา เช่น เคยไปเกาหลีมาด้วยเหรอ? ไปที่ไหนบ้าง? ไปมานานหรือยัง? เราเคยไปที่…… เป็นต้น  

man using smartphone
man using smartphone

4. สังเกตการอัปเดตรูปภาพ

ว่ามีการคอมเมนต์จากคนสนิท เพื่อน ครอบครัวหรือไม่ เพราะผู้ที่เป็นเจ้าของโปรไฟล์ มักจะมีเพื่อนมาคอมเมนต์แซวกันบ้าง สังเกตจากภาษาของเพื่อนที่ใช้ เพราะหากมีแต่คอมเมนต์ชมว่าหล่อ น่ารัก ก็คงเป็นเพื่อนแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น

person holding iphone space grey open twitter
person holding iphone

5. สังเกตการโพสต์ข้อความ

ว่ามีเพื่อนมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ รวมถึงการตอบคอมเมนต์ว่ามีความสนิทกันมากน้อยเพียงไร เพราะหากเป็นโปรไฟล์ปลอมจะไม่ค่อยมีเพื่อนมาแสดงตัวตนสักเท่าไหร่

man using smartphone and holding jeans
man using smartphone

6. สังเกตรูปที่แท๊ก หรือถูกแท๊ก

รูปที่แท๊กจะชี้ชัดว่าเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กจริง เพราะมีการพบปะกับเพื่อนจริง แต่สำหรับรูปที่ถูกแท๊กอาจจะถูกปิดกั้นเอาไว้ แต่หากมีก็จะเป็นตัวช่วยในการทำให้เรามั่นใจว่าคือเจ้าของโปรไฟล์จริง

สรุป

การที่เราจะทักไปหาใครสักคนบนโลกออนไลน์ สิ่งแรกที่เรามองคือหน้าตา รูปลักษณ์ภายนอก การใช้ชีวิตผ่านโพสต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือเช็คอินสถานที่ มันแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ผ่านสื่อโซเชียล ทำให้หลายคนที่บอกว่า “รักกันที่ใจ” แทบใช้ไม่ได้ในนี้ เพราะสิ่งแรกที่เราจะเห็นบนหน้าโปรไฟล์คือ “รูปภาพ” (ที่ผ่านการแต่งมาแล้ว) ดังนั้น หากจะบอกว่ารูปภาพโปรไฟล์ไม่สำคัญก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

วิธีนัดเจอคนจากแอปฯให้ปลอดภัย

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้คนเรามีการติดต่อสื่อสารกับผ่านสมาร์ตโฟนเป็นส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีแอปพลิเคชั่นเฉพาะกลุ่มสำหรับชาวเกย์ ทำให้มีการพูดคุยกันได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมาเดาว่าคนนี้เป็นเกย์หรือชายแท้

เหมือนว่า ปรภ กำลังสอนจระว่ายน้ำ! เพราะหลายคนก็จะมีทักษะส่วนตัวของตนเองในการพบเจอ และก็จะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป แต่เพื่อให้การพบเจอคนที่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ปลอดภัย ไร้กังวล อย่าลืมปฏิบัติตามข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

วิธีนัดเจอคนในแอปฯให้ปลอดภัย

หลังจากพูดคุยกันถูกคอ ก็ย่อมต้องการนัดเจอกันเพื่อสานต่อซึ่งความสัมพันธ์ หรือจะเพื่อการอื่นก็แล้วแต่ วันนี้เรื่องเล่าจากครูใหญ่จะขอนำเคล็ดลับการนัดเจอเพื่อนใหม่จากแอปฯหาคู่อย่างปลอดภัยมาฝากกันครับ

silhouette of man holding smartphone

1. ยืนยันตัวตน ก่อนนัดเจอ

ในโลกแห่งแอปพลิเคชันหาคู่เรามักจะไม่ใช้ชื่อจริง หรือบอกชื่อจริงกับใครนัก บางครั้งเราเองก็ไม่ใช้รูปตัวเองในการสนทนาด้วยซ้ำ ซึ่งก่อนที่เราจะนัดเจอใคร เราจะต้องมั่นใจก่อนว่า คนที่เราคุยอยู่มีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่เป็นบุคคลลึกลับที่มีฉากวิวเป็นหน้าตา หรือรูปหมาเป็นโปรไฟล์ 

สิ่งที่ควรทำ

  • ขอสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ที่แสดงโชว์ข้อมูลส่วนตัว เราควรขอเฟซบุ๊กเพื่อยืนยันว่าเรากำลังคุยกับคนที่มีตัวตนจริง เพราะมันจะทำให้เราเห็นถึงสังคมของเขาบนโลกออนไลน์ เห็นเพื่อน เห็นกิจวัตร เห็นการมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ว่านัดเจอแล้วภาพไม่ตรงกับปก หรือกลับกลายเป็นคนละคนกันได้
  • ขอเบอร์ติดต่อ เพื่อที่จะได้คุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะบางครั้งอินเทอร์เน็ตก็ไม่เป็นใจ การโทรเข้าหาเบอร์โทรศัพท์โดยตรง นอกจากนี้ หากเค้าเจอเราแล้วชิ่งหนีเทเราไป เราจะได้โทรจิกยังไงล่ะ 555+
  • ขอรูปปัจจุบัน เพราะสมัยนี้แอปพลิเคชั่นแต่งรูปมันล้ำหน้าไปไกล ทำให้เราไม่รู้ว่าหน้าจริง ๆ ของเขาเป็นอย่างไร แม้เราจะมีเฟซบุ๊กหรือสื่ออื่นๆ ของเขา แต่ภาพอาจจะไม่ตรงกับปก อาจมีเพียงเค้าโครงที่คล้ายก็ได้ การขอรูปจากหลากหลายมุมก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยทำให้เรามั่นใจว่าคนที่เรากำลังจะไปเจอมีหน้าตาอย่างไร หรือถ้าจะให้ดี เปิดกล้องคุยไปเลย!

2. บอกเพื่อนเอาไว้

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน เพราะโลกสมัยนี้มันน่ากลัว การหลอกลวงกันโดยมีสาเหตุมาจากโลกออนไลน์ก็เกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน การบอกใครสักคนว่ากำลังจะไปเจอคนในที่นัดจากแอปฯ ก็จะช่วยบันทึกข้อมูลของเราเอาไว้ได้ หรือถ้าให้ดี ก็ใช้แอปฯ ที่ระบุโลเคชั่นของตัวเองส่งให้เพื่อนคอยตรวจเช็คเสมอ เพื่อให้เพื่อนเรามั่นใจว่าเรายังปลอดภัยดี

3. ตกลงกันว่าจะเจอกันในรูปแบบไหน

พูดให้ชัด ให้เคลียร์ ว่าจะนัดเย..หรือนัดกินข้าวกันเฉยๆ แต่แนะนำว่าครั้งแรกอาจจะเจอกันในที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า กินข้าวดูหนัง แล้วหากอยากจะไปต่อค่อยว่ากันอีกที เพราะหากเขาไม่ใช่สเปค เราจะได้เทได้ทัน โดยการอ้างเหตุผลต่างๆ นานาไป แต่หากว่ามันใช่แบบที่ตามหา ก็ชวนไปต่อที่ห้องได้เลย แล้วอย่าลืมทำความสะอาดห้องรอไว้ล่ะ

Man with smartphone
Man with smartphone

4. เตรียมรับมือหากต้องมาห้อง

หากการเจอกันครั้งแรกเป็นการนัดเจอกันที่ห้องส่วนตัวของคุณ จงเตรียมตัวปฏิเสธเรื่องเซ็กส์เอาไว้ เพราะหากคุณยังไม่พร้อม แต่อีกฝ่ายมีท่าทีต้องการ คุณจะต้องเอาแผนที่เตรียมไว้มาปรับใช้ให้ทัน นอกจากนี้คุณต้องเก็บของมีค่าให้ดี อย่าวางล่อตาล่อใจ เพราะเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ การระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สรุป

ทุกข้อที่กล่าวมานี้อาจเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยดี จนเหมือนว่ากำลังสอนจระเข้ว่ายน้ำ แต่สำหรับเด็กยุคใหม่อาจจะยังไม่โชกโชน ก็อยากจะฝากให้ระมัดระวังตัว อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจใคร และหากจะมีเพศสัมพันธ์กัน ต้องระลึกไว้เสมอว่า รู้หน้าไม่รู้ผลเลือด อย่าสดเด็ดขาดหากยังไม่แน่ใจ อย่าหลงคารมณ์และทำพลาดเพียงเพราะความสนุกชั่วครู่ แล้วจะมาเสียใจทั้งชีวิต แม้ว่าเอชไอวีจะไม่ได้น่ากลัว แต่อย่าลืมว่ายังมีโรคติดต่อทางเพศอื่นๆ อีก ที่มันร้ายแรงและน่ากลัวกว่า ดังนั้น ปลอดภัยไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ

เซ็กส์ ความรัก แตกต่างเหมือนกัน

เซ็กส์ กับความรัก สองสิ่งที่อาจมาคู่กันหรือมาเพียงอย่างเดียว อาจจะแตกต่าง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เหมือนกัน ขึ้นกับมุมที่คนมอง มองในมุมใคร

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

SEX

วิกิพีเดียระบุว่า SEX คือ การร่วมเพศซึ่งเป็นการสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงเพื่อสุขารมณ์ทางเพศเพื่อการสืบพันธุ์ หรือทั้งสองอย่าง แต่ก็มีรูปแบบอื่นของการร่วมเพศแบบสอดใส่ ได้แก่ การร่วมเพศทางทวารหนัก การร่วมเพศทางปาก การใช้นิ้ว และการใช้ดิลโด้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นความใกล้ชิดทางกายระหว่างคนสองคนหรือมากกว่า และมนุษย์มักใช้กิจกรรมนี้เพื่อสุขอารมณ์ และเพื่อเพิ่มความใกล้ชิด

LOVE

ในขณะที่ LOVE คือความรักเป็นความรู้สึก เป็นความชอบระหว่างบุคคลหมายถึงอารมณ์ การดึงดูดและความผูกพันส่วนบุคคลอย่างแรงกล้า นอกจากนี้ความรักยังอธิบายได้ว่าเป็นพฤติกรรมต่อตนเองหรือผู้อื่นซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความเห็นอกเห็นใจ หรือความเสน่หาแต่ทั้งนี้ นิยามความรักของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป เกิดจากเจตคติที่ประกอบสร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต

อาจสรุปความสั้นๆ ว่าเซ็กส์ คือกิจกรรมเพื่อสุขอารมณ์ เพื่อการสืบพันธ์ และเพื่อเพิ่มความใกล้ชิด ในขณะที่ ความรัก เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นอารมณ์และสร้างความผูกพันระหว่างกันได้

จากนิยามทั้งสองคำนี้ มันคงบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เซ็กส์ กับ ความรัก ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ในมุมมองและข้อโต้แย้งของประเด็นนี้มีคำอธิบายมากมายดังนี้ 

ในอดีต หรือในบางสังคม หญิงสาวจะรักษาพรหมจรรย์เอาไว้เพื่อรอวันแต่งงาน ซึ่งค่านิยม ทัศนคติ รวมไปถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของครอบครัวที่สืบทอดต่อกันมา ในมุมนั้นสังคมรอบข้างจะมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกที่ควร

ในมุมของความแตกต่างระหว่างเซ็กส์กับความรัก จะถูกมองในกรอบนั้นว่าทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งที่มาคู่กัน จึงควรรักษาพรหมจรรย์เอาไว้ให้กับคู่รักที่แต่งงานด้วยกันเท่านั้น

หากว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์ ผู้ชายจะมีฮอร์โมน “เทสโทสเตอโรน” (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลให้ผู้ชายชอบความท้าทาย ชอบการแข่งขัน ชอบชัยชนะ ชอบเซ็กส์ รักสนุก จึงอาจถูกมองว่าหลายใจและไม่มั่นคงในรักเดียว

ส่วนผู้หญิงมีฮอร์โมน “เอสโตรเจน” (Estrogen) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผู้หญิงมีความรักแบบผูกพัน มั่นคง ซื่อสัตย์ รักเดียวใจเดียว นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมน “ออกซิโตซิน” (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันที่จะหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกผูกพันกับผู้ชายที่เธอมีเพศสัมพันธ์ด้วย 

ฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้อาจมีไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ชายและผู้หญิงไม่อาจเหมารวมได้ทั้งหมด แต่หากนำหลักวิทยาศาสตร์มาตอบคำถามที่ว่า เซ็กส์ กับความรัก ใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่?

สำหรับผู้หญิง ความรักและเซ็กส์จะควบคู่กันไป เพราะฮอร์โมน “ออกซิโตซิน” จะก่อให้เกิดความผูกพันและพัฒนาเป็นความรักหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ในขณะที่เพศชายไม่มีฮอร์โมนนี้ ก็จะมองว่าเป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน

ฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำหลักทางวิทยาศาสตร์มาเหมารวมได้ ในมุมมองของ ปรภ คิดว่า การที่เราจะมีเซ็กส์กับคนที่เรารัก จะช่วยสร้างความสุขให้เรามากกว่ามีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า การนอนกอดกัน พูดคุยกันในเรื่องที่เปิดใจหลังมีเซ็กส์จะเป็นกิจกรรมที่ยิ่งทำให้คู่รักมีความผูกพันมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับการมีเซ็กส์กับคนแปลกหน้า ความสัมพันธ์จะยุติลงก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายเดินทางไปสู่จุดสุดยอด 

หากเรามองว่าเซ็กส์เป็นเพียงกิจกรรมที่ไม่ต่างอะไรจากกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เราอาจจะไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เพราะสัตว์บางสายพันธ์เกิดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว หรือในบางสายพันธ์ก็มองว่าเซ็กส์เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก 

แม้จะมีหลายคนโต้เถียงว่า มนุษย์เป็นเพียงสัตว์สายพันธ์หนึ่งที่มีความคิดความอ่าน และมองว่าเซ็กส์คือกิจกรรมอย่างนึงที่อาจจะไม่เกี่ยวกับความรักก็ไม่ผิด เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว มันคือความคิดเห็นส่วนตัวที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าปรภได้บอกเล่าถึงความคิดเห็นว่า ความรัก เป็นจุดเริ่มต้นของเซ็กส์ และในบางครั้ง เซ็กส์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความรักเช่นกัน

สรุป

เซ็กส์ … ความรัก … แตกต่างเหมือนกัน มองได้หลายมุม เพราะในปัจจุบันสังคมได้เปิดกว้าง (หรือพยายามที่จะเปิดกว้าง) หากทั้งสองฝ่ายพึงพอใจซึ่งกันและกันก็อาจนำมาซึ่งความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด ซึ่งถือเป็นความสุขของทั้งสองฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นหนึ่งคนที่มีความคิดเช่นนั้น ก็ควรป้องกันอย่างรัดกุมและอย่าประมาทโดยเด็ดขาด 

คุณผู้อ่านล่ะ มีความเห็นอย่างไรกับคำถามนี้ “เซ็กส์ … ความรัก … ใช่สิ่งเดียวกันไหม?”

• • • กลับสู่หน้าหลัก • • •

เรื่องโดย ปรภ ไม่ใช่ รปภ

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

บทความน่าอ่านต่อ